เอกชนไทยแห่ซบพม่า เข้าลงทุนใช้แรงงานราคาถูก หลังสหรัฐ ยุโรป เตรียมยกเลิกการคว่ำบาตรพม่า
นายวัลลภ วิตนากร กรรมการและที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารไฮเทคกรุ๊ป เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจเข้าไปลงทุนในพม่าเป็นจำนวนมาก เพราะทุกคนมั่นใจจากสัญญาณที่สหรัฐและยุโรปเตรียมยกเลิกการคว่ำบาตรพม่า ส่งผลให้ระบบสาธารณูปโภคด้านต่างๆ ของพม่าจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น
ขณะที่สิทธิประโยชน์ในการลงทุนจูงใจ เพราะยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี รวมทั้งค่าจ้างแรงงานในพม่าเฉลี่ยเพียง 2,000-2,500 บาทต่อเดือน ซึ่งต่ำกว่าไทย 3-4 เท่า
“ก่อนหน้านี้บริษัทผู้ผลิตสิ่งทอระดับท็อปเทน ได้ออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ทั้งลาว กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย เช่น ลิเบอร์ตี้กรุ๊ป ทองไทยกรุ๊ป ฮงเส็งกรุ๊ป ไนซ์กรุ๊ป ที่ล่าสุดได้ไปลงทุนในกัมพูชา ในส่วนของไฮเทคกรุ๊ปได้ลงทุนแล้วในลาว เวียดนาม และมีความสนใจที่จะลงทุนในพม่าด้วย” นายวัลลภ กล่าว
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทขนาดใหญ่และเล็กกว่า 60 ราย ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้แรงงานเข้มข้น เช่น กลุ่มอุตสาห กรรมรองเท้า เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม ย้ายฐานการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา เนื่องจากต้นทุนการผลิตของไทยที่สูงขึ้น รวมทั้งค่าจ้างสูงกว่าเพื่อนบ้าน 4-8 เท่าตัว
“ไม่อยากให้ภาครัฐมองว่าเป็นเรื่องเสียหายหรือไม่ดี ตรงกันข้ามภาครัฐควรส่งเสริม เพราะการย้ายฐานลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหาแหล่งทรัพยากรและค่าจ้างที่ถูกกว่า เป็นเรื่องที่นักลงทุนทุกคนมองไว้อยู่แล้ว เรื่องค่าจ้าง 300 บาท เข้ามาเป็นตัวกระตุ้นให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้นเท่านั้น” นายธนิต กล่าว
จากการสอบถาม พบว่า ค่าจ้างแรงงานในไทยเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 290 เหรียญสหรัฐ พม่าอยู่ที่เดือนละ 33.4 เหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าไทย 8.6 เท่า กัมพูชาเดือนละ 66 เหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าไทย 4.75 เท่า เวียดนามเดือนละ 55-60 เหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าไทย 4.8 เท่า ลาวเดือนละ 81 เหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าไทย 3.53 เท่า
นายธนิต กล่าวว่า ตอนนี้ภาคอุตสาหกรรมขาดแคลนแรงงานทุกส่วน ตัวเลขการว่างงานอยู่ที่ 0.7% เท่านั้น ขณะที่พม่าที่เพิ่งเปิดประเทศมีตลาดใหญ่ รวมทั้งได้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) และไม่ถูกกีดกันทางการค้า ซึ่งจะเป็นแต้มต่อให้อุตสาหกรรมไทย
ที่มา: โพสต์ทูเดย์