เอกชนกระอักแบกค่าแรง ดีเดย์!1เม.ย.
นโยบายค่าแรงดันต้นทุนพุ่งฉิว ธุรกิจอาหารยันไม่ลอยแพคนงาน หันปรับราคาสินค้าขึ้น "พีเอฟพี" แบกคนงานกว่า 2,200 คน กระทบหนักทั้งตลาดใน-ต่างประเทศ อ้อนขอขึ้นราคา 4-5% "ปุ้มปุ้ย" หั่นลดจ้างคน หันใช้เครื่องจักรแทน หวั่นแรงงานขาดแคลน
พร้อมทบทวนราคาสินค้าก่อนขอปรับขึ้น ขณะที่กลุ่มธุรกิจฟาสต์ฟูด กระทบถ้วนหน้า
นายทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปแช่แข็งจากเนื้อปลาภายใต้แบรนด์ PFP เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป ทำให้บริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 4% และต้องการจ่ายค่าจ้างเพิ่มอีก 8 ล้านบาทต่อเดือน จากที่โรงงานมีการใช้แรงงานประมาณ 2,200 คน
นอกจากนี้ ค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นยังซ้ำเติมต้นทุนการผลิตโดยรวมให้พุ่งขึ้น 5% เพราะปัจจุบันราคาวัตถุดิบปลา ค่าขนส่งอยู่ในระดับสูง และปัจจัยดังกล่าวมีผลทำให้บริษัทต้องปรับราคาสินค้าทุกรายการเพิ่มขึ้น 4-5% ในเดือนเมษายนพร้อมกับการขึ้นค่าแรง เพื่อช่วยลดภาวะขาดทุนจากการขายในประเทศลง ขณะที่ตลาดส่งออกไม่สามารถขึ้นราคาได้ เพราะต้นทุนค่าแรงไม่เกี่ยวข้องกับตลาดเหล่านั้นขณะที่การแข่งขันในตลาดโลกก็รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง
"ค่าแรงที่บริษัทต้องจ่ายเพิ่มอีกประมาณ 8 ล้านบาทต่อเดือน ยังไม่นับรวมการทำงานล่วงเวลาอีกประมาณ 4 ล้านบาทต่อเดือน และยอมรับปัจจัยค่าแรงก็มีผลทำให้ราคาสินค้าต้องปรับขึ้นแน่นอน เพราะหากสินค้าที่มีกำไรประมาณ 6-7% ถ้าไม่ขึ้นราคาก็อยู่ไม่ได้ ในส่วนของการจ้างงานบริษัทยังยืนยันว่าจะไม่ปลดคนงานแต่อย่างใดเพราะช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรมาใช้ในกระบวนการผลิตทดแทนการใช้คนงาน" นายทวี กล่าวและว่า
ในปีนี้บริษัทเตรียมงบลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท ซื้อเครื่องบรรจุหีบห่อ(แพ็กเกจจิ้ง) เพิ่มเติมด้วย ขณะเดียวกันได้ปรับกลยุทธ์การทำตลาดโดยจะเน้นการขยายซูชิ สเตชัน ไปยังห้างโมเดิร์นเทรด อาทิ บิ๊กซี เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยสร้างแบรนด์และยอดขายให้กับPFP รวมถึงจะโฆษณาประชาสัมพันธ์เจาะกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อย่างจริงจังด้วย และจะมีการนำสินค้าอื่นที่ไม่ใช่แบรนด์ PFP อาทิ ปลาหมึก จากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายด้วย ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้บริษัทมีการเติบโตขึ้น 20% จากปี 2554 ปิดยอดขายประมาณ 1,500 ล้านบาท ทั้งนี้การขยายซูชิ สเตชั่น จะทำให้มีการจ้างงานเพิ่มราว 200 คน เฉลี่ยมีการจ่ายค่าแรงขั้นต่ำรวมสวัสดิการต่างๆ คิดเป็นประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน
ด้านนายไกรเสริม โตทับเที่ยง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ปลายิ้ม กล่าวว่า บริษัทตั้งรับกับนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันมาระยะหนึ่งแล้ว ด้วยการลงทุนซื้อเครื่องจักรราว 10 ล้านบาท มาใช้ในกระบวนการผลิต โดยการเพิ่มกำลังผลิตเป็น 7-8 หมื่นหีบต่อเดือน จาก 5-6 หมื่นหีบต่อเดือน ซึ่งช่วยลดการใช้แรงงานคนได้และหมุนเวียนคนไปทำงานในส่วนอื่นแทน
