สินค้า
สินค้าทั้งหมด สินค้ายอดนิยม
บริการ
  • จัดทำแบนเนอร์สินค้า และออกแบบสื่อทุกชนิด
  • บริการแปลภาษา ไทย-ญี่ปุ่น-อังกฤษ
  • หลักสูตรอบรม
  • Study Mission
  • Partner Visit
  • Plant Visit
  • Marketing Research
  • Business Matching and Meeting
  • 02-717-3000-29 ext. 524, 567

สถิติ:
จำนวนสินค้าทั้งหมด: 672
จำนวนผู้ผลิต (นิติบุคคล): 6693
Online Users:
ผู้เข้าชมขณะนี้: 44

ข่าวประชาสัมพันธ์
Abe keeps date with Thai-Nichi Institute
AEC Warning, Global Winning !
บริษัท รีไลแอน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(Reliance Engineering Co.,LTD.)
บริษัท มิสเตอร์บรัช จำกัด รับเครื่องหมาย TrustmrkThaiDBDVerified
สวยสมบูรญ์แบบกับเครื่่องสำอางแบรนดัง ของแท้ ถูกกว่าเคาท์เตอร์อีก 20-45% ของมีส่งได้ทันที
เครื่องสำอางค์แบรนดัง ของแท้เท่านั้น ยิ่งซื้อเยอะยิ่งลดเพิ่ม มีของพร้อมส่งได้ทันที
» อ่านทั้งหมด
ประเด็นข่าวร้อน
4กูรูชี้ทางออกวิกฤติยูโร ภาคธุรกิจเร่งปรับตัวรัฐบาลรับฟังเอกชน

ความร้อนแรงจากปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปที่ยืดเยื้อ ดูเหมือนจะสร้างความกังวลให้กับทุกภาคส่วนถึงการลุกลามของวิกฤติยูโรโซนในวงกว้างและลามไปทั่วโลก

โดยเฉพาะผลกระทบมาถึงประเทศไทยสังเกตได้จากความเคลื่อนไหว การเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาจับตาความเคลื่อนไหว รวมถึงการตั้งรับของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่ได้จัดประชุมนัดพิเศษระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน(กนส.) ขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อความไม่ประมาท 
ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงว่ามีมากน้อยแค่ไหน แม้ว่ากรีซจะเดินหน้ามาตรการรัดเข็มขัดภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงช่วยเหลือทางการเงินที่กรีซลงนามกับสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)รับการอัดฉีดในเดือนกันยายน 2555 นี้ หลังนายแอนโตนิส ซามาราส หัวหน้าพรรคนิว เดโมเครซี (ND) ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของกรีซเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2555 

ล่าสุด"ฐานเศรษฐกิจ"จัดเสวนาโต๊ะกลมเรื่อง "รับมือวิกฤตยูโร:ไทยพร้อมแค่ไหน"เมื่อวันพุธที่ 20  มิถุนายน 2555 โดยมีวิทยากร ประกอบด้วย ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ และรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย , นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย  , นายชิดชัย สาครบดี รองนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) และนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานผลิตภัณฑ์บรรษัทและผู้ประกอบการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อฉายภาพให้เห็นว่าไทยมีจุดอ่อน และมีความสามารถรับมือหรือไม่

++วิกฤติยูโรไม่ลามเป็นวิกฤติโลก
          

สาระสำคัญหนึ่งที่น่าสนใจที่วิทยากรทั้ง 4ท่านมีมุมมองสอดคล้องกันต่อสถานการณ์ ภายหลัง "กรีซ" ยอมเดินหน้ามาตรการรัดเข็มขัด ทำให้มองปัญหายูโรโซนในมุมบวกมากขึ้น โดยสาเหตุที่มองว่าปัญหาไม่หนักมาก เนื่องจากสหรัฐอเมริกา นำเข้าสินค้ารายใหญ่จากทุกประเทศและไปพึ่งประเทศที่มีโครงสร้างเข้มแข็งทางเศรษฐกิจยุโรปเช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ ซึ่งประเทศดังกล่าว พยายามปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และไม่มีโครงสร้างอยู่ในเอเชีย โดยเฉพาะเยอรมนีเป็นที่มั่นที่เข้มแข็งทั้งสหรัฐฯ ญี่ปุ่นต่างต้องพึ่งเยอรมนี  
          

