อุตฯรถยนต์เฟื่อง5ปีมูลค่า8แสนล. ผู้ผลิตเฟ้นเพิ่มแรงงานฝีมือรองรับอีก1.2แสนคน
สมาคมชิ้นส่วนเผยอุตสาหกรรมยานยนต์-ชิ้นส่วนยังโตต่อเนื่อง เชื่ออีก 5 ปียอดผลิตแตะระดับ 3 ล้านคัน บวกกับนักลงทุนญี่ปุ่นเล็งย้ายฐานผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าไทย หลังเผชิญภาวะค่าเงินเยนแข็งตัว ต้องเร่งหาบุคลากรรองรับไม่น้อยกว่า 1.2 แสนคน ด้านรี้ด เทรดเด็กซ์ชี้ยอดจัดซื้อเครื่องจักร-เทคโนโลยียานยนต์เพิ่มขึ้น 25%
นายถาวร ชลัษเฐียร โฆษกสมาคมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย และในฐานะรองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนในปัจจุบันว่า ยังคงมีความต้องการแรงงานเพิ่มเพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะเติบโตขึ้น โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์ในระดับ 2.5-3 ล้านคันในอีก 5 ปีข้างหน้า ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มแรงงานอีกไม่น้อยกว่า 120,000 คน หรือต้องมี 600,000-700,000 คน เพื่อรองรับการผลิตดังกล่าว
ส่วนปีนี้จะมีการผลิตรถยนต์ที่ 2.1-2.2 ล้านคัน มีการใช้แรงงานทั้งสิ้น 540,000 คน แบ่งเป็นแรงงานในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนประมาณ 450,000 คน และยานยนต์อีก 150,000 คน จะมีมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนอยู่ที่ 500,000-600,000 ล้านบาท โตเพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน จากจำนวนผลิตที่ 2.1-2.2 ล้านคัน อนาคตคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 800,000 ล้านบาท เมื่อการผลิตอยู่ที่ 3 ล้านคัน
ทั้งนี้ เนื่องจากอัตราค่าเงินเยนแข็ง ส่งผลให้ผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นเริ่มมองหาพื้นที่ลงทุนแห่งใหม่ทดแทน โดยประเทศไทยและอินโดนีเซียถือเป็น 2 ประเทศที่ผู้ประกอบการญี่ปุ่นสนใจเป็นพิเศษ ดังนั้นหากไทยต้องการดึงการลงทุนส่วนนี้มา จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร เทคโนโลยี เครื่องจักร วัตถุดิบ ให้มีความพร้อมสูงสุดเพื่อรองรับและดึงการลงทุนตรงนี้
โดยต้องเร่งเพิ่มความเร็วพัฒนาเทคโนโลยี ปรับปรุงการผลิตใหม่โดยเฉพาะต้องมองไปที่ต้นน้ำ ทั้งเทคโนโลยี เครื่องจักร ระบบโรบอต เพื่อให้เกิดการลงทุนสูงสุด โดยเฉพาะแรงงานและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะต้องลงในเชิงลึกมากขึ้น
เพราะอนาคตผู้ประกอบการญี่ปุ่นจะต้องนำชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงออกจากญี่ปุ่นมายังประเทศฐานผลิตใหม่ โดยเฉพาะประเทศไทยอย่างแน่นอน
"ตอนนี้เราไม่ห่วงอินโดนีเซียมากนัก แต่สิ่งที่น่าห่วงคือเราจะเตรียมแรงงาน เตรียมคนให้พร้อมมากที่สุดอย่างไร เพื่อให้สามารถรองรับและทันกับความต้องการที่จะมาถึงของผู้ประกอบการเหล่านี้ที่จะตัดสินใจมา เขาก็ต้องเลือกประเทศที่มีความพร้อมมากที่สุด"
ทั้งนี้ ประเทศไทยต้องปรับปรุงการผลิตใหม่ พัฒนาและสร้างทักษะแรงงานให้ดียิ่งขึ้น โดยทำงานประสานกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ
ด้านนายชัยณรงค์ ลิมป์กิตติสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด ผู้จัดงานแมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2012 หรืองานมหกรรมเทคโนโลยีและเครื่องจักรเพื่อการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กล่าวว่า จากแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน รวมทั้งผู้ประกอบการจากประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น เห็นได้จากปีที่ผ่านมาบริษัทได้เน้นการจัดแสดงเครื่องจักรเพื่อการผลิตในส่วนของชิ้นส่วนยานยนต์ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีทั้งในเชิงของยอดการซื้อขายในงาน และปริมาณผู้เข้าชมที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 25% มีเม็ดเงินสะพัดถึง 4,000 ล้านบาท
ส่วนปีนี้คาดว่าการเติบโตทั้งในส่วนของเม็ดเงินและผู้เข้าชมงานเติบโตขึ้นอีก 25% และมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท สำหรับปีนี้งานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 มิถุนายนที่ไบเทค บางนา มีการจัดแสดง 1,200 บูท มีผู้ประกอบการกว่า 400-500 ราย และเป็นแบรนด์ต่าง ๆ กว่า 1,000 แบรนด์
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