"บริษัทใช้แรงงานกว่า 700 คน ในกระบวนการผลิตสินค้า และที่ผ่านมาก็จ่ายค่าแรงขั้นต่ำรวมทั้งสวัสดิการต่างๆใกล้เคียงกับนโยบายรัฐที่จะปรับขึ้นเป็น 300 บาทต่อวันอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งเพราะต้องการจูงใจแรงงานให้เข้ามาทำงาน เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการมีปัญหาขาดแคลนแรงงานซึ่งกลับไปอยู่ในภาคการเกษตรมากขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้จะกรีดยางกันเป็นหลัก และเมื่อมีผลบังคับใช้จึงไม่กระทบเรามากนัก และยืนยันว่า ณ วันนี้จะยังไม่ปลดคนงานออก ประกอบกับบริษัทมีการตั้งรับมือในเรื่องนี้อยู่แล้ว" นายไกรเสริม กล่าว และว่า
ทั้งนี้ ยอมรับว่าค่าแรงมีผลต่อต้นทุนสินค้า เพราะตั้งแต่ต้นปีวัตถุดิบต่างๆมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นกระทบต้นทุนรวมพุ่งประมาณ 10% แล้ว บริษัทจึงอยู่ระหว่างการพิจารณาและทบทวนการขึ้นราคาสินค้า แต่ยังไม่มีการยื่นขออนุญาตกับกรมการค้าภายใน(คน.)แต่อย่างใด
ในส่วนของแผนการทำตลาดปีนี้จะมีการออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัวสแน็ก 3 รสชาติใหม่ และกลางปีจะมีสินค้าปลาในซอสมะเขือเทศเข้าทำตลาดเพิ่มเติม รวมทั้งกลยุทธ์การบุกตลาดจะเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น เพื่อให้รับรู้สินค้าของบริษัทที่มีความหลากหลาย จากที่ผ่านมาบริษัทเน้นทำตลาดแมส โดยคาดว่าทั้งปีจะสามารถผลักดันยอดขายให้เติบโตได้ 8-10%
ขณะที่นายแอนดี้ โฮลแมน รองประธานกรรมการและผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ประเทศไทย และส่วนแฟรนไชส์ต่างประเทศ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็นวันละ 300 บาทนั้น คาดว่าส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัท คิดเป็นอัตราส่วนเพียง 1% เท่านั้น โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทก็ได้เริ่มทยอยปรับค่าแรงขั้นต่ำตามที่รัฐบาลกำหนด ในส่วนของร้านอาหารที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปแล้ว ตั้งแต่เดือนตุลาคม ขณะที่เงินเดือนปริญญาตรีจบใหม่ 15,000 บาท บริษัทจะเริ่มทยอยปรับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี บริษัทไม่มีแผนปรับราคาสินค้าขึ้นในขณะนี้ แม้ว่าต้นทุนโดยรวม อาทิ ค่าขนส่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อซัพพลายเออร์ที่ส่งวัตถุดิบให้กับบริษัท ทำให้บริษัทต้องจับตาดูสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด หากยังคงมีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทก็พร้อมที่จะปรับราคาสินค้าขึ้นทันที
สำหรับแผนงานในปีนี้บริษัทเตรียมใช้งบลงทุนราว 295 ล้านบาทในการปรับปรุงร้านสาขาให้มีความทันสมัยภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกัน
นายเฮสเตอร์ ชิว ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า นโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำนั้น คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 80-90 ล้านบาท ซึ่งต้นทุนค่าแรงในปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 10% ของต้นทุนทั้งหมดเทียบเท่าต้นทุนค่าเช่า
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