สินค้า
สินค้าทั้งหมด สินค้ายอดนิยม
บริการ
  • จัดทำแบนเนอร์สินค้า และออกแบบสื่อทุกชนิด
  • บริการแปลภาษา ไทย-ญี่ปุ่น-อังกฤษ
  • หลักสูตรอบรม
  • Study Mission
  • Partner Visit
  • Plant Visit
  • Marketing Research
  • Business Matching and Meeting
  • 02-717-3000-29 ext. 524, 567

สถิติ:
จำนวนสินค้าทั้งหมด: 672
จำนวนผู้ผลิต (นิติบุคคล): 6693
Online Users:
ผู้เข้าชมขณะนี้: 20

ข่าวประชาสัมพันธ์
Abe keeps date with Thai-Nichi Institute
AEC Warning, Global Winning !
บริษัท รีไลแอน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(Reliance Engineering Co.,LTD.)
บริษัท มิสเตอร์บรัช จำกัด รับเครื่องหมาย TrustmrkThaiDBDVerified
สวยสมบูรญ์แบบกับเครื่่องสำอางแบรนดัง ของแท้ ถูกกว่าเคาท์เตอร์อีก 20-45% ของมีส่งได้ทันที
เครื่องสำอางค์แบรนดัง ของแท้เท่านั้น ยิ่งซื้อเยอะยิ่งลดเพิ่ม มีของพร้อมส่งได้ทันที
» อ่านทั้งหมด
ประเด็นข่าวร้อน
อุตฯรถยนต์คึก โตโยต้า-อีซูซุ เร่งการผลิต

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงได้รับยาหอมจากนักลงทุนญี่ปุ่น แม้ว่าในช่วงปีที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วม รวมไปถึงปัจจัยการเมืองที่ไม่แน่นอน และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจัยต่างๆเหล่านั้นไม่ได้ทำให้นักลงทุนจากแดนปลาดิบมีการชะลอการลงทุนแต่อย่างไร

+อีซูซุ ยึดไทยหัวหาดฐานการผลิต
  นายฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์อีซูซุในประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตรถที่สำคัญของอีซูซุ และเป็นศูนย์กลางอาร์แอนด์ดี หรือ อีซูซุ เทคนิคอล เอเชีย เซ็นเตอร์ (ไอทีเอ)ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและวิจัยของอีซูซุในภาคพื้นเอเชีย นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศไทยคือ การทุ่มงบประมาณราว 6,500 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
 

สำหรับโรงงานแห่งใหม่จะแล้วเสร็จประมาณไตรมาสที่ 3 หรือเดือนตุลาคมของปี 2555 และจะทำให้อีซูซุมีกำลังการผลิตจากเดิมประมาณ 200,000 - 250,000 คันต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 400,000 คันต่อปี
 

"เราคาดว่าตลาดรวมจะมียอดขายประมาณ 1 ล้านคัน และยอดขายของเราก็จะเป็น 200,000 คัน หรือ 20% ส่วนตลาดต่างประเทศที่มีการส่งออกทั้งที่เป็นซีเคดีและตัวรถไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ก็คาดว่าจะส่งออกประมาณ 50,000 คัน เมื่อรวมกันในปี 2555 อีซูซูน่าจะมียอดขายประมาณ 250,000 คัน"
  

นายนาคางาวะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมของตลาดรถยนต์ในปีนี้ รถปิกอัพน่าจะได้รับความนิยม โดยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 50 - 60% ส่วนรถอีโคคาร์ ที่คาดว่าจะโตนั้น แต่หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมในปีที่ผ่านมาทำให้กระแสความต้องการรถปิกอัพมีเพิ่มสูงขึ้น โดยในส่วนของผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ทั้งหลายได้พยายามที่จะกลับมาผลิตให้เต็มร้อย แต่เนื่องจากยังติดปัญหาเรื่องผู้ผลิตชิ้นส่วนได้รับผลกระทบทำให้ไม่สามารถส่งมอบชิ้นส่วนบางชิ้นได้ ก็ทำให้การผลิตยังไม่สมบูรณ์ โดยคาดว่าในเดือนมีนาคมนี้สถานการณ์ต่างๆจะกลับมาผลิตได้เต็ม 100%
  

