สินค้า
สินค้าทั้งหมด สินค้ายอดนิยม
บริการ
  • จัดทำแบนเนอร์สินค้า และออกแบบสื่อทุกชนิด
  • บริการแปลภาษา ไทย-ญี่ปุ่น-อังกฤษ
  • หลักสูตรอบรม
  • Study Mission
  • Partner Visit
  • Plant Visit
  • Marketing Research
  • Business Matching and Meeting
  • 02-717-3000-29 ext. 524, 567

สถิติ:
จำนวนสินค้าทั้งหมด: 672
จำนวนผู้ผลิต (นิติบุคคล): 6693
Online Users:
ผู้เข้าชมขณะนี้: 48

ข่าวประชาสัมพันธ์
Abe keeps date with Thai-Nichi Institute
AEC Warning, Global Winning !
บริษัท รีไลแอน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(Reliance Engineering Co.,LTD.)
บริษัท มิสเตอร์บรัช จำกัด รับเครื่องหมาย TrustmrkThaiDBDVerified
สวยสมบูรญ์แบบกับเครื่่องสำอางแบรนดัง ของแท้ ถูกกว่าเคาท์เตอร์อีก 20-45% ของมีส่งได้ทันที
เครื่องสำอางค์แบรนดัง ของแท้เท่านั้น ยิ่งซื้อเยอะยิ่งลดเพิ่ม มีของพร้อมส่งได้ทันที
» อ่านทั้งหมด
มุมมองอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมในญี่ปุ่นกำลังอยู่ตรงหน้ากับทางแพร่งที่จะชี้เป็นชี้ตายอนาคตเศรษฐกิจของประเทศ

แม้จะปรารถนาคงฐานที่มั่นในประเทศต่อไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านต้นทุนและแรงงาน แต่ภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นมีเหตุผลให้ต้องย้ายออกไปตั้งฐานการผลิตใหม่หรือเพิ่มฐานการผลิตใหม่ๆ ในต่างแดน 

สาเหตุแรก อัตราความเสี่ยงที่เกี่ยวกับกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางทางภูมิศาสตร์ของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเกิดความหวาดเกรงว่า ต่อไปภัยธรรมชาติจะยิ่งรุนแรงขึ้นทุกขณะ  

ประการที่สอง ภาวะขาดแคลนพลังงานจากวิกฤตนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงระยะสั้น นอกจากนี้ การที่ชาวญี่ปุ่นเริ่มสิ้นหวังกับการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นพลังงานราคาถูกสำหรับอุตสาหกรรมและครัวเรือน ยังถือเป็นความเสี่ยงในระยะยาว 

ประการที่สาม กลไกเศรษฐกิจญี่ปุ่นเรรวนอย่างหนัก ค่าเงินเยนแข็งค่ายืดเยื้อจนการแทรกแซงให้อ่อนค่าได้ผลเพียงเล็กน้อย อีกทั้งรัฐยังต้องแบกรับภาคครัวเรือนมากเกินจนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว เนื่องจากอัตราการเกิดต่ำ จนญี่ปุ่นถลำเข้าสู่สังคมคนชรา 

เฉพาะสาเหตุข้อแรก ยังผลให้ฐานการผลิตของบริษัทชั้นนำในญี่ปุ่นต้องหยุดชะงักกันระนาว ไม่ว่าจะเป็น Sony ที่เปิดเผยว่า โรงงานถึง 16 แห่ง จากทั้งหมด 25 แห่ง ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่นเดียวกับ Toyota ที่ต้องปิดโรงงาน 12 แห่ง ไปจนถึงสุดสัปดาห์นี้ 

จากการประเมินล่าสุดโดยรัฐบาลญี่ปุ่น มูลค่าความเสียหายจากวิกฤตการณ์ทั้งหมด รวมแล้วสูงถึง 25 ล้านล้านเยน (ราว 9 ล้านล้านบาท) เฉือนมูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปีงบประมาณ 20112012 ถึง 2.75 ล้านล้านเยน หรือราว 0.5% ของมูลค่า GDP  

ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่แยกแยะว่าส่วนใดเป็นมูลค่าความเสียหายของภาคธุรกิจที่ประสบกับภาวะอุปทานชะงักงัน แต่ภาคธุรกิจเห็นว่า ความเสียหายในภาคธุรกิจรุนแรงกว่าที่เคยประเมินไว้ และจำเป็นที่จะต้องประเมินความเสียหายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่หากคิดรอคอยผลประเมิน อาจเป็นการล่าช้าจนเกินไป 

การย้ายฐานการผลิตไปต่างแดนจึงเป็นทางเลือกที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากภาคธุรกิจยังคิดแสวงหากำไร และเศรษฐกิจต้องการแรงหนุนต่อเนื่อง นี่มิใช่ปัญหาของญี่ปุ่นประเทศเดียวเท่านั้น แต่ส่งผลสะเทือนจากเอเชียตะวันออกจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะที่ภูมิภาคเหล่านี้เป็นฐานการผลิตให้กับญี่ปุ่นในระดับที่มากน้อยกันไปตามนโยบายเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ  

ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา กำลังการผลิตของบริษัทญี่ปุ่นในต่างแดนเพิ่มขึ้นจาก 6% มาอยู่ที่ ประมาณ 20% และน่าสนใจอย่างยิ่งหากพิจารณาจากสัดส่วนความต่างระหว่างกำลังการผลิตในประเทศกับฐานการผลิตต่างแดนเริ่มถ่างห่างยิ่งขึ้นในช่วง 3 ปีหลังการเกิดแผ่นดินไหวที่เมืองโกเบ เมื่อปี 2538 ซึ่งครั้งนั้นอัตราส่วนเพิ่มขึ้นจาก 8.3% มาอยู่ที่ 11.6%  

เมื่อปีที่แล้วเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งไทยเป็นอันดับหนึ่งของฐานการผลิตในด้านนี้ อัตราปรับเพิ่มของกำลังการผลิตรถยนต์ในฐานต่างแดน ปรับขึ้นมาถึง 51% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 เทียบกับกำลังการผลิตรถยนต์ช่วงเดือน พ.ย. 2553 เฉพาะ Nissan กำลังการผลิตในประเทศขยายตัวเพียง 0.1% ทว่า กำลังการผลิตในต่างแดนสูงถึง 26.6% ส่วนการผลิตรถยนต์ในประเทศของ Toyota ติดลบถึง 19.5% และในต่างแดนเพิ่ม 0.3% 

ส่วนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีกำลังการผลิตต่างแดนเพิ่มขึ้นถึง 90% ในส่วนของอุปกรณ์ PC และเพิ่มขึ้น 70% ในส่วนของอุปกรณ์ TV จากตัวเลขเหล่านี้ ดูเหมือนภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นจะดีดลูกคิดรางแล้วรางเล่ามาระยะหนึ่งแล้ว และเห็นว่าการย้ายฐานการผลิตจะยังผลที่คุ้มค่ามากกว่า ส่วนปัจจัยที่เกิดขึ้นภายหลังวิกฤตภัยธรรมชาติ/นิวเคลียร์ จะยิ่งผลักดันให้การย้ายฐานการผลิตเป็นไปในระดับที่รวดเร็วยิ่งขึ้น 

อย่างไรก็ตาม การย้ายฐานการผลิตถือเป็นดาบสองคมที่ทรงอานุภาพการทำลายล้างเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเช่นกัน เพราะการย้ายฐานกำลังการผลิตไปยังต่างแดน แม้จะช่วยต่ออายุภาคธุรกิจ แต่จะบั่นทอนภาคการผลิตอันเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของภาคส่งออก และเมื่อภาคส่งออกชะลอตัว ภาวะว่างงานจะรุนแรงขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นพึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนที่สูง

หากยิ่งย้ายฐานการผลิตอัตราว่างงานยิ่งสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว และหากญี่ปุ่นจะแก้ปัญหาด้วยการโอนถ่ายคนของตนมาปฏิบัติงานในประเทศที่เป็นฐาน ก็ย่อมไม่ได้รับความเห็นชอบอย่างแน่นอน เพราะเท่ากับบั่นทอนตลาดแรงงานในประเทศนั้นๆ เช่นกัน 

ตัวเลขว่างงานในญี่ปุ่นแม้จะสูงเฉียด 5% แต่ตรึงอยู่ในระดับนี้ต่อเนื่องมาอย่างน้อย 2 เดือน และเพิ่งปรับลงมาต่ำกว่า 5% เมื่อเดือน ต.ค. 2553 ด้วยแรงหนุนจากภาคส่งออกที่คึกคักเมื่อช่วงก่อนเกิดภัยพิบัติ จนรัฐบาลต้องปรับเพิ่มตัวเลขประเมินภาคส่งออกถึง 2 เดือนติดต่อกัน คือเมื่อเดือน ม.ค. และ ก.พ.  

หากกระแสย้ายฐานการผลิตกลายเป็นวาระหลักเพื่อการเอาตัวรอดของภาคธุรกิจ ความคึกคักของภาคส่งออกน่าจะซบเซาลงไม่น้อย ทว่า หนทางรอดของความลักลั่นสำหรับญี่ปุ่น อาจอยู่ที่ความรู้สึกชาตินิยมและภาระหน้าที่ต่อประเทศชาติ เหมือนดังท่าทีของ อาคิโอะ โทโยดะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (CEO) ของ Toyota ที่กล่าวว่า “ว่ากันตามเหตุผลด้วย ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะทำการผลิตในญี่ปุ่น แต่ผมคาดเดาได้ถึงวิกฤตการณ์และความกังวลที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ ซึ่งพึ่งพาภาคการผลิตในระดับที่สูงมาก ... ผมทราบว่าสถานการณ์ในภาคการผลิตหนักหนาสาหัสอย่างยิ่ง แต่ Toyota จะทุ่มความสำคัญไปที่การคงกำลังการผลิต (ในฐานญี่ปุ่น)” 

