สินค้า
สินค้าทั้งหมด สินค้ายอดนิยม
บริการ
  • จัดทำแบนเนอร์สินค้า และออกแบบสื่อทุกชนิด
  • บริการแปลภาษา ไทย-ญี่ปุ่น-อังกฤษ
  • หลักสูตรอบรม
  • Study Mission
  • Partner Visit
  • Plant Visit
  • Marketing Research
  • Business Matching and Meeting
  • 02-717-3000-29 ext. 524, 567

สถิติ:
จำนวนสินค้าทั้งหมด: 672
จำนวนผู้ผลิต (นิติบุคคล): 6693
Online Users:
ผู้เข้าชมขณะนี้: 94

ข่าวประชาสัมพันธ์
Abe keeps date with Thai-Nichi Institute
AEC Warning, Global Winning !
บริษัท รีไลแอน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(Reliance Engineering Co.,LTD.)
บริษัท มิสเตอร์บรัช จำกัด รับเครื่องหมาย TrustmrkThaiDBDVerified
สวยสมบูรญ์แบบกับเครื่่องสำอางแบรนดัง ของแท้ ถูกกว่าเคาท์เตอร์อีก 20-45% ของมีส่งได้ทันที
เครื่องสำอางค์แบรนดัง ของแท้เท่านั้น ยิ่งซื้อเยอะยิ่งลดเพิ่ม มีของพร้อมส่งได้ทันที
» อ่านทั้งหมด
ประเด็นข่าวร้อน
"เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม" เหลว โอกาสทองฟื้นความเชื่อมั่นล่ม

ไม่บ่อยครั้งนักที่ประเทศไทยจะได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก นอกเหนือไปจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (Asean Summit) พ่วงด้วยการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit) ซึ่งมีขึ้นทุกๆ ปีในแต่ละประเทศ ที่ดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของอาเซียน

และการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ว่าด้วยเอเชียตะวันออก” (World Economic Forum on East Asia)ที่เพิ่งจบลงไปอย่างเงียบเหงา ก็ดูจะเป็นการประชุมระดับโลกครั้งสำคัญที่สุดที่ไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ นับจากเวทีประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) เมื่อปี 2546 เป็นต้นมา

พูดง่ายๆ ว่า นี่คือเวทีประชุมระดับโลกครั้งสำคัญให้ ไทยแลนด์ได้แก้ต่างฟื้นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุนต่อนานาชาติ หลังจากที่สูญเสียไปในเหตุรัฐประหารเมื่อปี 2549 เหตุการณ์บุกโรงแรมระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่พัทยา เมื่อปี 2552 และเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ เมื่อปลายปี 2554

ทว่าน่าเสียดายอย่างสุดซึ้ง ที่ประเทศไทยไม่สามารถฉกฉวยประโยชน์ใดๆ มาได้เลยจากการเสียงบประมาณเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นครั้งที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่มีประเทศใดเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ WEF ว่าด้วยเอเชียตะวันออกซึ่งเคยจัดขึ้นแล้วที่อินโดนิเซีย เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ และมีแนวโน้มสูงเป็นอย่างยิ่งด้วยว่า “พม่า” ที่ถูกมองว่าด้อยกว่าประเทศไทยนั้น จะเปิดบ้านในกรุงเนย์ปิดอว์ เป็นเจ้าภาพ WEF ในปีหน้าได้ดีกว่าไทย

อินโดนีเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ถึงการเก็บเกี่ยวความสำเร็จจากการประชุมนานาชาติ สามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์และศักยภาพของประเทศในเวทีโลกได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อินโดนีเซียกลายเป็นประเทศที่เนื้อหอมที่สุดของนักลงทุนต่างชาติ ภายในกลุ่ม 10 ประเทศอาเซียนทุกวันนี้

