Hot News
ญี่ปุ่นกระอักสึนามิ-น้ำท่วมไทย-ศก-ซบ-เยนแข็งสิ้นมนต์ขลังซามูไร

หลังผ่านพ้นปีใหม่มาได้เพียงเดือนเศษ บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่จากแดนปลาดิบ ประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นโซนี่ พานาโซนิค หรือชาร์ป ต่างตบเท้าพร้อมใจออกมาประกาศคาดการณ์ตัวเลขขาดทุนประจำปี 2554 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน มี.ค.นี้กันทั่วหน้า

โซนี่ หมายเลข 1 ของผู้ผลิตสินค้าอิเล็ก ทรอนิกส์เผยผลประกอบการตลอดปีเพิ่มอีกกว่าเท่าตัวเป็น 2.2 แสนล้านเยน (ราว 8.8 หมื่นล้านบาท) จากเดิมที่คาดไว้ 9 หมื่นล้านเยน (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) ทำให้ผลประกอบการของโซนี่ติดลบต่อเนื่อง จนสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ (เอสแอนด์พี) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังของสหรัฐ ประกาศปรับลดความน่าเชื่อถือของบริษัทจาก A เหลือเพียง BBB+ แถมปรับ ภาพรวมระยะยาวของบริษัทเป็นลบ

ด้านพานาโซนิคก็เผยตัวเลขยอดขาดทุนที่ถือเป็นวงเงินสูดสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 7.8 แสน (ราว 3.12 แสนล้านบาท) ล้านเยน ซึ่งสูงกว่ายอดขาดทุนในปี 2545 ซึ่งอยู่ที่ 4.28 แสนล้านเยน (ราว 1.71 แสนล้านบาท) จนทำให้บริษัทต้องตัดลดค่าใช้จ่ายด้วยการปลดคนงานออกจากตำแหน่ง ขณะที่บริษัท ชาร์ป ก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน เพราะประกาศตัวเลขขาดทุนกว่า 2.9 แสนล้านเยน (ราว 1.16 แสนล้านบาท)

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ของนักวิเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญ ว่าเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นอยู่ในสภาพบอบช้ำมากเพียงใด โดยมียอดการส่งออกสินค้าและบริการในไตรมาส 4 ที่หดตัวลดลง 3.1% และสถิติของรัฐบาลที่ระบุว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นหดตัวลง 0.6% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส และหดตัวลง 0.9% ตลอดปี 2554 จากที่เคยขยายตัว 4.4% ในปี 2553 เป็นหลักฐานยืนยันอีกทอดหนึ่ง

กลายเป็นคำถามคาใจว่า เกิดอะไรขึ้นกับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก

ทั้งนี้ ผลพวงแรกที่กระแทกญี่ปุ่นให้เซก็คือหายนภัยจากแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิถล่มเมื่อเดือน มี.ค. 2554 ที่ส่งผลให้เกิดวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บานปลายกลายเป็นวิกฤตพลังงาน จนการผลิตของบริษัทต่างๆ ต้องหยุดชะงักไป

นอกจากนี้ ภัยพิบัติดังกล่าวยังได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ามหาศาลสูงถึง 2.35 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.05 ล้านล้านบาท) โดยได้รับการจัดอันดับจากธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ให้เป็นภัยพิบัติจากธรรมชาติที่มีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ภัยธรรมชาติของโลก

ผลพวงต่อมาก็คือ ระหว่างที่กำลังเดินหน้าฟื้นฟูความเสียหายที่ได้รับ ญี่ปุ่นก็แทบล้มทั้งยืน เมื่อต้องเจอกับเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปีของประเทศไทยกระทืบซ้ำเข้าไปอีก

ทั้งนี้ เป็นที่ยอมรับในหมู่นักลงทุนมานานแล้วว่า ไทยเป็นฐานการผลิตอันดับ 1 ของบริษัทต่างๆ จากประเทศญี่ปุ่น โดยเหตุน้ำท่วมได้ทำให้การผลิตของโรงงานสังกัดญี่ปุ่นหลายแห่ง เช่น ฮอนด้า หรือโซนี่ ต้องหยุดการผลิต และทำให้สินค้า เช่น รถยนต์ หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขาดตลาด

จากการประเมินของเวิลด์แบงก์ ได้จัดให้เหตุอุทกภัยของไทยเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับที่ 4 ในประวัติศาสตร์ภัยพิบัติทางธรรมชาติของโลก ด้วยมูลค่า 4.57 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.371 ล้านล้านบาท)

นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้จะต้องถึงคราวหรี่แสง เพราะช่วงที่ประเทศต้องก้มหน้าก้มตาฟื้นฟูจากเหตุภัยพิบัติ เพื่อให้กระบวนการผลิตกลับมาดังเดิม

เศรษฐกิจทั่วโลกดันตกอยู่ในสภาวะซบเซา อันเป็นผลพวงจากวิกฤตหนี้สาธารณะของภูมิภาคยุโรปที่ยังคงไร้ทางออก และวิกฤตหนี้ของสหรัฐที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ ทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากยอดสั่งซื้อสินค้าที่ลดลง

เรียกได้ว่าการส่งออกของญี่ปุ่นเจอปัญหาสองเด้ง คือ ผลิตไม่ได้เพราะโรงงานเสียหายจากภัยพิบัติ แถมยังขายไม่ได้เพราะความต้องการในต่างประเทศลดลง

ขณะเดียวกัน การที่นักลงทุนต่างแห่ซื้อเงินเยนเก็บเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย จนทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้ญี่ปุ่นกระอักจนพูดไม่ออก

เพราะเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นกลายเป็นผลร้ายต่อภาคส่งออกที่ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ เนื่องจากทำให้สินค้าเมดอินเจแปนราคาแพงกว่าคู่แข่งจนขายไม่ได้ และทำให้รายได้ในต่างประเทศหดหาย

ทั้งนี้ ปัจจัยเรื่องค่าเงินเยนที่แข็งค่ามากขึ้นนี้ นับเป็นประเด็นสำคัญที่นักวิเคราะห์หลายสำนักเห็นตรงกันว่า ถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นไม่สามารถคืบหน้าไปได้เสียที โดยในปีที่ผ่านมาเงินเยนเดินหน้าแข็งค่าขึ้น 9% ต่อเงินยูโร และ 5.5% ต่อเหรียญสหรัฐ

จนในที่สุดก็กลายเป็นที่มาของการกระทำเหนือความคาดหมายของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ประกาศอัดฉีดเงินเข้ากองทุนซื้อสินทรัพย์อีก 10 ล้านล้านเยน (ราว 4 ล้านล้านบาท) พร้อมกับรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำที่ 00.1% จนกว่าดัชนีราคาผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1% เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พร้อมกับส่งสัญญาณชัดเจนว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจจะมีมาตรการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินให้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเงินฝืด

พูดให้ง่ายเข้าก็คือ เป็นการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนออกมาใช้จ่าย หรือนำเงินไปลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อฟื้นฟูความเสียหายที่ได้รับจากเหตุสึนามิและน้ำท่วมไทย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งได้ออกมาติงว่า การแก้ปัญหาค่าเงินเยนของธนาคารกลางญี่ปุ่นในครั้งนี้อาจไม่ได้ผลอะไรมากนัก เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจของยุโรปและสหรัฐยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ ตลอดจนแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียซึ่งน่าจะกลายเป็นที่พึ่งให้กับภาคส่งออกของญี่ปุ่นได้ ก็กำลังเผชิญหน้ากับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่เริ่มชะลอตัว

ต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมานั้นสหรัฐแม้ปากจะบอกว่าไม่สนับสนุนนโยบายเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า แต่ก็ปล่อยให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เข้าแทรกแซง เช่น การอัดเงินเข้าระบบ (คิวอี) และกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ระดับต่ำใกล้ศูนย์จนค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อน จนทำให้สหรัฐได้ผลประโยชน์ทางการค้าไปเต็มๆ