"ลูกค้าที่จองรถกับเราตอนนี้ ต้องรอรถประมาณ 3 เดือน เพราะเรายังไม่สามารถกลับมาผลิตได้เต็มที่ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรงงานของอีซูซุ แต่ติดที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ไม่สามารถผลิตและป้อนชิ้นส่วนกลับมาได้ตามความต้องการ ซึ่งเราก็คาดว่าภายในเดือนมีนาคมนี้ทุกอย่างจะพร้อม ส่วนความกังวลใจเรื่องน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ตรงจุดนี้ผู้ผลิตชิ้นส่วนของเราก็จะเป็นผู้รับหน้าที่ในการวางแผนการรับมือหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีกครั้ง แต่ในส่วนของอีซูซุเอง ถือว่ามีการเตรียมความพร้อมและยังยืนยันว่าจะไม่ย้ายฐานการผลิตไปที่ไหนและจะยังคงลงทุนเพิ่มเติมต่อเนื่องไปอีก"
  

นอกจากแผนการสำหรับตลาดในประเทศแล้ว ในส่วนของการเตรียมรับมือกับเออีซี หรือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 อีซูซูก็ได้เล็งเห็นประโยชน์จากความร่วมมือดังกล่าวว่าจะทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งอีซูซุมีโรงงานอยู่ในประเทศอาเซียนไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย,ฟิลิปปินส์,อินโดนีเซียและเวียดนาม โดยประโยชน์ที่จะได้รับก็จะมีการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆในราคาที่ถูก และจะส่งผลทำให้ราคาขายรถก็จะอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม นอกจากนั้นแล้วในแง่ของความต้องการของผู้บริโภค ก็จะทำให้รับรู้พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในประเทศต่างๆได้ว่าเป็นอย่างไร และต้องการรถประเภทไหน
  

โดยนายนาคางาวะ กล่าวว่า ตลาดรถปิกอัพในอาเซียนมีจำนวนประมาณ 1 ล้านคัน และไทยเป็นตลาดใหญ่มีจำนวนความต้องการมากถึงปีละ 500,000-600,000 คัน รองลงมาคือ อินโดนีเซีย,มาเลเซีย,ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งแนวโน้มของตลาดรถปิกอัพในภูมิภาคนี้จะเติบโตสูงขึ้นอย่างแน่นอน

+โตโยต้าขยายผลิตเครื่องยนต์
   ขณะที่ค่ายยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า โดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่นก็ได้ออกมาประกาศแผน เพิ่มกำลังการผลิตเครื่องยนต์เบนซิน ZR สำหรับรถยนต์โตโยต้า โคโรลล่าอีกจำนวน 100,000 เครื่องต่อปี ด้วยเงินลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท การลงทุนดังกล่าวจะทำให้เกิดการจ้างงานใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 200 อัตรา ในบริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด และนอกจากจะเป็นการลงทุนในการผลิตเครื่องยนต์แล้ว ยังเพิ่มสายการผลิตการหล่ออะลูมิเนียมอีกด้วย โดยคาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จในปี 2557
   

โดยบริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด ถือเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์หลัก สำหรับการประกอบรถยนต์ของโตโยต้าทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยรวมถึงการส่งออก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัท เน้นการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลเป็นส่วนใหญ่ เพื่อตอบสนองตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ และในปัจจุบันความต้องการของลูกค้าในตลาดรถยนต์นั่งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้โตโยต้าเล็งเห็นความสำคัญและโอกาสของการผลิตเครื่องยนต์เบนซินเพิ่มมากขึ้น จึงได้ทุ่มงบประมาณดังกล่าว
 

การลงทุนเพิ่มในครั้งนี้ จะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 840,000 เครื่องต่อปี หรือประมาณ 10% ของการผลิตรวมของโตโยต้าทั่วโลก ทั้งนี้ ยังได้เพิ่มสายการผลิตของงานหล่ออะลูมิเนียมซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญในการผลิตเครื่องยนต์รุ่นนี้อีกด้วย โดยการลงทุนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพของการผลิตรถยนต์ในประเทศและช่วยส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นแล้วบริษัท ยังมีแผนการส่งออกเครื่องยนต์เบนซิน ZR ไปยังกลุ่มโตโยต้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เช่น ประเทศเวียดนาม ไต้หวัน เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้กับประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี
 

การทุ่มเม็ดเงินขยายกำลังการผลิตของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ครั้งนี้เท่ากับเป็นการตอกย้ำความมั่นใจในศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์การผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก 

 