แต่สิ่งที่เป็นปัญหาของโลกตอนนี้คือ ไม่มีใครคาดเดาสถานการณ์จะนิ่งหรือไว้วางใจได้ และการที่จี 20 ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)หรือผู้นำยุโรปประชุมร่วมกันควรจะรู้ข้อมูลในเชิงลึกว่าจะต้องใช้เงินอัดฉีดเพื่อป้องกันปัญหาหนี้เอ็นพีแอลและเพิ่มทุนให้สถาบันการเงินเกิดความมั่นคง   แม้สัญญาณยังไม่เคลียร์หรือไม่มีการตอบสนอง แต่ประเมินว่าต้องประคองสถานการณ์กรีซ   หรือแม้สถานการณ์ยุโรปจะเซไปบ้าง แต่สเปนและอิตาลีต้องประคองตัว ฟากสหรัฐอเมริกาน่าจะมีพื้นที่ปกป้องไม่ให้ตัวเองทรุดมากจนเกินไปและไม่พยายามทำให้ยุโรปทรุดแม้จะแย่แต่จำกัดวงอยู่ในยุโรป 

++การเมืองอุปสรรคใหญ่กว่ายูโรโซน
          

อีกเรื่องสำคัญที่วิทยากรทั้ง 5 ท่าน ห่วงใยไม่แพ้กัน นั่นก็คือ1. ความเสี่ยงจากการเมืองภายในจะฉุดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย จากตอนนี้ทุกคนมองเศรษฐกิจดีมีโอกาสเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก แต่การชุมนุมที่เกิดจากพ.ร.บ.ปรองดองที่เลื่อนออกไป 2-3 เดือน เป็นการยืดสถานการณ์ออกไปทำให้เกิดการผ่อนคลายแต่รัฐบาลควบคุมไม่ได้ ขณะที่เศรษฐกิจโลกคาราคาซังสัญญาณไม่ชัดอาจนิ่งหรือฟื้นในปลายปี 
           

ความเสี่ยงที่2 สถานการณ์ยุโรปนั้น เป็นความเสี่ยงอันดับสองที่การเมืองโลกคงพยายามควบคุมอยู่ ซึ่งความเสี่ยงตรงนี้รัฐบาลทุกประเทศต้องทำให้สเปนและอิตาลีนิ่ง 
          

ความเสี่ยงที่3 ปริมาณน้ำฝน เป็นความเสี่ยงเชิงจิตวิทยาของการบริหารน้ำ เป็นความกังวลระยะสั้น เพราะไม่รู้ว่าน้ำจะท่วมพื้นที่เดิมหรือพื้นที่ใหม่ ขณะเดียวกันนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่า ผนังกั้นน้ำกลายเป็นพื้นที่ล็อกน้ำ และยังไม่คืบหน้าทั้งๆ รัฐบาลบอกว่าจะสร้างเสร็จเดือนสิงหาคมนี้
          

ความเสี่ยงที่ 4 เป็นความเสี่ยงจากคู่ค้ายังคงมีอยู่ บวกกับกรณี Country Default หรือประเทศที่เป็นหนี้สาธารณะแล้วไม่ชำระคืนหนี้ต่างประเทศ คือ อย่าไว้วางใจว่าประเทศใหญ่จะไม่เกิดการเบี้ยวหนี้ระดับประเทศ เพราะในเชิงสถิตินั้นมีความเป็นไปได้ที่ทุก 100 ปีจะมีการเบี้ยวหนี้ โดยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2  เคยมีเหตุการณ์ที่ประเทศใหญ่ไม่ชำระหนี้มาแล้ว อาทิ   ออสเตรีย 1 ครั้ง, อังกฤษ 2 ครั้ง, ฝรั่งเศส 8 ครั้ง, เยอรมนี 1 ครั้ง,โปรตุเกส 1 ครั้งและสเปน 6 ครั้ง เพราะฉะนั้นอย่าไว้วางใจ
          

ความเสี่ยงที่ 5 ความเสี่ยงจากเงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยน โดยอัตราแลกเปลี่ยนยังคงผันผวนตลอดเวลาทั้งอ่อนค่าและแข็งค่าเป็นระยะๆ การเจรจาทางการค้าจะเป็นรูปแบบการชำระเงินล่วงหน้า อีกทั้งโอกาสที่สกุลเงินยูโรจะอ่อนค่ากลับไปถึงระดับ 1 ยูโรต่อดอลลาร์ และเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ไหลเข้าเอเชียรวมทั้งไทย                 

