สินค้า
สินค้าทั้งหมด สินค้ายอดนิยม
บริการ
  • จัดทำแบนเนอร์สินค้า และออกแบบสื่อทุกชนิด
  • บริการแปลภาษา ไทย-ญี่ปุ่น-อังกฤษ
  • หลักสูตรอบรม
  • Study Mission
  • Partner Visit
  • Plant Visit
  • Marketing Research
  • Business Matching and Meeting
  • 02-717-3000-29 ext. 524, 567

สถิติ:
จำนวนสินค้าทั้งหมด: 672
จำนวนผู้ผลิต (นิติบุคคล): 6693
Online Users:
ผู้เข้าชมขณะนี้: 101

ข่าวประชาสัมพันธ์
Abe keeps date with Thai-Nichi Institute
AEC Warning, Global Winning !
บริษัท รีไลแอน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(Reliance Engineering Co.,LTD.)
บริษัท มิสเตอร์บรัช จำกัด รับเครื่องหมาย TrustmrkThaiDBDVerified
สวยสมบูรญ์แบบกับเครื่่องสำอางแบรนดัง ของแท้ ถูกกว่าเคาท์เตอร์อีก 20-45% ของมีส่งได้ทันที
เครื่องสำอางค์แบรนดัง ของแท้เท่านั้น ยิ่งซื้อเยอะยิ่งลดเพิ่ม มีของพร้อมส่งได้ทันที
» อ่านทั้งหมด
ประเด็นข่าวร้อน
ชำแหละเงินฝากแบงก์รัฐพุ่ง ธปท.หวั่น "นโยบายการเงิน" ไร้ผล

เมื่อ พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555 มีผลบังคับใช้แล้ว เท่ากับว่าประเด็นการเพิ่มค่าต๋งเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ก็ต้องหาข้อสรุปโดยเร็ว

แม้ว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวจะเปิดช่องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น เพื่อนำไปช่วยชำระหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จากที่ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ต้องนำส่งให้สำนักงานคุ้มครองเงินฝากอยู่แล้ว 0.4%

โดยประเด็นเรื่องตัวเลขที่จะเพิ่มเป็นเท่าไหร่ยังไม่ใช่ประเด็นร้อน แต่เรื่องที่นายแบงก์ใหญ่ต่างออกมาเรียกร้องคือ ความเหลื่อมล้ำ ไม่เสมอภาคในการแข่งขันของแบงก์พาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่ไม่ต้องจ่ายค่าต๋ง

แบงก์โวยแข่งขันไม่เท่าเทียม

"บัณฑูร ล่ำซำ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย แสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ต้องนำส่งเงินเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝากอยู่แล้ว การจะเปลี่ยนนำไปชำระหนี้ก่อนเป็นเรื่องที่ทำได้ หรือแม้กระทั่งจะเก็บเงินนำส่งเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 1% ตามกฎหมาย เพื่อไปชำระหนี้ก็เป็นระดับที่พอรับได้ เพราะถือว่าเป็นภาระที่เกิดขึ้นในระบบ แต่ประเด็นที่ซ้อนขึ้นคือกรณีแบงก์เฉพาะกิจไม่มีต้นทุนต้องนำส่ง 0.4% เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์ ทั้งที่มีการระดมเงินฝากในตลาดเดียวกัน

"ทำให้การแข่งขันในตลาดเงินฝากเขย่งกันอยู่ เพราะคนหนึ่งจ่ายค่าต๋ง อีกคนไม่ต้องจ่าย ทั้งนี้ไม่ได้เรียกร้องให้เก็บค่าธรรมเนียมเงินฝากจากแบงก์รัฐ เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตถึงการแข่งขันที่มีผู้ได้เปรียบจากที่ไม่มีต้นทุน เพื่อเป็นข้อมูลให้รัฐบาลซึ่งมีอำนาจตัดสินใจนำไปประกอบการพิจารณา"

นายบัณฑูร ชี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือระบบธนาคารที่มีต้นทุนสูงจะแข่งขันหาเงินฝากลำบากขึ้น รวมถึงผลกระทบต่อระบบธนาคารพาณิชย์ทำให้กำไรลดลง ส่วนผลต่อเสถียรภาพรวมยังยากที่จะประเมิน การที่จะผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปสู่ประชาชนทั้งหมดนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะการกำหนดดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากมีกลไกตลาดเป็นตัวกำหนด ขณะที่คู่แข่งธนาคารเฉพาะกิจมาค้ำราคาเพราะมีต้นทุนต่ำกว่า

ขณะที่ นางกรรณิการ์ ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปีนี้ธนาคารจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากที่ต้องนำส่งค่าธรรมเนียมเพื่อใช้ชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ พร้อมกับการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้ต้องเฝ้าระวัง

