สินค้า
สินค้าทั้งหมด สินค้ายอดนิยม
บริการ
  • จัดทำแบนเนอร์สินค้า และออกแบบสื่อทุกชนิด
  • บริการแปลภาษา ไทย-ญี่ปุ่น-อังกฤษ
  • หลักสูตรอบรม
  • Study Mission
  • Partner Visit
  • Plant Visit
  • Marketing Research
  • Business Matching and Meeting
  • 02-717-3000-29 ext. 524, 567

สถิติ:
จำนวนสินค้าทั้งหมด: 672
จำนวนผู้ผลิต (นิติบุคคล): 6693
Online Users:
ผู้เข้าชมขณะนี้: 71

ข่าวประชาสัมพันธ์
Abe keeps date with Thai-Nichi Institute
AEC Warning, Global Winning !
บริษัท รีไลแอน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(Reliance Engineering Co.,LTD.)
บริษัท มิสเตอร์บรัช จำกัด รับเครื่องหมาย TrustmrkThaiDBDVerified
สวยสมบูรญ์แบบกับเครื่่องสำอางแบรนดัง ของแท้ ถูกกว่าเคาท์เตอร์อีก 20-45% ของมีส่งได้ทันที
เครื่องสำอางค์แบรนดัง ของแท้เท่านั้น ยิ่งซื้อเยอะยิ่งลดเพิ่ม มีของพร้อมส่งได้ทันที
» อ่านทั้งหมด
ประเด็นข่าวร้อน
ญี่ปุ่นกระอักสึนามิ-น้ำท่วมไทย-ศก-ซบ-เยนแข็งสิ้นมนต์ขลังซามูไร

หลังผ่านพ้นปีใหม่มาได้เพียงเดือนเศษ บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่จากแดนปลาดิบ ประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นโซนี่ พานาโซนิค หรือชาร์ป ต่างตบเท้าพร้อมใจออกมาประกาศคาดการณ์ตัวเลขขาดทุนประจำปี 2554 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน มี.ค.นี้กันทั่วหน้า

โซนี่ หมายเลข 1 ของผู้ผลิตสินค้าอิเล็ก ทรอนิกส์เผยผลประกอบการตลอดปีเพิ่มอีกกว่าเท่าตัวเป็น 2.2 แสนล้านเยน (ราว 8.8 หมื่นล้านบาท) จากเดิมที่คาดไว้ 9 หมื่นล้านเยน (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) ทำให้ผลประกอบการของโซนี่ติดลบต่อเนื่อง จนสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ (เอสแอนด์พี) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังของสหรัฐ ประกาศปรับลดความน่าเชื่อถือของบริษัทจาก A เหลือเพียง BBB+ แถมปรับ ภาพรวมระยะยาวของบริษัทเป็นลบ

ด้านพานาโซนิคก็เผยตัวเลขยอดขาดทุนที่ถือเป็นวงเงินสูดสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 7.8 แสน (ราว 3.12 แสนล้านบาท) ล้านเยน ซึ่งสูงกว่ายอดขาดทุนในปี 2545 ซึ่งอยู่ที่ 4.28 แสนล้านเยน (ราว 1.71 แสนล้านบาท) จนทำให้บริษัทต้องตัดลดค่าใช้จ่ายด้วยการปลดคนงานออกจากตำแหน่ง ขณะที่บริษัท ชาร์ป ก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน เพราะประกาศตัวเลขขาดทุนกว่า 2.9 แสนล้านเยน (ราว 1.16 แสนล้านบาท)

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ของนักวิเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญ ว่าเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นอยู่ในสภาพบอบช้ำมากเพียงใด โดยมียอดการส่งออกสินค้าและบริการในไตรมาส 4 ที่หดตัวลดลง 3.1% และสถิติของรัฐบาลที่ระบุว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นหดตัวลง 0.6% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส และหดตัวลง 0.9% ตลอดปี 2554 จากที่เคยขยายตัว 4.4% ในปี 2553 เป็นหลักฐานยืนยันอีกทอดหนึ่ง

กลายเป็นคำถามคาใจว่า เกิดอะไรขึ้นกับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก

ทั้งนี้ ผลพวงแรกที่กระแทกญี่ปุ่นให้เซก็คือหายนภัยจากแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิถล่มเมื่อเดือน มี.ค. 2554 ที่ส่งผลให้เกิดวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บานปลายกลายเป็นวิกฤตพลังงาน จนการผลิตของบริษัทต่างๆ ต้องหยุดชะงักไป

นอกจากนี้ ภัยพิบัติดังกล่าวยังได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ามหาศาลสูงถึง 2.35 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.05 ล้านล้านบาท) โดยได้รับการจัดอันดับจากธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ให้เป็นภัยพิบัติจากธรรมชาติที่มีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ภัยธรรมชาติของโลก