++จีน-ญี่ปุ่น-อินเดียความท้าทายเอเชีย
          

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ภายหลังการเลือกตั้งกรีซ สถานการณ์ยุโรปเป็นมุมบวกมากขึ้น แม้สถานการณ์จะแย่แต่จำกัดวงอยู่ในยุโรป ถ้าสเปน อิตาลีประคองตัวได้ แต่ความไม่แน่ใจหรือยากต่อการคาดเดาในสถานการณ์นั้นทำให้คนกลัว ส่วนสาเหตุที่ทำให้คนกลัว เพราะทุกประเทศที่เข้มแข็งทั้งในเอเชียและประเทศในกลุ่มPIIGS เป็นประเทศที่ไม่มีความพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือโลก จากสหรัฐอเมริกาที่เติบโตขึ้นมาจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือQEโครงสร้างที่ยังไม่เข้มแข็งพอจะก่อหนี้ แม้กระทั่งเอเชียที่ยังมีความท้าทายจากกรณีจีนเศรษฐกิจชะลอตัว ญี่ปุ่นก็ยังไม่ฟื้นเต็มที่แถมมีสัญญาณชะลอตัวจากดุลการค้าติดลบ และอินเดียการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 10 ปีจากเศรษฐกิจชะลอตัวลงในไตรมาสแรกที่ผ่านมาแถมถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ถ้าเกิดปัญหายุโรปครั้งนี้ไม่มีใครยับยั้ง
          

โดยสรุปปัญหายูโรโซนเป็นปัญหาที่นักเศรษฐศาสตร์ตอบไม่ได้ ด้วยเงื่อนไขซับซ้อนและหนี้สาธารณะของยุโรปซึ่งสะท้อนการแก้ไขปัญหาที่ทุกประเทศร่วมกันยังจบด้วยปัญหาคือ มองไม่ทะลุในที่สุดทางออกยูโรโซนควรจะถูกแก้ไขและประคองสถานการณ์แล้วใช้เวลาค่อยๆ ปลดล็อกโดยการเพิ่มทุน ร่วมทุนซึ่งสถานการณ์ต้องใช้เวลาระยะยาว

++ชี้ต้องมีดัชนีชี้วัดผลนโยบายรัฐบาล
          

นายไพบูลย์ ระบุว่า ภาคการส่งออกไทยกำลังย่ำอยู่กับที่ไม่สามารถทำให้สินค้าที่มีคุณภาพดีอยู่แล้วต่อยอดส่งออกไป ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังย่ำแย่ ฉะนั้นความเป็นรัฐบาลจะต้องกำหนดนโยบายและงบประมาณเป็นเรื่องความผูกพันของคนทั้งประเทศต้องขับเคลื่อนต่อไป เช่นประเทศพัฒนาเกือบทั้งหมดเติบโตด้วยนโยบายที่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่เมืองไทยเปลี่ยนรัฐบาลทีมีปัญหาที เช่นที่ได้ยินบ่อยๆ การกระตุ้นเศรษฐกิจงบประมาณไม่ออก ทุกคนไม่ขยับหรือกั๊กที่จะดองเรื่องเพื่อให้มั่นใจว่าไม่ผิด จุดนี้เป็นอุปสรรคใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศชาติ
          

ดังนั้นนโยบายต่างๆที่รัฐบาลประกาศต้องมีดัชนีชี้วัดผลการทำงาน ที่สำคัญภาคการส่งออกอยากเห็นรัฐบาลหรือภาคการเมืองเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเรื่องโลจิสติกส์ที่หมายถึงทั้งอินฟราสตรักเจอร์และระบบไอทีที่ช่วยลดต้นทุนและเอื้อให้ศักยภาพในการส่งออกและนำเข้าวัตถุดิบของการค้าขายชายแดนCLMV(กัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม)ซึ่งจะทดแทนความสูญเสียจากตลาดยุโรป

++แนะรัฐรับฟังเอกชนสะท้อนปัญหา
          

สอดคล้องกับนายชิดชัย ที่ระบุว่า ที่ผ่านมา 4-5 ปีภาพรวมนักท่องเที่ยวยุโรปถดถอยไป 20-30%ต่อปีตอนนี้เหลือ 20% แต่เป็นตลาดบนถึงกลางที่ยังต้องการกลับมาเมืองไทยทุกปีและมีการใช้จ่ายต่อหัวค่อนข้างสูง ส่วนที่หายไปนั้นเป็นตลาดล่างซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจ ทั้งนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้น ยังมีการลงทุนต่ำ แต่รัฐคาดหวังจากการท่องเที่ยวค่อนข้างสูง ปัจจุบันเอกชนต้องไปขวนขวายหาตลาดจากทั่วโลกแต่กลไกต่างๆในประเทศยังไม่เอื้ออำนวยทั้งสายการบินและต.ม.ซึ่งต้องสังคายนาใหม่ หากต้องการให้ภาคการท่องเที่ยวนำเม็ดเงินเข้ามาได้อย่างไม่ติดขัด 
          