เส้นทางของอินโดนีเซียนั้นใช่ว่าจะราบรื่นมาก่อนหน้านี้ และอาจเลวร้ายยิ่งกว่าประเทศไทย เนื่องจากการก่อวินาศกรรมต่อเนื่องได้ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมหาศาล โดยเฉพาะตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดบนเกาะบาหลีครั้งแรก ในปี 2545 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 202 คน เหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท ในปี 2546 มีผู้เสียชีวิต 12 คน และเหตุระเบิดบาหลีครั้งที่ 2 ในปี 2548 มีผู้เสียชีวิต 26 คน ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการท่องเที่ยวในประเทศอย่างหนัก และต้องใช้เวลาอีกหลายปีตามมาในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศ หลังจากที่สามารถจับกุมแกนนำก่อการร้ายได้หลายคน

นอกจากความมีเสถียรภาพทางการเมืองสูงจากการเป็นรัฐบาล 2 สมัย รัฐบาลกรุงจาการ์ตายังสามารถใช้ 2 เวทีประชุมนานาชาติในปี 2011 คือ อาเซียนซัมมิต และ WEF เอเชียตะวันออก เป็นเวทีย้ำความเชื่อมั่นต่อโลกได้เป็นอย่างดีว่า อินโดนีเซียพร้อมสำหรับการค้าและการลงทุนจากทั่วโลก

ประธานาธิบดีซูซิโล สามารถกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน WEF ในปี 2554 ภายใต้หัวข้อ “การตอบรับโลกาภิวัตน์ยุคใหม่” ได้อย่างมั่นใจว่า เอเชียตะวันออกและอินโดนีเซีย จะสามารถเป็นแหล่งการลงทุนชั้นดีให้กับนักลงทุนทั่วโลกได้ ทั้งในแง่ของฐานการผลิตและตลาดทุนในยามที่เศรษฐกิจฝั่งสหรัฐยังฟื้นตัวได้อย่างเชื่องช้า ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปก็ย่ำแย่จากวิกฤตการณ์หนี้สาธารณะจนต้องเข้าอุ้มกรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส

นอกจากผู้นำอินโดนีเซียจะสร้างความเชื่อมั่นในวาระดังกล่าวได้แล้ว ยังมีการเปิดเวทีย่อยร่วมกับประธานาธิบดี ลีเซียนลูง ของสิงคโปร์ ให้ผู้สื่อข่าวสามารถซักถามประเด็นต่างๆ ได้อย่างเจาะลึกมากขึ้น และยังแสดงถึงความสามารถและวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็ยังขนบรรดารัฐมนตรีสำคัญๆ เข้าร่วมในการสัมมนาวงย่อยต่างๆ อย่างคับคั่ง ซึ่งยังมีรัฐมนตรีเศรษฐกิจอีกหลายคนจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ร่วมกันย้ำถึงความพร้อมของภูมิภาคนี้ได้เป็นอย่างดี

ทิศทางเศรษฐกิจในอินโดนีเซียที่เริ่มดีอยู่แล้ว จึงยิ่งสดใสมากขึ้นไปอีกเมื่อ 2 บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ ฟิทช์ เรทติ้งส์ และมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศขึ้นอันดับเครดิตให้อินโดนีเซียในช่วงปลายปีเดียวกัน ซึ่งในปี 2554 นั้น อินโดนีเซียสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้ถึง 1.93 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ เอฟดีไอก็เพิ่มขึ้นถึง 30% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วไปอยู่ที่ 5,600 ล้านเหรียญสหรัฐเป็นที่เรียบร้อย

เมื่อหันมาดูเปรียบเทียบกับ WEF ณ กรุงเทพมหานคร (กทม.) การประชุมกลับกลายเป็นหนังคนละม้วน เมื่อรัฐบาลไทยไม่ให้ความสำคัญกับเวทีนี้แม้แต่น้อย พิสูจน์ได้จากการจดจ่ออยู่กับการผลักดันร่างกฎหมายปรองดองเข้าสภา ทั้งที่ทุกฝ่ายต่างรู้ดีว่าจะนำมาซึ่งการชุมนุมประท้วงใหญ่ และการพยายามยับยั้งอย่างหนักในรัฐสภา

นอกจากการกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานที่ไร้ซึ่งพลังของนายกรัฐมนตรีไทย ภายใต้หัวข้อ “กำหนดอนาคตผ่านการเชื่อมโยงทุกด้าน” จะไม่สามารถสะท้อนวิสัยทัศน์และทำให้ผู้ฟังเชื่อมั่นในประเทศไทยได้แล้ว หัวข้อเรื่องการเชื่อมโยง (Connectivity) ซึ่งกำลังเป็นประเด็นของทั้งอาเซียนและไทยเอง ในฐานะที่เป็นคนกลางเชื่อมโยงจีนและอาเซียนเข้าด้วยกันผ่านเส้นทางถนนและรถไฟความเร็วสูง ก็ยังไม่สามารถแสดงวิสัยทัศน์หรือตอบคำถามใดๆ ที่จะช่วยยกระดับความเป็นผู้นำของไทยภายในกลุ่มอาเซียนได้

ตรงกันข้ามกลับเป็นผู้นำอินโดนีเซียอีกครั้ง ที่สามารถยกระดับความสำคัญของอาเซียนได้ ด้วยการตอบคำถามสื่อ อยากเห็นอาเซียนในอีก 5 ปีข้างหน้ามีเสถียรภาพ ความมั่นคง การเติบโตทางเศรษฐกิจ และให้อาเซียนมีบทบาทต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

และที่น่าผิดหวังไม่แพ้กันคือ นอกจากกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังแล้ว ก็ไม่มีผู้แทนด้านการค้า การลงทุน และการเงินของไทย กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ย้ำความเชื่อมั่นต่อต่างชาติในเวทีประชุมดังกล่าว ยิ่งไม่ต้องระบุถึงนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้เข้าร่วมแม้แต่หัวข้อประชุมที่เกี่ยวข้องด้วยมากที่สุดในเรื่อง “บทบาทสตรี” ด้วย

เวทีประชุม WEF ครั้งนี้ จึงไม่ต่างกับการเสียงบประมาณจัดงานครั้งใหญ่ ให้ “อองซานซูจี” ผู้นำฝ่ายค้านและเลขาธิการพรรคเอ็นแอลดีในพม่า แสดงวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำต่อทั่วโลก ประกาศความพร้อมของพม่าว่าพร้อมรับการค้าและการลงทุนจากต่างชาติ และยังฝากรอยแผลให้ประเทศไทยจากกรณีการไปเยือนแรงงานข้ามชาติใน จ.สมุทรสาคร ที่ถูกเอาเปรียบในหลายเรื่อง ซึ่งลงท้ายด้วยการยกเลิกกำหนดเดินทางมาเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีเต็งเส่ง ของพม่า

และสิ่งที่สะท้อนผ่านความเห็นของสื่อมวลชนต่างชาติทั่วโลก ก็มีเพียงเรื่องราวของซูจี และการประท้วงร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ของไทยเท่านั้น โดยที่ไทยไม่สามารถยึดพื้นที่สื่อต่างชาติได้แม้แต่น้อยว่า ประเทศไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่แล้วจากปัญหาน้ำท่วมและความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า ไทยพร้อมรับการค้าการลงทุนจากทั่วโลก ในยามนี้ที่นักลงทุนทั่วโลกแห่หนีการลงทุนในตะวันตกมาซบเอเชียแทน

โอกาสของการชี้แจงที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จึงต้องหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดายและไร้ซึ่งข้อแก้ตัว