ผลพวงต่อมาก็คือ ระหว่างที่กำลังเดินหน้าฟื้นฟูความเสียหายที่ได้รับ ญี่ปุ่นก็แทบล้มทั้งยืน เมื่อต้องเจอกับเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปีของประเทศไทยกระทืบซ้ำเข้าไปอีก

ทั้งนี้ เป็นที่ยอมรับในหมู่นักลงทุนมานานแล้วว่า ไทยเป็นฐานการผลิตอันดับ 1 ของบริษัทต่างๆ จากประเทศญี่ปุ่น โดยเหตุน้ำท่วมได้ทำให้การผลิตของโรงงานสังกัดญี่ปุ่นหลายแห่ง เช่น ฮอนด้า หรือโซนี่ ต้องหยุดการผลิต และทำให้สินค้า เช่น รถยนต์ หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขาดตลาด

จากการประเมินของเวิลด์แบงก์ ได้จัดให้เหตุอุทกภัยของไทยเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับที่ 4 ในประวัติศาสตร์ภัยพิบัติทางธรรมชาติของโลก ด้วยมูลค่า 4.57 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.371 ล้านล้านบาท)

นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้จะต้องถึงคราวหรี่แสง เพราะช่วงที่ประเทศต้องก้มหน้าก้มตาฟื้นฟูจากเหตุภัยพิบัติ เพื่อให้กระบวนการผลิตกลับมาดังเดิม

เศรษฐกิจทั่วโลกดันตกอยู่ในสภาวะซบเซา อันเป็นผลพวงจากวิกฤตหนี้สาธารณะของภูมิภาคยุโรปที่ยังคงไร้ทางออก และวิกฤตหนี้ของสหรัฐที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ ทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากยอดสั่งซื้อสินค้าที่ลดลง

เรียกได้ว่าการส่งออกของญี่ปุ่นเจอปัญหาสองเด้ง คือ ผลิตไม่ได้เพราะโรงงานเสียหายจากภัยพิบัติ แถมยังขายไม่ได้เพราะความต้องการในต่างประเทศลดลง

ขณะเดียวกัน การที่นักลงทุนต่างแห่ซื้อเงินเยนเก็บเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย จนทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้ญี่ปุ่นกระอักจนพูดไม่ออก

เพราะเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นกลายเป็นผลร้ายต่อภาคส่งออกที่ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ เนื่องจากทำให้สินค้าเมดอินเจแปนราคาแพงกว่าคู่แข่งจนขายไม่ได้ และทำให้รายได้ในต่างประเทศหดหาย

ทั้งนี้ ปัจจัยเรื่องค่าเงินเยนที่แข็งค่ามากขึ้นนี้ นับเป็นประเด็นสำคัญที่นักวิเคราะห์หลายสำนักเห็นตรงกันว่า ถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นไม่สามารถคืบหน้าไปได้เสียที โดยในปีที่ผ่านมาเงินเยนเดินหน้าแข็งค่าขึ้น 9% ต่อเงินยูโร และ 5.5% ต่อเหรียญสหรัฐ

จนในที่สุดก็กลายเป็นที่มาของการกระทำเหนือความคาดหมายของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ประกาศอัดฉีดเงินเข้ากองทุนซื้อสินทรัพย์อีก 10 ล้านล้านเยน (ราว 4 ล้านล้านบาท) พร้อมกับรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำที่ 00.1% จนกว่าดัชนีราคาผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1% เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พร้อมกับส่งสัญญาณชัดเจนว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจจะมีมาตรการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินให้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเงินฝืด

พูดให้ง่ายเข้าก็คือ เป็นการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนออกมาใช้จ่าย หรือนำเงินไปลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อฟื้นฟูความเสียหายที่ได้รับจากเหตุสึนามิและน้ำท่วมไทย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งได้ออกมาติงว่า การแก้ปัญหาค่าเงินเยนของธนาคารกลางญี่ปุ่นในครั้งนี้อาจไม่ได้ผลอะไรมากนัก เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจของยุโรปและสหรัฐยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ ตลอดจนแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียซึ่งน่าจะกลายเป็นที่พึ่งให้กับภาคส่งออกของญี่ปุ่นได้ ก็กำลังเผชิญหน้ากับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่เริ่มชะลอตัว

ต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมานั้นสหรัฐแม้ปากจะบอกว่าไม่สนับสนุนนโยบายเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า แต่ก็ปล่อยให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เข้าแทรกแซง เช่น การอัดเงินเข้าระบบ (คิวอี) และกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ระดับต่ำใกล้ศูนย์จนค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อน จนทำให้สหรัฐได้ผลประโยชน์ทางการค้าไปเต็มๆ

เรียกได้ว่าตราบใดที่เศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รัฐบาลและธนาคารกลางของญี่ปุ่นก็ยังคงต้องปวดหัวกับการแก้ปัญหาเงินเยนแข็งค่าให้เห็นผลต่อไป

