Industry View
อุตสาหกรรมในญี่ปุ่นกำลังอยู่ตรงหน้ากับทางแพร่งที่จะชี้เป็นชี้ตายอนาคตเศรษฐกิจของประเทศ

แม้จะปรารถนาคงฐานที่มั่นในประเทศต่อไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านต้นทุนและแรงงาน แต่ภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นมีเหตุผลให้ต้องย้ายออกไปตั้งฐานการผลิตใหม่หรือเพิ่มฐานการผลิตใหม่ๆ ในต่างแดน 

สาเหตุแรก อัตราความเสี่ยงที่เกี่ยวกับกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางทางภูมิศาสตร์ของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเกิดความหวาดเกรงว่า ต่อไปภัยธรรมชาติจะยิ่งรุนแรงขึ้นทุกขณะ  

ประการที่สอง ภาวะขาดแคลนพลังงานจากวิกฤตนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงระยะสั้น นอกจากนี้ การที่ชาวญี่ปุ่นเริ่มสิ้นหวังกับการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นพลังงานราคาถูกสำหรับอุตสาหกรรมและครัวเรือน ยังถือเป็นความเสี่ยงในระยะยาว 

ประการที่สาม กลไกเศรษฐกิจญี่ปุ่นเรรวนอย่างหนัก ค่าเงินเยนแข็งค่ายืดเยื้อจนการแทรกแซงให้อ่อนค่าได้ผลเพียงเล็กน้อย อีกทั้งรัฐยังต้องแบกรับภาคครัวเรือนมากเกินจนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว เนื่องจากอัตราการเกิดต่ำ จนญี่ปุ่นถลำเข้าสู่สังคมคนชรา 

เฉพาะสาเหตุข้อแรก ยังผลให้ฐานการผลิตของบริษัทชั้นนำในญี่ปุ่นต้องหยุดชะงักกันระนาว ไม่ว่าจะเป็น Sony ที่เปิดเผยว่า โรงงานถึง 16 แห่ง จากทั้งหมด 25 แห่ง ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่นเดียวกับ Toyota ที่ต้องปิดโรงงาน 12 แห่ง ไปจนถึงสุดสัปดาห์นี้ 

จากการประเมินล่าสุดโดยรัฐบาลญี่ปุ่น มูลค่าความเสียหายจากวิกฤตการณ์ทั้งหมด รวมแล้วสูงถึง 25 ล้านล้านเยน (ราว 9 ล้านล้านบาท) เฉือนมูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปีงบประมาณ 20112012 ถึง 2.75 ล้านล้านเยน หรือราว 0.5% ของมูลค่า GDP  

ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่แยกแยะว่าส่วนใดเป็นมูลค่าความเสียหายของภาคธุรกิจที่ประสบกับภาวะอุปทานชะงักงัน แต่ภาคธุรกิจเห็นว่า ความเสียหายในภาคธุรกิจรุนแรงกว่าที่เคยประเมินไว้ และจำเป็นที่จะต้องประเมินความเสียหายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่หากคิดรอคอยผลประเมิน อาจเป็นการล่าช้าจนเกินไป 

การย้ายฐานการผลิตไปต่างแดนจึงเป็นทางเลือกที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากภาคธุรกิจยังคิดแสวงหากำไร และเศรษฐกิจต้องการแรงหนุนต่อเนื่อง นี่มิใช่ปัญหาของญี่ปุ่นประเทศเดียวเท่านั้น แต่ส่งผลสะเทือนจากเอเชียตะวันออกจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะที่ภูมิภาคเหล่านี้เป็นฐานการผลิตให้กับญี่ปุ่นในระดับที่มากน้อยกันไปตามนโยบายเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ  

ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา กำลังการผลิตของบริษัทญี่ปุ่นในต่างแดนเพิ่มขึ้นจาก 6% มาอยู่ที่ ประมาณ 20% และน่าสนใจอย่างยิ่งหากพิจารณาจากสัดส่วนความต่างระหว่างกำลังการผลิตในประเทศกับฐานการผลิตต่างแดนเริ่มถ่างห่างยิ่งขึ้นในช่วง 3 ปีหลังการเกิดแผ่นดินไหวที่เมืองโกเบ เมื่อปี 2538 ซึ่งครั้งนั้นอัตราส่วนเพิ่มขึ้นจาก 8.3% มาอยู่ที่ 11.6%  

เมื่อปีที่แล้วเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งไทยเป็นอันดับหนึ่งของฐานการผลิตในด้านนี้ อัตราปรับเพิ่มของกำลังการผลิตรถยนต์ในฐานต่างแดน ปรับขึ้นมาถึง 51% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 เทียบกับกำลังการผลิตรถยนต์ช่วงเดือน พ.ย. 2553 เฉพาะ Nissan กำลังการผลิตในประเทศขยายตัวเพียง 0.1% ทว่า กำลังการผลิตในต่างแดนสูงถึง 26.6% ส่วนการผลิตรถยนต์ในประเทศของ Toyota ติดลบถึง 19.5% และในต่างแดนเพิ่ม 0.3% 

ส่วนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีกำลังการผลิตต่างแดนเพิ่มขึ้นถึง 90% ในส่วนของอุปกรณ์ PC และเพิ่มขึ้น 70% ในส่วนของอุปกรณ์ TV จากตัวเลขเหล่านี้ ดูเหมือนภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นจะดีดลูกคิดรางแล้วรางเล่ามาระยะหนึ่งแล้ว และเห็นว่าการย้ายฐานการผลิตจะยังผลที่คุ้มค่ามากกว่า ส่วนปัจจัยที่เกิดขึ้นภายหลังวิกฤตภัยธรรมชาติ/นิวเคลียร์ จะยิ่งผลักดันให้การย้ายฐานการผลิตเป็นไปในระดับที่รวดเร็วยิ่งขึ้น 

อย่างไรก็ตาม การย้ายฐานการผลิตถือเป็นดาบสองคมที่ทรงอานุภาพการทำลายล้างเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเช่นกัน เพราะการย้ายฐานกำลังการผลิตไปยังต่างแดน แม้จะช่วยต่ออายุภาคธุรกิจ แต่จะบั่นทอนภาคการผลิตอันเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของภาคส่งออก และเมื่อภาคส่งออกชะลอตัว ภาวะว่างงานจะรุนแรงขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นพึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนที่สูง

หากยิ่งย้ายฐานการผลิตอัตราว่างงานยิ่งสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว และหากญี่ปุ่นจะแก้ปัญหาด้วยการโอนถ่ายคนของตนมาปฏิบัติงานในประเทศที่เป็นฐาน ก็ย่อมไม่ได้รับความเห็นชอบอย่างแน่นอน เพราะเท่ากับบั่นทอนตลาดแรงงานในประเทศนั้นๆ เช่นกัน 

ตัวเลขว่างงานในญี่ปุ่นแม้จะสูงเฉียด 5% แต่ตรึงอยู่ในระดับนี้ต่อเนื่องมาอย่างน้อย 2 เดือน และเพิ่งปรับลงมาต่ำกว่า 5% เมื่อเดือน ต.ค. 2553 ด้วยแรงหนุนจากภาคส่งออกที่คึกคักเมื่อช่วงก่อนเกิดภัยพิบัติ จนรัฐบาลต้องปรับเพิ่มตัวเลขประเมินภาคส่งออกถึง 2 เดือนติดต่อกัน คือเมื่อเดือน ม.ค. และ ก.พ.  

