จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทยในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 25 ล้านคน มีการขยายตัวของกลุ่มผู้ให้บริการบรอดแบนด์ครอบคลุมพื้นที่บริการทั่วประเทศมากขึ้น
อีกทั้งมีราคาถูกลงจากภาวะการแข่งขันสูง ขณะที่ "นีลเส็น ดิจิทัล คอนซูเมอร์" รายงานกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนในปี 2554 มีสัดส่วน 62% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 82% ของจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในปีนี้ ซึ่งเป็นผลจากการเปิดให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ปัจจัยทั้งหมดล้วนส่งผลให้ตลาดสื่อโฆษณาออนไลน์ หรือ ดิจิทัล มีเดีย ยังเติบโตสูงในปีนี้
กษมาช นีรปัทมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท้อปสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการสื่อสารออนไลน์ครบวงจร กล่าวว่าด้วยพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประชากรไทยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นและใช้งานถี่ขึ้น อันเป็นผลมาจากกระแส "โซเชียล มีเดีย" บูมในช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบันมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊คกว่า 14 ล้านราย และทวิตเตอร์กว่า 1 ล้านคน รวมทั้งความสะดวกสบายของการใช้อุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ ทั้งสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต ที่ทำให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุกเวลา ส่งผลให้คอนเทนท์บนพื้นที่ออนไลน์มีความหลากหลาย และได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น
จากกระแสการเติบโตของสื่อออนไลน์ ทำให้รูปแบบการสื่อสารโฆษณาของสินค้าและแบรนด์ต่างๆ จะใช้กลยุทธ์ในรูปแบบ Total Solution บนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเทรนด์การสื่อสารที่กำลังได้รับความสนใจในขณะนี้ คือ การทำแอพพลิเคชั่น บนสมาร์ทดีไวซ์, วีดิโอ คอนเทนท์ ทางยูทูบ และ พอร์ทัล เว็บไซต์ และคอนเทนท์ สปอนเซอร์ชิพ ทางเว็บไซต์ รวมทั้งการแชร์ คอนเทนท์ และการสร้างไวรัส แคมเปญ บนโลกโซเชียล มีเดีย
"การวางกลยุทธ์แบบ Total Solution ทุกแพลตฟอร์มดิจิทัล จะตอบโจทย์การสื่อสารทั้งด้านการรับรู้ และแคมเปญสร้างยอดขายให้แบรนด์และสินค้าอย่างครบวงจร เพราะรูปแบบการสื่อสารของสื่อแต่ละประเภทจะตอบโจทย์ต่างกัน"
สำหรับท้อปสเปซ ถือเป็น ดิจิทัล เอเยนซี ที่ให้บริการการสื่อสารออนไลน์ครบวงจร มีจุดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมทั้ง สร้างวิเคราะห์ผลการใช้งานผ่านสื่อดิจิทัลได้ทุกรูปแบบ จึงได้รับความสนใจจากสินค้าและแบรนด์ต่างๆ ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าประกอบด้วย มีเดีย เอเยนซี 50%, ลูกค้าทั่วไป 35% และกลุ่มเอสเอ็มอี 15%
ปรับราคารับเพจวิวพุ่ง
ท้อปสเปซ ยังเป็นบริษัทในเครือของ"สนุกออนไลน์" ทำหน้าที่เป็นตัวแทนขายสื่อออนไลน์ให้กับเว็บไซต์ sanook.com ซึ่งเป็น พอร์ทัล เว็บไซต์ ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมต่อเดือนกว่า 18 ล้านคน โดยมีคอนเทนท์ยอดนิยมคือ "ข่าว" (news.sanook.com) ที่มีผู้เยี่ยมชม 6 ล้านคน/เดือน เติบโตจากปีก่อน 60% โดยมีผู้คลิกดูคอนเทนท์ 160 ล้านเพจวิว/เดือน หรือเติบโต 50% จากปีก่อน
อีกคอนเทนท์ที่ได้รับความสนใจสูง คือกลุ่มผู้หญิง (women.sanook.com) ที่มีจำนวนเพจวิวใกล้เคียงกับคอนเทนท์ข่าว โดยในปีนี้ได้เสริมคอนเทนท์กลุ่ม"การเงิน" (money.sanook.com) เข้ามาเพิ่มเติม เนื่องจากสินค้าด้านการเงินให้ความสนใจการใช้สื่อออนไลน์และดิจิทัลมากขึ้นในปีนี้
ด้วยอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ชมและเพจวิวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ส่งผลให้สนุกดอทคอม สามารถปรับราคาโฆษณาแบนเนอร์หน้าแรกทุกปี โดยมีการปรับขึ้นปีละ 2 ครั้ง ล่าสุดได้ปรับราคาในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา จาก 3 แสนบาท/เดือน เป็น 4.25 แสนบาท/เดือน โดยในเดือนก.ค. นี้ อาจพิจารณาปรับขึ้นอีกครั้งราว 15-20% หรืออาจปรับเพิ่มลูกค้าที่ลงโฆษณา 15 ราย เป็น 18-20 ราย โดยไม่ปรับขึ้นราคาโฆษณา
"ปัจจัยสำคัญที่สนุกดอทคอม สามารถปรับราคาได้ต่อเนื่อง เพราะเป็นพอร์ทัล เว็บไซต์ ที่มียอดผู้เข้าชมมากกว่าเว็บไซต์ในกลุ่มเดียวกัน 3-4 เท่าตัว เมื่อพิจารณาต้นทุนต่อคลิกจึงถือว่าต่ำกว่าเว็บไซต์อื่นๆ และจากแนวโน้มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นทุกปี เชื่อว่าจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน"
ปีที่ผ่านมาเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์มีสัดส่วน 1.5-2% ของอุตสาหกรรมโฆษณา 1 แสนล้านบาท หรือมีมูลค่าราว 2,000 ล้านบาท จากความสนใจของสินค้าในการใช้งบผ่านแคมเปญสื่อออนไลน์ คาดว่าปีนี้การใช้เม็ดเงินผ่านสื่อดังกล่าวจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% และเป็นสื่อที่ยังเติบโตต่อเนื่องจากจำนวนประชากรอินเทอร์เน็ตไทยที่ขยายตัวทุกปี
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