Hot News
"เดิมพัน"รัฐบาลปูแดงดึงทุนญี่ปุ่น"อยู่ต่อ"

การเยือนญี่ปุ่นของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ระหว่างวันที่ 6-9 มี.ค.นี้ ถือเป็นการเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน นับแต่การเข้ารับตำแหน่งนายกฯ หญิงคนแรกของไทย

และยังถือเป็นการเยือนประเทศนอกอาเซียนครั้งแรกของนายกฯ

เป้าหมายหลักเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนญี่ปุ่นหลังเกิดมหาอุทกภัย ปี 2554 และขอให้นักลงทุนญี่ปุ่น ขยายการลงทุนในไทยต่อไป

เสมือนเป็นประเพณีทางการทูต ที่นายกฯ ไทยทุกคนต้องเดินทางเยือนญี่ปุ่น นั่นเพราะ ทุนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มทุนนอกประเทศที่ใหญ่ที่สุดที่ลงทุนในไทย

ทว่าการเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้มี ความต่างจากการเยือนในหลายครั้งที่ผ่านมา แต่เป็นความต่างใน บริบทภายใต้สถานการณ์เดียวกัน

นั่นคือการไปเยือนเพื่อเรียกความ เชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยจนก่อให้เกิดการจ้างงาน การผลิตและทำให้ระบบเศรษฐกิจของไทยเติบโตก้าวไกลจนบัดป่านนี้ให้กลับคืนมา

ย้อนหลังกลับไปนับแต่ปี 2548 ไทยเผชิญสถานการณ์วุ่นวายทางการเมือง การรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) และเปลี่ยนเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ภายใต้สโลแกน แดงทั้งแผ่นดินตลอดปี 2550-2551

การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อปี 2551 ที่นำไปสู่การปิดสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมืองในสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช การหยุดชะงักของการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ม.67 วรรคสอง

ตามมาด้วยเหตุการณ์ เผาบ้านเผาเมืองเดือน เม.ย. 2553 ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเหตุการณ์มหาอุทกภัยปลายปี 2554 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่า 1.42 ล้านล้านบาทในขณะที่นักลงทุนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เช่น สายการผลิตโรงงานรถยนต์ฮอนด้าที่ยุติการผลิตสิ้นเชิงเพราะน้ำท่วม

เรียกได้ว่าความวุ่นวายตลอด 6 ปีเต็มทุกเหตุการณ์ล้วน สั่นคลอนความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่นให้ตกต่ำสุดขีด

เพราะเหตุการณ์เหล่านั้นมีผลกระทบต่อการทำธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้

ล่าสุด บริษัท เอลพิดา เมมโมรี อิงค์ ยื่นขอล้มละลายต่อศาลโตเกียว เนื่องจากการขาดสภาพคล่องอย่างหนัก โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบน้ำท่วมในไทย ที่ทำให้สายการผลิตหยุดชะงัก และไม่สามารถต่อสู้กับคู่แข่งอย่าง ซัมซุงของเกาหลีใต้ได้

เช่นเดียวกับการตั้งคำถามของนักลงทุนต่อ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เมื่อครั้งเยือนสิงคโปร์ วันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า การเมืองไทยมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงหรือไม่ เพราะไทยผ่านกระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหลายครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ

นโยบายเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทของรัฐบาล เป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุน กังวลใจพร้อมกับการ กระพือข่าวย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่น การลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ในปี 2555 และเหลือ 20% ในปี 2556 ไม่อาจชดเชยต้นทุนการผลิตของนักลงทุนได้ทั้งหมด

กรณี บริษัท มินิแบร์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากญี่ปุ่น ตัดสินใจย้ายฐานการลงทุนบางส่วนจากไทยไปกัมพูชาเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะค่าแรงของกัมพูชาต่ำเพียงวันละ 80 บาทเท่านั้น ขณะที่ของไทยกำลังเพิ่มเป็น 300 บาท

แม้ว่าอุตสาหกรรมญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทยจะเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ใช้เทคโนโลยีสูง และต้องการแรงงานไม่มาก เช่น ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ แต่การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในระดับ ซัพพลายเออร์พวก Tier1, Tier2 และ Tier3 ต่างได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำอย่าง เลี่ยงไม่ได้

 

อีกทั้งอย่าลืมว่า นักลงทุนญี่ปุ่นบ่นเสมอมาว่า ไทยขาดแคลนแรงงานที่มี ทักษะ

 