แม้อาจจะต้องเฉือนเนื้อตัวเอง แต่ด้วยพันธะของความเป็นคนญี่ปุ่นภาคธุรกิจ คงจะต้องช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศเอาไว้ และขณะเดียวกันต้องก้าวไปข้างหน้าต่อไป ตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและแสวงหาความมั่งคั่งทางธุรกิจ

 

ที่มา: โพสต์ทูเดย์

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
* ชื่อ
* ความคิดเห็น
* รหัสความปลอดภัย
ข่าวอื่นๆ
สอท.ชูผลสำรวจอุตฯรายใหญ่จ่อเลิกจ้าง27.33%
นักวิชาการแนะรับมือจีน 'รู้เข้า รู้เรา รู้จริงและรู้เท่าทัน'
บิ๊กดีลบริษัทใหญ่ สัญญาณลงทุนไทยฟื้น
สถาบันอาหารคาดอุตฯอาหารปี 54 ส่งออกมีมูลค่า 8 แสนลบ. ขยายตัวชะลอลง
'พาณิชย์'ส่งซิกน้ำมันปาล์มอาจทะลุ47บาท
กลุ่มปท.ผู้ส่งออกจี้เปิดเสรีน้ำตาล ชี้การกีดกันทางการค้าดันราคาพุ่ง
รัฐ-เอกชน ผนึกกำลังขับเคลื่อนอุตฯ อุปกรณ์การแพทย์ไทย
ผู้ผลิตยอมตรึงสินค้า3เดือนกัดฟัน!แบกต้นทุนไหวแบงก์ตุนเงินกดปีใหม่
ผู้ผลิตไก่ฟันธงปีหน้าราคาพุ่งจากความต้องการสูง
อินเดียเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค.พุ่ง 10.8% คาดกดดันแบงค์ชาติขึ้นดอกเบี้ย
ฟันธงปีเถาะอุตฯปิโตรเคมีขาลง
ยอดจองรถมอเตอร์เอ็กโปร์วิ่งฉิว ผู้จัดมั่นใจสูงกว่าปีก่อน
» อ่านทั้งหมด

สินค้าใหม่ล่าสุด
ขายบ้านที่ภูเก็ต 
ขายดาวน์ด่วนบ้านเสร็จแล้ว ขายถูกมากทําเลดี 28ตารางวา 120 ตารางเมตร 3นอน 2นํ้า
ลดเพิ่มอีก 10% เซ็ตอายทรีทเมนต์รอบดวงตาสูตรมหัศจรรย์ YSL Lisse Expert Eye Li 
ลดริ้วรอยและความหมองคล้ำรอบดวงตาสูตรมหัศจรรย์
รับประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์ 
รับประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์
สร้อยคอ Back to nature 
สร้อยคอ Back to Nature สรรสร้างจากแรงบันดาลใจของดีไซน์เนอร์ด้วยเทรนด์ของปี 2012
รองพื้นหน้าใส ปกปิดเนียนสวย Lancome Teint Miracle. Natural Light SPF18 ขนาดจริง 30cc(Shade 035)+BOX 
ลดเพิ่มอีก 10% รองพื้นหน้าใส ปกปิดเนียนสวย นาน18ชม.(ผิวขาวเหลืองกลางๆ) Lancome Teint Miracle. Natural Light SPF18 ขนาดจริง 30cc(Shade 035)+BOX
รถแทรกเตอร์ คูโบต้า L4708 
แทรกเตอร์ คูโบต้า รุ่น L4708 ประกอบด้วยเครื่องยนต์ไดเร็คอินเจคชั่น รุ่น V-2203-M-DI 4 สูบ4จังหวะขนาด 47 แรงม้า กำลังสูงสุดในแทรกเตอร์ รุ่นแอล และ ประหยัดน้ำมัน 1. เกียร์ซินโครชัทเทิล 2. 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง 3. เกียร์พีทีโอ 2 ระดับ 4.
รถแทรกเตอร์ คูโบต้า M9540 
ทรงพลังด้วยสุดยอดเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลคูโบต้า เครื่องยนต์ขนาด 85 และ 95 แรงม้า ระบบเซ็นเตอร์ไดเร็คอินเจกชั่น 1. 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง 2. เกียร์เปลี่ยนทิศทาง แบบออโต้ไฮดรอลิกชัทเทิล ใช้คู่อุปกรณ์ต่อพ่วง 1. ใบมีดดันดิน รุ่น FD210 L
รถแทรกเตอร์ รุ่น M108S 
สุดยอดแห่งขุมพลัง 108 แรงม้า ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ระบบ ECDIS คล่องตัว แรง และประหยัดน้ำมัน ทนทานด้วยชุดอุปกรณ์ต่อพ่วง 3 จุด คานล้อหน้าขนาดใหญ่ และดุมล้อหน้าเฟืองเฉียงระบบปิด
Inverter Toshiba , Mitsubishi, Yaskawa, 
Inverter Toshiba ,Inverter Mitsubishi, Inverter Yaskawa,
PLC FX1S,FX1N,FX2,FX3G,Fx3U,Q01 CPU series 
จำหน่าย PLC Mitsubishi ทุกรุ่น และ Ac, Servo Motor
Industry Partners