"หนี้กองทุนฟื้นฟูฯเป็นปัญหาของส่วนรวม เราก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ เรายอมรับ แต่ขอให้มีการช่วยกันจากทุกฝ่าย และขอให้กติกาแบงก์รัฐและแบงก์พาณิชย์เหมือนกัน เพราะต้นทุนที่ต่างกันในปัจจุบันแบงก์พาณิชย์ก็หน้ามืดแล้ว หากมากกว่านี้จะทำให้ระบบการเงินผันผวนมาก และทำให้ระยะยาวอ่อนแอลง เพราะไม่มีประเทศไหนที่มีระบบเงินฝาก 2 ระบบ หากต้นทุนขึ้นทั้งระบบจะกระทบไม่มาก จึงอยากให้ดูความเสมอภาค"

นางกรรณิการ์กล่าวรับว่า ปีนี้ส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) จะลดเหลือไม่ต่ำกว่า 3% จากปี"54 เป็นผลจากการเก็บค่าธรรมเนียมเงินฝากที่สร้างความผันผวน ทำให้เน้นการเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย

กดประสิทธิภาพ "ดบ.นโยบาย"

ด้าน นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ให้ความเห็นว่า กรณีที่ธนาคารเฉพาะกิจเพิ่มบทบาทในตลาดเงินฝากมากขึ้น จนปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 29% ซึ่งฐานเงินฝากของแบงก์พาณิชย์ทยอยลดลง เป็นประเด็นที่น่ากลัว เพราะถ้าอนาคตเงินฝากแบงก์รัฐเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 50% เท่ากับว่าเงินฝาก 50% ถูกกำกับดูแลโดยรัฐบาล ก็จะลดทอนประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบายการเงิน อีกทั้งอำนาจการกำกับดูแลของ ธปท.อ่อนกำลังลง

สอดคล้องกับ นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. ที่เห็นว่า ธนาคารรัฐเข้ามาแข่งขัน ทำให้มีเงินฝากไหลออกจากธนาคารพาณิชย์เข้าสู่ธนาคารเฉพาะกิจ ส่งผลให้การส่งผ่านนโยบายการเงินไปสู่ระบบเศรษฐกิจไม่มีประสิทธิภาพ แต่ ธปท.คงไม่สามารถเข้าไปจัดการปัญหาได้ทั้งหมด เนื่องจากธนาคารเฉพาะกิจไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท.

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องการแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์กับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐบาล ซึ่ง ธปท. จะทำหนังสือแสดงความกังวลไปยังกระทรวงการคลัง และถ้ามีโอกาสก็คงจะเข้าหารือกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในประเด็นการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน เพราะผลจากที่สถาบันการเงินของรัฐสามารถออกผลิตภัณฑ์เงินออมที่ให้ดอกเบี้ยสูง ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ต้องรักษาฐานลูกค้า จึงไม่สามารถลดดอกเบี้ยตามดอกเบี้ยนโยบาย มีผลต่อประสิทธิภาพของการดำเนินนโยบายการเงิน

เปิดข้อมูลฐานเงินฝากแบงก์รัฐ

จากที่แบงก์รัฐไม่ต้องเสียค่าต๋งทำให้ออกผลิตภัณฑ์เงินออมดอกเบี้ยสูงเข้ามาดูดเงินฝาก สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันนั้น ข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พบว่ายอดเงินฝากรวมของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 4 แห่งคือ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ (ดูตาราง) ซึ่งพบว่า ณ สิ้นเดือน พ.ย. เงินฝากของสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวม 2.8 ล้านล้านบาท หรือสัดส่วน 28%ของทั้งระบบ ส่วนเงินฝากธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ 7.39 ล้านล้านบาท

ธนาคารออมสินถือว่าเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ออกผลิตภัณฑ์ดูดเงินฝากแข่งกับธนาคารพาณิชย์มากที่สุด ช่วง 4 ปีที่ผ่านมามียอดเงินฝากเติบโตก้าวกระโดด โดยสิ้นเดือน พ.ย. 2554 ธนาคารออมสินมียอดเงินฝากอยู่ที่ 1.42 ล้านล้านบาท จากเมื่อ ม.ค. 2551 มียอดเงินฝาก 6.19 แสนล้านบาท เพียง 4 ปี ยอดเงินฝากเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว

สำหรับ ธ.ก.ส. ล่าสุดมียอดเงินฝาก 8 แสนล้านบาท จาก ม.ค. 2551 มียอดเงินฝากอยูที่ 5.07 แสนล้านบาท ขณะที่ ธอส.มียอดเงินฝาก 5.68 แสนล้านบาท จากเมื่อ 4 ปีที่แล้วมียอดเงินฝาก 4.77 แสนล้านบาท และไอแบงก์มียอดเงินฝาก 1.15 แสนล้านบาท จากเมื่อ ม.ค. 2551 มียอดเงินฝาก 1.29 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจอาศัยความได้เปรียบที่มีต้นทุนต่ำ เข้ามาแย่งฐานเงินฝากแบงก์พาณิชย์ แต่กรณีดังกล่าวไม่ได้กระทบต่อผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ที่ยังคงสามารถทำกำไรเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ในปี 2554 ธนาคารกสิกรไทยมีกำไรสุทธิ 24,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.85% โดยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 19.78% ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มีกำไรสุทธิ 27,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.2% โดยรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 4.9% และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มีกำไรสุทธิ 36,275 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.9% รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 37.9%