ต้นทุนมนุษย์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญต่อการลงทุนของญี่ปุ่นในไทย ไม่แพ้อัธยาศัยที่ดี อดทน และขยันขันแข็ง

เมื่อมองไปยังประเทศอาเซียนอื่นๆ หลายประเทศเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจของนักลงทุนญี่ปุ่น เช่น อินโดนีเซียที่การเมืองมีเสถียรภาพ และประชากรระดับเกิน 200 ล้านคน เป็นตลาดที่ใหญ่ โดยเฉพาะฐานการผลิตยานยนต์ในอินโดนีเซียที่ขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องมาหลายปี และกำลังจะ แซงหน้าไทยในอนาคตอันใกล้

 

กัมพูชาและเวียดนาม เป็นทางเลือกที่น่าลงทุนอีกแห่ง เนื่องจากมีการให้สิทธิประโยชน์การลงทุนและภาษีในระดับ สูง

 

ขณะที่พม่าเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ ก้าวหน้าในระบอบประชาธิปไตย แหล่งทรัพยากรที่หลากหลายและความ สดใหม่และศูนย์กลาง อ่าวเบงกอลล้วนหนุนส่งให้พม่าเป็นแหล่งลงทุนที่น่าสนใจ

ต้องยอมรับว่าวันนี้ระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่นแทบไม่กระเตื้อง นอกจากความเสี่ยง การเมืองที่ยัง คุกรุ่นและพร้อมลุกเป็นไฟได้ตลอด กฎระเบียบการลงทุนที่คลี่คลายบ้างแล้ว แต่มีความเสี่ยง ภัยพิบัติธรรมชาติเข้ามาซ้ำเติม รวมทั้งค่าจ้างขั้นต่ำที่มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้

ไทยจึงไม่ใช่ถิ่นฐานที่น่าลงทุนอันดับแรกๆ ของญี่ปุ่นอีกแล้ว

แม้มีคำยืนยันจากนักลงทุนญี่ปุ่น องค์กรระดับนำอย่าง เจโทรหรือองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น และหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ (JCC) จะไม่ย้ายฐานการผลิตจากไทยแน่นอน

ทว่านั่นอาจเป็นเพียง การรักษามารยาทตามแบบฉบับวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำมิตรและจิตใจ

หากมีน้ำท่วมใหญ่อย่างนี้ขึ้นอีกรอบนักลงทุนเขาไม่อยู่แน่ เขากังวลเรื่องนี้มาก เพราะคราวที่แล้วเขาเสียหายหนักแหล่งข่าววงในรัฐบาล ระบุ

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ถ้อยแถลงการณ์ร่วมฯ ที่ยิ่งลักษณ์จะลงนามกับผู้นำญี่ปุ่น 6 หน้ากระดาษในแบบพิมพ์อักษรไทย และพิมพ์ภาษาอังกฤษ 7 หน้ากระดาษ ที่เล็ดลอดออกมา

จากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

 

ระบุหัวข้อว่า ถ้อยแถลงร่วมญี่ปุ่น-ไทย ว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์บนพื้นฐานสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพที่ยาวนาน

 

ถ้อยแถลงฯ ที่แสดงความเห็นอกเห็นใจระหว่างกัน คือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่น และเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในไทย การช่วยเหลือกันในยามยากลำบาก

การ เน้นย้ำความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในกรอบทวิภาคี ภูมิภาค และระหว่างประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การพัฒนา และความมั่นคง โดยเฉพาะการจัดการภัยพิบัติ

หมายความว่าไทยอาศัยบุญเก่าหรือมิตรภาพที่ยาวนานเป็น สายใยคล้องใจนักลงทุนญี่ปุ่นให้ขยายการลงทุนในไทยต่อไป หรือไม่ย้ายฐานการผลิตจากไทยไปไหน

 

การเข้าพบกับนักลงทุนญี่ปุ่นแบบ ฟอรัมและการเข้าพบของนักลงทุนรายใหญ่ของญี่ปุ่นแต่ละบริษัทแบบ ตัวต่อตัว 10-15 บริษัท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและร้องขอให้มีการขยายการลงทุนในไทยต่อเนื่อง ภายใต้คำมั่นของรัฐบาลที่จะให้การสนับสนุน ทุกทาง

 

แต่สิ่งที่สำคัญคือ ทำอย่างไรให้นักลงทุนญี่ปุ่นเชื่อมั่นว่าจะไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วมอีก โครงการลงทุนป้องกันน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท ต้องมีการชี้แจงอย่าง กระจ่างแจ้งและที่สำคัญยิ่งกว่า คือ ต้องมีการปฏิบัติได้จริง