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ 

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
* ชื่อ
* ความคิดเห็น
* รหัสความปลอดภัย
ข่าวอื่นๆ
เศรษฐกิจQ2หืดจับส่งออกถ่วงจีดีพีปีนี้โตไม่ถึง5%
ภาษาอังกฤษคนไทยโคม่า...กูรูแนะเด็กไทยพัฒนาอังกฤษเตรียมพร้อมสู่ AEC
เตรียมตัวรับกระแสใหม่ ยุคขาลงเฟซบุ๊ค
เอกชนปรับตัวหนีค่าแรง300 ลดจ้างงาน
ผู้ผลิตชิ้นส่วนห่วงบาทแข็ง ค่ายรถหันนำเข้า
วัดกำลัง คอนเทนต์โปรวายเดอร์ สู้ศึก Eyeball
เอสเอ็มอี ประเมิน 3 เดือน เจ็บ-เจ๊ง เสนอรัฐ ตั้งกองทุน-จัดงานแฟร์หาตลาด
ซีอีโอกังวลไตรมาส2ศก.ชะลอ ต้นทุนพุ่ง
ขีปนาวุธ SMEs ยุค 3G จัดการธุรกิจ ผ่าน App โดนๆ
องค์กรแห่งความสุข ในอีก 2 ทศวรรษ
“คีนน์”นวัตกรรมทำเงิน
เกาะเทรนด์การตลาดออนไลน์ ยึด "โซเชียลมีเดีย" เข้าถึงลูกค้า
» อ่านทั้งหมด

สินค้าใหม่ล่าสุด
ขายบ้านที่ภูเก็ต 
ขายดาวน์ด่วนบ้านเสร็จแล้ว ขายถูกมากทําเลดี 28ตารางวา 120 ตารางเมตร 3นอน 2นํ้า
ลดเพิ่มอีก 10% เซ็ตอายทรีทเมนต์รอบดวงตาสูตรมหัศจรรย์ YSL Lisse Expert Eye Li 
ลดริ้วรอยและความหมองคล้ำรอบดวงตาสูตรมหัศจรรย์
รับประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์ 
รับประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์
สร้อยคอ Back to nature 
สร้อยคอ Back to Nature สรรสร้างจากแรงบันดาลใจของดีไซน์เนอร์ด้วยเทรนด์ของปี 2012
รองพื้นหน้าใส ปกปิดเนียนสวย Lancome Teint Miracle. Natural Light SPF18 ขนาดจริง 30cc(Shade 035)+BOX 
ลดเพิ่มอีก 10% รองพื้นหน้าใส ปกปิดเนียนสวย นาน18ชม.(ผิวขาวเหลืองกลางๆ) Lancome Teint Miracle. Natural Light SPF18 ขนาดจริง 30cc(Shade 035)+BOX
รถแทรกเตอร์ คูโบต้า L4708 
แทรกเตอร์ คูโบต้า รุ่น L4708 ประกอบด้วยเครื่องยนต์ไดเร็คอินเจคชั่น รุ่น V-2203-M-DI 4 สูบ4จังหวะขนาด 47 แรงม้า กำลังสูงสุดในแทรกเตอร์ รุ่นแอล และ ประหยัดน้ำมัน 1. เกียร์ซินโครชัทเทิล 2. 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง 3. เกียร์พีทีโอ 2 ระดับ 4.
รถแทรกเตอร์ คูโบต้า M9540 
ทรงพลังด้วยสุดยอดเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลคูโบต้า เครื่องยนต์ขนาด 85 และ 95 แรงม้า ระบบเซ็นเตอร์ไดเร็คอินเจกชั่น 1. 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง 2. เกียร์เปลี่ยนทิศทาง แบบออโต้ไฮดรอลิกชัทเทิล ใช้คู่อุปกรณ์ต่อพ่วง 1. ใบมีดดันดิน รุ่น FD210 L
รถแทรกเตอร์ รุ่น M108S 
สุดยอดแห่งขุมพลัง 108 แรงม้า ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ระบบ ECDIS คล่องตัว แรง และประหยัดน้ำมัน ทนทานด้วยชุดอุปกรณ์ต่อพ่วง 3 จุด คานล้อหน้าขนาดใหญ่ และดุมล้อหน้าเฟืองเฉียงระบบปิด
Inverter Toshiba , Mitsubishi, Yaskawa, 
Inverter Toshiba ,Inverter Mitsubishi, Inverter Yaskawa,
PLC FX1S,FX1N,FX2,FX3G,Fx3U,Q01 CPU series 
จำหน่าย PLC Mitsubishi ทุกรุ่น และ Ac, Servo Motor
Industry Partners