 

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ 

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
* ชื่อ
* ความคิดเห็น
* รหัสความปลอดภัย
ข่าวอื่นๆ
แฟนตาชี-การ์ตูนแรงฟีเวอร์!สมาคมหนังสือชี้ นิยายรัก ธรรมะแผ่ว
เตือนลงทุนพม่าหลังปี58 ที่แพง-ค่าแรงพุ่ง
เศรษฐกิจQ2หืดจับส่งออกถ่วงจีดีพีปีนี้โตไม่ถึง5%
ภาษาอังกฤษคนไทยโคม่า...กูรูแนะเด็กไทยพัฒนาอังกฤษเตรียมพร้อมสู่ AEC
เตรียมตัวรับกระแสใหม่ ยุคขาลงเฟซบุ๊ค
เอกชนปรับตัวหนีค่าแรง300 ลดจ้างงาน
ผู้ผลิตชิ้นส่วนห่วงบาทแข็ง ค่ายรถหันนำเข้า
วัดกำลัง คอนเทนต์โปรวายเดอร์ สู้ศึก Eyeball
เอสเอ็มอี ประเมิน 3 เดือน เจ็บ-เจ๊ง เสนอรัฐ ตั้งกองทุน-จัดงานแฟร์หาตลาด
ซีอีโอกังวลไตรมาส2ศก.ชะลอ ต้นทุนพุ่ง
ขีปนาวุธ SMEs ยุค 3G จัดการธุรกิจ ผ่าน App โดนๆ
องค์กรแห่งความสุข ในอีก 2 ทศวรรษ
» อ่านทั้งหมด

สินค้าใหม่ล่าสุด
ขายบ้านที่ภูเก็ต 
ขายดาวน์ด่วนบ้านเสร็จแล้ว ขายถูกมากทําเลดี 28ตารางวา 120 ตารางเมตร 3นอน 2นํ้า
ลดเพิ่มอีก 10% เซ็ตอายทรีทเมนต์รอบดวงตาสูตรมหัศจรรย์ YSL Lisse Expert Eye Li 
ลดริ้วรอยและความหมองคล้ำรอบดวงตาสูตรมหัศจรรย์
รับประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์ 
รับประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์
สร้อยคอ Back to nature 
สร้อยคอ Back to Nature สรรสร้างจากแรงบันดาลใจของดีไซน์เนอร์ด้วยเทรนด์ของปี 2012
รองพื้นหน้าใส ปกปิดเนียนสวย Lancome Teint Miracle. Natural Light SPF18 ขนาดจริง 30cc(Shade 035)+BOX 
ลดเพิ่มอีก 10% รองพื้นหน้าใส ปกปิดเนียนสวย นาน18ชม.(ผิวขาวเหลืองกลางๆ) Lancome Teint Miracle. Natural Light SPF18 ขนาดจริง 30cc(Shade 035)+BOX
รถแทรกเตอร์ คูโบต้า L4708 
แทรกเตอร์ คูโบต้า รุ่น L4708 ประกอบด้วยเครื่องยนต์ไดเร็คอินเจคชั่น รุ่น V-2203-M-DI 4 สูบ4จังหวะขนาด 47 แรงม้า กำลังสูงสุดในแทรกเตอร์ รุ่นแอล และ ประหยัดน้ำมัน 1. เกียร์ซินโครชัทเทิล 2. 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง 3. เกียร์พีทีโอ 2 ระดับ 4.
รถแทรกเตอร์ คูโบต้า M9540 
ทรงพลังด้วยสุดยอดเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลคูโบต้า เครื่องยนต์ขนาด 85 และ 95 แรงม้า ระบบเซ็นเตอร์ไดเร็คอินเจกชั่น 1. 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง 2. เกียร์เปลี่ยนทิศทาง แบบออโต้ไฮดรอลิกชัทเทิล ใช้คู่อุปกรณ์ต่อพ่วง 1. ใบมีดดันดิน รุ่น FD210 L
รถแทรกเตอร์ รุ่น M108S 
สุดยอดแห่งขุมพลัง 108 แรงม้า ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ระบบ ECDIS คล่องตัว แรง และประหยัดน้ำมัน ทนทานด้วยชุดอุปกรณ์ต่อพ่วง 3 จุด คานล้อหน้าขนาดใหญ่ และดุมล้อหน้าเฟืองเฉียงระบบปิด
Inverter Toshiba , Mitsubishi, Yaskawa, 
Inverter Toshiba ,Inverter Mitsubishi, Inverter Yaskawa,
PLC FX1S,FX1N,FX2,FX3G,Fx3U,Q01 CPU series 
จำหน่าย PLC Mitsubishi ทุกรุ่น และ Ac, Servo Motor
Industry Partners