ที่สำคัญรัฐควรรับฟังปัญหาที่ภาคเอกชนสะท้อนและจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเป็นวาระแห่งชาติ โดยการท่องเที่ยวควรช่วยกระตุ้นตลาดด้วยการหารือภาคเอกชนและสำนักงานการท่องเที่ยวที่มีอยู่เกือบทั่วโลกถ้ามีแคมเปญส่งสัญญาณให้นักท่องเที่ยวรู้โดยเฉพาะตลาดที่มาประจำให้กลับมาเมืองไทยอีก
          

"เราไม่ต้องการตลาดใหม่ แต่ขอรักษาฐานลูกค้าเก่าโดยไม่ทิ้งตลาดยุโรป ขณะเดียวกันตลาดเอเชียเข้ามาเติมเต็มได้ ถ้ามีนักท่องเที่ยว 1% จาก 3 ประเทศคือ จีน รัสเซียและอินเดียไม่ต้องไปหาตลาดที่ไหน ซึ่งช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวพุ่งถึง 6.14% เป็นนักท่องเที่ยวไม่กลัวน้ำแต่กลัวนักการเมือง"

++จับตากลุ่มอาเซียนเกิดกติกาใหม่ๆ
          

ขณะที่นายทรงพล สะท้อนว่า เหตุการณ์กรีซเริ่มมีลูกค้าไม่ได้รับชำระค่าสินค้าตามเวลาแล้ว ดังนั้นลูกค้าและธนาคารทั้งคู่ต้องเข้มงวดด้วยกันในการดูคู่ค้าจากปัญหาคู่ค้าขอขยายเครดิตเทอมและขอปรับวิธีการชำระเงิน หรือถ้าขายสินค้าโดยไม่เปิดแอล/ซี ซึ่งค่าเบี้ยประกันความเสี่ยงที่ชาร์จลูกค้านั้น เปลี่ยนแปลงทันทีทันใด โดยเพียง 3 เดือนค่าค้ำประกันความเสี่ยงสูงขึ้นกว่า 50% เห็นได้จากทั้งประเทศสเปนและอิตาลีที่ยังไม่เกิดปัญหาโดยค่าค้ำความเสี่ยงอยู่ในระดับ 600 จุดจาก 300 จุด สำหรับอายุ 5 ปีเปรียบเทียบกับประเทศไทยอยู่ที่ 150 จุด เกาหลี 115 จุดและญี่ปุ่น 90 จุด
          

กรณีผู้ประกอบการที่ต้องใช้สภาพคล่องสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น หรือโครงการที่ต้องปล่อยกู้เป็นสกุลเงินต่างประเทศนั้นแนวโน้มตึงตัวแน่ ทั้งจำนวนคนปล่อยกู้ที่จะน้อยลง เพราะสถาบันการเงินในต่างประเทศความสามารถไม่พอต้องเพิ่มทุนซึ่งยังเพิ่มทุนไม่ได้และต้นทุนเงินกู้จะสูงขึ้น เพราะคนทั่วไปจะไม่เชื่อหรือไม่มั่นใจว่าจะได้รับคืนหนี้   จึงต้องเพิ่มค่าความเสี่ยง   ฉะนั้นไตรมาส 3 ของปีนี้สภาพคล่องสกุลเงินต่างประเทศจะตึงตัวอย่างแน่นอน   ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนตลอดเวลาทั้งอ่อนค่าและแข็งค่า เป็นระยะๆ  
          

อย่างไรก็ตามในแง่ของคนบริโภคที่ยังคงมีอยู่ แต่การเจรจาเรื่องการค้าขายในรูปแบบการชำระเงินล่วงหน้าคงต้องใช้ ขณะเดียวกันในแง่ของอัตราแลกเปลี่ยนนั้น สกุลเงินยูโรยังมีโอกาสจะอ่อนกลับไปที่ระดับ 1 ยูโรต่อดอลลาร์ โดยช่วง 10 ปีที่ผ่านมาสกุลเงินยูโรเคยอ่อนค่า ต่ำกว่า 1 ยูโรต่อดอลลาร์ คืออ่อนค่าถึงระดับ 0.8 หรือ  0.9 ยูโรต่อดอลลาร์
          