ขณะที่การทุ่มทุนการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ แม้ไม่ทุ่มหมด หน้าตักแต่ต้องทุ่มเทในระดับจูงใจ สูงสุดเท่าที่เคยมีมา

นอกเหนือจากความ ภูมิใจทางภูมิศาสตร์ของไทย ในการเป็นจุดศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน และการเปิดเสรีทางการค้ากับนานาประเทศที่ถือเป็น แม่เหล็กการลงทุนที่สำคัญ

การเยือนญี่ปุ่นของ ยิ่งลักษณ์ในครั้งนี้มี เดิมพันสูงและมี ความหมายอย่างยิ่ง

นี่อาจเป็นบทพิสูจน์ฝีมือยิ่งลักษณ์ว่าจะสร้างความ ประทับใจให้นักลงทุนญี่ปุ่นได้มากน้อยเพียงใดเกี่ยวกับแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้พ้นน้ำหลาก

จนภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นต่างพากันผวา

ไม่เช่นนั้นพื้นที่ยืนทางเศรษฐกิจของไทยในเวทีโลกจะ แคบลงอย่างแน่นอน

ที่มา: โพสต์ทูเดย์ 

Comment
Share idea
* Name
* Comment
* Secure code
Other news
พาณิชย์จ่อปรับเป้าเงินเฟ้อ คาดทั้งปีต่ำ3%
โลกฟื้น เอเชียไม่ฟื้น ถึงเวลาปรับตัวเล็กพึ่งจีน
โฆษิต โลหะวัฒนะกุล นักเชื่อมรอยต่อโกลบอลแบรนด์
พลิกโฉมนักสื่อสาร CSR ลดสร้างภาพ-ตอบโจทย์ stakeholder
เทรนด์นักธุรกิจรุ่นใหม่ "เกาะไอที ลงทุนต่ำ กำไรสูง"
ดัชนีเชื่อมั่นร่วงทุกตัว ครึ่งปีหลังไม่สดใส
ข่าวร้ายถล่ม...เศรษฐกิจครึ่งปีหลัง
5เทรนด์ใหม่"ยุคดิจิทัล"บีบหนังสือพิมพ์ปรับตัว
ต่างชาติพาเหรดลงทุนโคราช "นวนคร"ลุยขยายพื้นที่เฟส3
ทุนยุ่นไม่หวั่น"บาทแข็ง-เยนอ่อน" เคลื่อนทัพ บุกไทย
แฟนตาชี-การ์ตูนแรงฟีเวอร์!สมาคมหนังสือชี้ นิยายรัก ธรรมะแผ่ว
เตือนลงทุนพม่าหลังปี58 ที่แพง-ค่าแรงพุ่ง
» Read all

ภาษาญี่ปุ่น(เชิงธุรกิจ)วันละคำ

วันนี้ขอเสนอคำว่า
抵抗 (n. v.suru)
คำอ่าน(ฮิรางานะ) ていこう
คำอ่าน(โรมันจิ) tei-kou
แปลว่า (การ)ต่อต้าน, (การ)ขัดขืน, (การ)ไม่ยอมรับ

ตัวอย่างการใช้
困難に対してあくまでも抵抗しました。
こんなんにたいしてあくまでもていこうしました。
kon-nan-ni-tai-shi-te-a-ku-ma-de-mo-tei-kou-shi-ma-shi-ta

คำแปล
ฉันต้านทานต่อความยากลำบากมาแล้ว

Contact us
Technology Promotion Association(Thailand-Japan)
Sukhumvit5-7 Sukhumvit Road
Soi 29 Klongtoey Nua Vadhana
Bangkok 10110
Tel. 0-2258-0320-5 ext. 1400 -1404
Tel(Direct) 0-2258-6437
Fax. 0-2258-6440, 0-2259-9117
Contact E-mail: , ,
J-SMEs Services
  1. Arrange business trip/ business matching
    • For Japanese investors (to Thai and Southeast Asia)
    • For Thai investors (to Japan)
  2. Arrange workshops for both Thai and Japanese SMEs
  3. Business Coordination Service
    • Advisory Service (providing business advises by short briefings, e-mails)
    • Market Research Service (questionnaire, focus group)
    • Arrange Local Business Trip (including creating lists of target companies, preparing schedules, appointments and interpreters for the trips)
    • Market Development Support (negotiations with local companies, management support)
  4. Interpreting and Translating Services