เรียกได้ว่าตราบใดที่เศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รัฐบาลและธนาคารกลางของญี่ปุ่นก็ยังคงต้องปวดหัวกับการแก้ปัญหาเงินเยนแข็งค่าให้เห็นผลต่อไป

แน่นอนว่าเป็นเงื่อนไขที่ต้องใช้เวลาอีกนาน

ขณะเดียวกัน ก็เป็นสัญญาณเตือนให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียรู้ตัวแต่เนิ่นๆ ว่า คงไม่อาจหวังพึ่งการลงทุนจากญี่ปุ่นเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้อีกต่อไป

 

ที่มา: โพสต์ทูเดย์

  

 

Comment
Share idea
* Name
* Comment
* Secure code
Other news
พาณิชย์จ่อปรับเป้าเงินเฟ้อ คาดทั้งปีต่ำ3%
โลกฟื้น เอเชียไม่ฟื้น ถึงเวลาปรับตัวเล็กพึ่งจีน
โฆษิต โลหะวัฒนะกุล นักเชื่อมรอยต่อโกลบอลแบรนด์
พลิกโฉมนักสื่อสาร CSR ลดสร้างภาพ-ตอบโจทย์ stakeholder
เทรนด์นักธุรกิจรุ่นใหม่ "เกาะไอที ลงทุนต่ำ กำไรสูง"
ดัชนีเชื่อมั่นร่วงทุกตัว ครึ่งปีหลังไม่สดใส
ข่าวร้ายถล่ม...เศรษฐกิจครึ่งปีหลัง
5เทรนด์ใหม่"ยุคดิจิทัล"บีบหนังสือพิมพ์ปรับตัว
ต่างชาติพาเหรดลงทุนโคราช "นวนคร"ลุยขยายพื้นที่เฟส3
ทุนยุ่นไม่หวั่น"บาทแข็ง-เยนอ่อน" เคลื่อนทัพ บุกไทย
แฟนตาชี-การ์ตูนแรงฟีเวอร์!สมาคมหนังสือชี้ นิยายรัก ธรรมะแผ่ว
เตือนลงทุนพม่าหลังปี58 ที่แพง-ค่าแรงพุ่ง
» Read all

ภาษาญี่ปุ่น(เชิงธุรกิจ)วันละคำ

วันนี้ขอเสนอคำว่า
解決 (n. v.suru)
คำอ่าน(ฮิรางานะ) かいけつ
คำอ่าน(โรมันจิ) kai-ke-tsu
แปลว่า (การ)แก้ไข(ปัญหา)

ตัวอย่างการใช้
あなたの意見のおかげでその問題を解決されました。
あなたのいけんのおかげでそのもんだいをかいけつされました。
a-na-ta no i-ken no o-ka-ge-de so no mon-dai wo kai-ke-tsu sa-re-ma-shi-ta

คำแปล
ด้วยความคิดเห็นของคุณทำให้ปัญหานั้นถูกแก้ไข

Contact us
Technology Promotion Association(Thailand-Japan)
Sukhumvit5-7 Sukhumvit Road
Soi 29 Klongtoey Nua Vadhana
Bangkok 10110
Tel. 0-2258-0320-5 ext. 1400 -1404
Tel(Direct) 0-2258-6437
Fax. 0-2258-6440, 0-2259-9117
Contact E-mail: , ,
J-SMEs Services
  1. Arrange business trip/ business matching
    • For Japanese investors (to Thai and Southeast Asia)
    • For Thai investors (to Japan)
  2. Arrange workshops for both Thai and Japanese SMEs
  3. Business Coordination Service
    • Advisory Service (providing business advises by short briefings, e-mails)
    • Market Research Service (questionnaire, focus group)
    • Arrange Local Business Trip (including creating lists of target companies, preparing schedules, appointments and interpreters for the trips)
    • Market Development Support (negotiations with local companies, management support)
  4. Interpreting and Translating Services