ที่มา: โพสต์ทูเดย์ 

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
* ชื่อ
* ความคิดเห็น
* รหัสความปลอดภัย
ข่าวอื่นๆ
แฟนตาชี-การ์ตูนแรงฟีเวอร์!สมาคมหนังสือชี้ นิยายรัก ธรรมะแผ่ว
เตือนลงทุนพม่าหลังปี58 ที่แพง-ค่าแรงพุ่ง
เศรษฐกิจQ2หืดจับส่งออกถ่วงจีดีพีปีนี้โตไม่ถึง5%
ภาษาอังกฤษคนไทยโคม่า...กูรูแนะเด็กไทยพัฒนาอังกฤษเตรียมพร้อมสู่ AEC
เตรียมตัวรับกระแสใหม่ ยุคขาลงเฟซบุ๊ค
เอกชนปรับตัวหนีค่าแรง300 ลดจ้างงาน
ผู้ผลิตชิ้นส่วนห่วงบาทแข็ง ค่ายรถหันนำเข้า
วัดกำลัง คอนเทนต์โปรวายเดอร์ สู้ศึก Eyeball
เอสเอ็มอี ประเมิน 3 เดือน เจ็บ-เจ๊ง เสนอรัฐ ตั้งกองทุน-จัดงานแฟร์หาตลาด
ซีอีโอกังวลไตรมาส2ศก.ชะลอ ต้นทุนพุ่ง
ขีปนาวุธ SMEs ยุค 3G จัดการธุรกิจ ผ่าน App โดนๆ
องค์กรแห่งความสุข ในอีก 2 ทศวรรษ
» อ่านทั้งหมด

สินค้าใหม่ล่าสุด
ขายบ้านที่ภูเก็ต 
ขายดาวน์ด่วนบ้านเสร็จแล้ว ขายถูกมากทําเลดี 28ตารางวา 120 ตารางเมตร 3นอน 2นํ้า
ลดเพิ่มอีก 10% เซ็ตอายทรีทเมนต์รอบดวงตาสูตรมหัศจรรย์ YSL Lisse Expert Eye Li 
ลดริ้วรอยและความหมองคล้ำรอบดวงตาสูตรมหัศจรรย์
รับประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์ 
รับประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์
สร้อยคอ Back to nature 
สร้อยคอ Back to Nature สรรสร้างจากแรงบันดาลใจของดีไซน์เนอร์ด้วยเทรนด์ของปี 2012
รองพื้นหน้าใส ปกปิดเนียนสวย Lancome Teint Miracle. Natural Light SPF18 ขนาดจริง 30cc(Shade 035)+BOX 
ลดเพิ่มอีก 10% รองพื้นหน้าใส ปกปิดเนียนสวย นาน18ชม.(ผิวขาวเหลืองกลางๆ) Lancome Teint Miracle. Natural Light SPF18 ขนาดจริง 30cc(Shade 035)+BOX
รถแทรกเตอร์ คูโบต้า L4708 
แทรกเตอร์ คูโบต้า รุ่น L4708 ประกอบด้วยเครื่องยนต์ไดเร็คอินเจคชั่น รุ่น V-2203-M-DI 4 สูบ4จังหวะขนาด 47 แรงม้า กำลังสูงสุดในแทรกเตอร์ รุ่นแอล และ ประหยัดน้ำมัน 1. เกียร์ซินโครชัทเทิล 2. 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง 3. เกียร์พีทีโอ 2 ระดับ 4.
รถแทรกเตอร์ คูโบต้า M9540 
ทรงพลังด้วยสุดยอดเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลคูโบต้า เครื่องยนต์ขนาด 85 และ 95 แรงม้า ระบบเซ็นเตอร์ไดเร็คอินเจกชั่น 1. 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง 2. เกียร์เปลี่ยนทิศทาง แบบออโต้ไฮดรอลิกชัทเทิล ใช้คู่อุปกรณ์ต่อพ่วง 1. ใบมีดดันดิน รุ่น FD210 L
รถแทรกเตอร์ รุ่น M108S 
สุดยอดแห่งขุมพลัง 108 แรงม้า ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ระบบ ECDIS คล่องตัว แรง และประหยัดน้ำมัน ทนทานด้วยชุดอุปกรณ์ต่อพ่วง 3 จุด คานล้อหน้าขนาดใหญ่ และดุมล้อหน้าเฟืองเฉียงระบบปิด
Inverter Toshiba , Mitsubishi, Yaskawa, 
Inverter Toshiba ,Inverter Mitsubishi, Inverter Yaskawa,
PLC FX1S,FX1N,FX2,FX3G,Fx3U,Q01 CPU series 
จำหน่าย PLC Mitsubishi ทุกรุ่น และ Ac, Servo Motor
Industry Partners