แน่นอนว่าเป็นเงื่อนไขที่ต้องใช้เวลาอีกนาน

ขณะเดียวกัน ก็เป็นสัญญาณเตือนให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียรู้ตัวแต่เนิ่นๆ ว่า คงไม่อาจหวังพึ่งการลงทุนจากญี่ปุ่นเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้อีกต่อไป

 

ที่มา: โพสต์ทูเดย์

  

 

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
* ชื่อ
* ความคิดเห็น
* รหัสความปลอดภัย
ข่าวอื่นๆ
แฟนตาชี-การ์ตูนแรงฟีเวอร์!สมาคมหนังสือชี้ นิยายรัก ธรรมะแผ่ว
เตือนลงทุนพม่าหลังปี58 ที่แพง-ค่าแรงพุ่ง
เศรษฐกิจQ2หืดจับส่งออกถ่วงจีดีพีปีนี้โตไม่ถึง5%
ภาษาอังกฤษคนไทยโคม่า...กูรูแนะเด็กไทยพัฒนาอังกฤษเตรียมพร้อมสู่ AEC
เตรียมตัวรับกระแสใหม่ ยุคขาลงเฟซบุ๊ค
เอกชนปรับตัวหนีค่าแรง300 ลดจ้างงาน
ผู้ผลิตชิ้นส่วนห่วงบาทแข็ง ค่ายรถหันนำเข้า
วัดกำลัง คอนเทนต์โปรวายเดอร์ สู้ศึก Eyeball
เอสเอ็มอี ประเมิน 3 เดือน เจ็บ-เจ๊ง เสนอรัฐ ตั้งกองทุน-จัดงานแฟร์หาตลาด
ซีอีโอกังวลไตรมาส2ศก.ชะลอ ต้นทุนพุ่ง
ขีปนาวุธ SMEs ยุค 3G จัดการธุรกิจ ผ่าน App โดนๆ
องค์กรแห่งความสุข ในอีก 2 ทศวรรษ
» อ่านทั้งหมด

สินค้าใหม่ล่าสุด
ขายบ้านที่ภูเก็ต 
ขายดาวน์ด่วนบ้านเสร็จแล้ว ขายถูกมากทําเลดี 28ตารางวา 120 ตารางเมตร 3นอน 2นํ้า
ลดเพิ่มอีก 10% เซ็ตอายทรีทเมนต์รอบดวงตาสูตรมหัศจรรย์ YSL Lisse Expert Eye Li 
ลดริ้วรอยและความหมองคล้ำรอบดวงตาสูตรมหัศจรรย์
รับประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์ 
รับประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์
สร้อยคอ Back to nature 
สร้อยคอ Back to Nature สรรสร้างจากแรงบันดาลใจของดีไซน์เนอร์ด้วยเทรนด์ของปี 2012
รองพื้นหน้าใส ปกปิดเนียนสวย Lancome Teint Miracle. Natural Light SPF18 ขนาดจริง 30cc(Shade 035)+BOX 
ลดเพิ่มอีก 10% รองพื้นหน้าใส ปกปิดเนียนสวย นาน18ชม.(ผิวขาวเหลืองกลางๆ) Lancome Teint Miracle. Natural Light SPF18 ขนาดจริง 30cc(Shade 035)+BOX
รถแทรกเตอร์ คูโบต้า L4708 
แทรกเตอร์ คูโบต้า รุ่น L4708 ประกอบด้วยเครื่องยนต์ไดเร็คอินเจคชั่น รุ่น V-2203-M-DI 4 สูบ4จังหวะขนาด 47 แรงม้า กำลังสูงสุดในแทรกเตอร์ รุ่นแอล และ ประหยัดน้ำมัน 1. เกียร์ซินโครชัทเทิล 2. 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง 3. เกียร์พีทีโอ 2 ระดับ 4.
รถแทรกเตอร์ คูโบต้า M9540 
ทรงพลังด้วยสุดยอดเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลคูโบต้า เครื่องยนต์ขนาด 85 และ 95 แรงม้า ระบบเซ็นเตอร์ไดเร็คอินเจกชั่น 1. 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง 2. เกียร์เปลี่ยนทิศทาง แบบออโต้ไฮดรอลิกชัทเทิล ใช้คู่อุปกรณ์ต่อพ่วง 1. ใบมีดดันดิน รุ่น FD210 L
รถแทรกเตอร์ รุ่น M108S 
สุดยอดแห่งขุมพลัง 108 แรงม้า ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ระบบ ECDIS คล่องตัว แรง และประหยัดน้ำมัน ทนทานด้วยชุดอุปกรณ์ต่อพ่วง 3 จุด คานล้อหน้าขนาดใหญ่ และดุมล้อหน้าเฟืองเฉียงระบบปิด
Inverter Toshiba , Mitsubishi, Yaskawa, 
Inverter Toshiba ,Inverter Mitsubishi, Inverter Yaskawa,
PLC FX1S,FX1N,FX2,FX3G,Fx3U,Q01 CPU series 
จำหน่าย PLC Mitsubishi ทุกรุ่น และ Ac, Servo Motor
Industry Partners