หากกระแสย้ายฐานการผลิตกลายเป็นวาระหลักเพื่อการเอาตัวรอดของภาคธุรกิจ ความคึกคักของภาคส่งออกน่าจะซบเซาลงไม่น้อย ทว่า หนทางรอดของความลักลั่นสำหรับญี่ปุ่น อาจอยู่ที่ความรู้สึกชาตินิยมและภาระหน้าที่ต่อประเทศชาติ เหมือนดังท่าทีของ อาคิโอะ โทโยดะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (CEO) ของ Toyota ที่กล่าวว่า “ว่ากันตามเหตุผลด้วย ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะทำการผลิตในญี่ปุ่น แต่ผมคาดเดาได้ถึงวิกฤตการณ์และความกังวลที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ ซึ่งพึ่งพาภาคการผลิตในระดับที่สูงมาก ... ผมทราบว่าสถานการณ์ในภาคการผลิตหนักหนาสาหัสอย่างยิ่ง แต่ Toyota จะทุ่มความสำคัญไปที่การคงกำลังการผลิต (ในฐานญี่ปุ่น)” 

แม้อาจจะต้องเฉือนเนื้อตัวเอง แต่ด้วยพันธะของความเป็นคนญี่ปุ่นภาคธุรกิจ คงจะต้องช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศเอาไว้ และขณะเดียวกันต้องก้าวไปข้างหน้าต่อไป ตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและแสวงหาความมั่งคั่งทางธุรกิจ

 

ที่มา: โพสต์ทูเดย์

Comment
Share idea
* Name
* Comment
* Secure code
Other news
สอท.ชูผลสำรวจอุตฯรายใหญ่จ่อเลิกจ้าง27.33%
นักวิชาการแนะรับมือจีน 'รู้เข้า รู้เรา รู้จริงและรู้เท่าทัน'
บิ๊กดีลบริษัทใหญ่ สัญญาณลงทุนไทยฟื้น
ผู้ผลิตยอมตรึงสินค้า3เดือนกัดฟัน!แบกต้นทุนไหวแบงก์ตุนเงินกดปีใหม่
อินเดียเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค.พุ่ง 10.8% คาดกดดันแบงค์ชาติขึ้นดอกเบี้ย
ฟันธงปีเถาะอุตฯปิโตรเคมีขาลง
» Read all

ภาษาญี่ปุ่น(เชิงธุรกิจ)วันละคำ

วันนี้ขอเสนอคำว่า
足踏み (n. v.suru)
คำอ่าน(ฮิรางานะ) あしぶみ
คำอ่าน(โรมันจิ) a-shi-bu-mi
แปลว่า การหยุดชะงัก

ตัวอย่างการใช้
足踏み状態にあった景気が、今年に入ってやっと回復の兆しを見せてき
あしぶみじょうたいにあったけいきが、ことしにはいってやっとかいふ
a-shi-bu-mi-jou-tai-ni-at-ta-kei-ki-ga,ko-to-shi-ni-hait-te-yat-to-kai-fu-ku-no-ki-za-shi-wo-mi-se-te-ki-ma-shi-ta

คำแปล
จากสภาพเศรษฐกิจที่หยุดชะงัก ในที่สุดก็เริ่มส่งสัญญาณการฟิ้นตัวเมื่อเข้าสู่ปีนี้

Contact us
Technology Promotion Association(Thailand-Japan)
Sukhumvit5-7 Sukhumvit Road
Soi 29 Klongtoey Nua Vadhana
Bangkok 10110
Tel. 0-2258-0320-5 ext. 1400 -1404
Tel(Direct) 0-2258-6437
Fax. 0-2258-6440, 0-2259-9117
Contact E-mail: , ,
J-SMEs Services
  1. Arrange business trip/ business matching
    • For Japanese investors (to Thai and Southeast Asia)
    • For Thai investors (to Japan)
  2. Arrange workshops for both Thai and Japanese SMEs
  3. Business Coordination Service
    • Advisory Service (providing business advises by short briefings, e-mails)
    • Market Research Service (questionnaire, focus group)
    • Arrange Local Business Trip (including creating lists of target companies, preparing schedules, appointments and interpreters for the trips)
    • Market Development Support (negotiations with local companies, management support)
  4. Interpreting and Translating Services