อย่างไรก็ตาม   แม้ยุโรปจะมีปัญหาขณะเดียวกัน กรณีกรีซได้เกิดพัฒนาการขึ้นในพม่าและอาเซียนแม้จะมีสินค้าบางประเภทคล้ายกัน แต่สามารถขายสินค้าประเภทอื่น โดยเวทีการเสวนาต่างสรุปแนวทางตรงกันคือ ทั้งภาคธุรกิจเอกชน และภาครัฐติดตามพัฒนาการของประเทศในอาเซียนภายใน 3-6เดือนอาจจะเกิดกติกาใหม่ๆ ขึ้นมาก ซึ่งจะเป็นทั้งโอกาสในการเตรียมรับมือและเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมไทยขยายตัวได้อีก เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการยังไม่ลงทุนใหม่ 

สถานการณ์ปัจจุบันวิกฤติยูโรมีผลกระทบโดยตรงต่อภาคการผลิตเพื่อการส่งออก และผลทางอ้อมจากยอดส่งออกไปอาเซียน 24-25% ของการส่งออกภาพรวมโดยตลาดดังกล่าวกำลังเป็นปัญหาในการส่งออก ทั้งจากญี่ปุ่นมีการสร้างงานลดลง ประกอบกับสกุลเงินเยนแข็งค่า ที่สำคัญต้นทุนญี่ปุ่นแพงขึ้นมโหฬาร จากกรณีปิดโรงงาน โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือปัญหาการแข่งขันกันระหว่างอาเซียน   อีกทั้งประเทศไทยยังอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะประเด็นน้ำ ถ้าปีนี้น้ำท่วมอีกเชื่อว่าความหวังที่จะรั้งให้หมวดยานยนต์หรือชิ้นส่วนอยู่นั้นอาจไม่เป็นผล โดยเฉพาะญี่ปุ่นได้กระจายการลงทุนอยู่ในอาเซียนทั้งหมดแล้วพร้อมจะย้ายจากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศ ประกอบกับกระแสอินโดนีเซียที่ประชากรกว่า 200 ล้านคนมีกำลังซื้อรถคันแรกขณะที่ไทยมีกำลังซื้อรถคันที่สอง 64 ล้านคนสะท้อนตลาดอินโดฯเริ่มสดใสและเป็นโอกาสยานยนต์มากกว่า
          

นอกจากนี้ไทยยังกำลังขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนแรงงานสูง ขาดแคลนวัตถุดิบ และการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทนั้นได้ส่งผลให้กลุ่มซัพพลายเชนที่เป็นห่วงโซ่ อุปทานเกี่ยวข้องกับธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งต้นทุนเหล่านี้ถูกบวกเพิ่ม ทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)หรือกลุ่มซัพพลายเชนดังกล่าวไม่สามารถทำราคาขายหรือผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพราะปัญหาจากตลาดโลกเศรษฐกิจซบเซา ฟากผู้ซื้อพยายามต่อรองราคา โดยไม่สามารถตกลงกันได้ เหล่านี้เป็นความสูญเสียศักยภาพในยุโรป
          

ดังนั้นเพื่อความอยู่รอดกลุ่มเอสเอ็มอีควรจะให้ความสำคัญเรื่องการได้รับเงิน กรณีไม่มั่นใจคู่ค้าธนาคารต่างๆ มีส่วนอย่างมากในการช่วยแก้ปัญหาให้เอสเอ็มอี ขณะที่กระทรวงพาณิชย์พยายามกระตุ้นเอสเอ็มอีหาตลาดใหม่แต่ควรติดตามผลโดยเฉพาะที่ผ่านมาสภาผู้ส่งออกพยายามแนะนำให้เอสเอ็มอีเปิดหูเปิดตาหาองค์ความรู้ในการทำการค้าไม่ว่านวัตกรรมหรือการมีส่วนเป็นสมาชิกของชมรมหรือสมาคมแต่ละอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอำนาจเหนือ

 

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ 

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
* ชื่อ
* ความคิดเห็น
* รหัสความปลอดภัย
ข่าวอื่นๆ
แฟนตาชี-การ์ตูนแรงฟีเวอร์!สมาคมหนังสือชี้ นิยายรัก ธรรมะแผ่ว
เตือนลงทุนพม่าหลังปี58 ที่แพง-ค่าแรงพุ่ง
เศรษฐกิจQ2หืดจับส่งออกถ่วงจีดีพีปีนี้โตไม่ถึง5%
ภาษาอังกฤษคนไทยโคม่า...กูรูแนะเด็กไทยพัฒนาอังกฤษเตรียมพร้อมสู่ AEC
เตรียมตัวรับกระแสใหม่ ยุคขาลงเฟซบุ๊ค
เอกชนปรับตัวหนีค่าแรง300 ลดจ้างงาน
ผู้ผลิตชิ้นส่วนห่วงบาทแข็ง ค่ายรถหันนำเข้า
วัดกำลัง คอนเทนต์โปรวายเดอร์ สู้ศึก Eyeball
เอสเอ็มอี ประเมิน 3 เดือน เจ็บ-เจ๊ง เสนอรัฐ ตั้งกองทุน-จัดงานแฟร์หาตลาด
ซีอีโอกังวลไตรมาส2ศก.ชะลอ ต้นทุนพุ่ง
ขีปนาวุธ SMEs ยุค 3G จัดการธุรกิจ ผ่าน App โดนๆ
องค์กรแห่งความสุข ในอีก 2 ทศวรรษ
» อ่านทั้งหมด

สินค้าใหม่ล่าสุด
ขายบ้านที่ภูเก็ต 
ขายดาวน์ด่วนบ้านเสร็จแล้ว ขายถูกมากทําเลดี 28ตารางวา 120 ตารางเมตร 3นอน 2นํ้า
ลดเพิ่มอีก 10% เซ็ตอายทรีทเมนต์รอบดวงตาสูตรมหัศจรรย์ YSL Lisse Expert Eye Li 
ลดริ้วรอยและความหมองคล้ำรอบดวงตาสูตรมหัศจรรย์
รับประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์ 
รับประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์
สร้อยคอ Back to nature 
สร้อยคอ Back to Nature สรรสร้างจากแรงบันดาลใจของดีไซน์เนอร์ด้วยเทรนด์ของปี 2012
รองพื้นหน้าใส ปกปิดเนียนสวย Lancome Teint Miracle. Natural Light SPF18 ขนาดจริง 30cc(Shade 035)+BOX 
ลดเพิ่มอีก 10% รองพื้นหน้าใส ปกปิดเนียนสวย นาน18ชม.(ผิวขาวเหลืองกลางๆ) Lancome Teint Miracle. Natural Light SPF18 ขนาดจริง 30cc(Shade 035)+BOX
รถแทรกเตอร์ คูโบต้า L4708 
แทรกเตอร์ คูโบต้า รุ่น L4708 ประกอบด้วยเครื่องยนต์ไดเร็คอินเจคชั่น รุ่น V-2203-M-DI 4 สูบ4จังหวะขนาด 47 แรงม้า กำลังสูงสุดในแทรกเตอร์ รุ่นแอล และ ประหยัดน้ำมัน 1. เกียร์ซินโครชัทเทิล 2. 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง 3. เกียร์พีทีโอ 2 ระดับ 4.
รถแทรกเตอร์ คูโบต้า M9540 
ทรงพลังด้วยสุดยอดเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลคูโบต้า เครื่องยนต์ขนาด 85 และ 95 แรงม้า ระบบเซ็นเตอร์ไดเร็คอินเจกชั่น 1. 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง 2. เกียร์เปลี่ยนทิศทาง แบบออโต้ไฮดรอลิกชัทเทิล ใช้คู่อุปกรณ์ต่อพ่วง 1. ใบมีดดันดิน รุ่น FD210 L
รถแทรกเตอร์ รุ่น M108S 
สุดยอดแห่งขุมพลัง 108 แรงม้า ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ระบบ ECDIS คล่องตัว แรง และประหยัดน้ำมัน ทนทานด้วยชุดอุปกรณ์ต่อพ่วง 3 จุด คานล้อหน้าขนาดใหญ่ และดุมล้อหน้าเฟืองเฉียงระบบปิด
Inverter Toshiba , Mitsubishi, Yaskawa, 
Inverter Toshiba ,Inverter Mitsubishi, Inverter Yaskawa,
PLC FX1S,FX1N,FX2,FX3G,Fx3U,Q01 CPU series 
จำหน่าย PLC Mitsubishi ทุกรุ่น และ Ac, Servo Motor
Industry Partners