Sponsors

Online User
ขณะนี้มีผู้เข้าชม: 29
J-Information
การใช้ชีวิตในญี่ปุ่น

การใช้ชีวิตในญี่ปุ่น
1. สกุลเงินและค่าครองชีพ
เงินของญี่ปุ่นเป็นเงินเยน ธนบัตรมี 4 ชนิดคือ ธนบัตรใบละ 10,000 เยน 5,000 เยน 2,000 เยน ส่วนเหรียญมี 6 ชนิด คือ เหรียญ
500 เยน เหรียญ 100  เยน เหรียญ 50 เยน เหรียญ 10  เยน เหรียญ 5 เยน และ เหรียญ 1  เยน  เราสามารถแลหเงินสกุลสำคัญๆ ได้ที่ ธนาคารที่มีแผนกรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนจะเหมือนกันทุกธนาคาร
 ที่ญี่ปุ่นมักชำระด้วยเงินสด แต่ในปัจจุบันมีห้างร้านที่รับชำระด้วยบัตรเครดิต อีกทั้งยังมีร้านค้าที่รับชำระด้วยบัตรเดบิต (บัตรเงินสดที่สามารถชำระเงินได้ ณ ธนาคาร หรือไปรษณีย์) เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเช็คเงินสดนั้นปกติแล้วจะไม่ค่อยนิยมใช้กันมากเท่าใดนัก
 ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ทั่วโลกรู้จักกันในฐานะที่เป็นประเทศหนึ่งที่มีค่าครองชีพสูง ตารางด้านล่างแสดงถึงสินค้าและบริการที่สำคัญ

 

2. ค่าครองชีพ
ค่าใช้จ่ายในมหาวิทยาลัย วิทยาลัยหลักสูตรระยะสั้น และวิทยาลัยอาชีวศึกษานี้ได้ร่วมค่าธรรมเนียมในการสมัคร ค่าเล่าเรียน ค่า
อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆด้วย สำหรับค่าใช่จ่ายเฉลี่ยของสถาบันต่างๆ ในปีแรกนั้นมีดังตารางต่อไปนี้ในปีต่อไป ค่าใช้จ่ายจะลดลงเหลือประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เนื่องด้วยค่าแรกเข้าจะเสียเฉพาะในปีแรกเท่านั้น

3. ค่าครองชีพ
ค่าครองชีพโดยเฉลี่ยต่อเดือนของนักศึกษาต่างชาติในญี่ปุ่น (รวมค่าเล่าเรียน)  ขางล่างนี้ แสดงให้เห็นว่า ค่าครองชีพในกรุงโต
เกียวสูงกว่าเมืองในส่วนอื่นๆ ของประเทศญี่ปุ่น   ค่าครองชีพโดยเฉลี่ยต่อเดือนรวมค่าเล่าเรียนแล้ว แยกตามภูมิภาค (หน่วย : เยน)

4. ที่พักอาศัย
รัฐบาล รัฐบาลส่วนท้องอถิ่นและมหาวิทยาลัยมีหอพักสำหรับนักศึกษาต่างชาติ แต่เนื่องจากห้องพักมีจำนวนจำกัดทำให้นัก
ศึกษาที่ได้เข้าพักมีน้อย ประมาณ 73 % ของนักศึกษาต่างชาติพักอยู่ในที่พักเอกชน สำหรับสภาพการณ์ด้านที่พักอาศัยในญี่ปุ่น ไม่อาจกล่าวได้ว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตปริมณฑลและนครโตเกียวนั้น การหาที่พักทำได้ลำบากมาก สำหรับการหาที่พักของเอกชนนั้นปกติจะต้องไปยังบริษัทจัดหาบ้านเช่าในพื้นที่ที่เราต้องการบ้านพัก หรือไม่ก็ต้องปรึกษากับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติของสถาบันการศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ หากเป็นนักศึกษาที่อยู่โดยมีสถานภาพการอยู่อาศัยเป็น “นักศึกษาวิทยาลัย” จะสามารถหาที่พักผ่านศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาติ ( Center for Domestic and Foreign Students ) ได้
 จากข้อมูลของศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาติ ค่าเช่าห้องที่จัดหาโดยศูนย์ (ต่อเดือน)นั้น มีรายละเอียดตามด้านล่างนี้ แต่ว่าสำหรับกรณีที่จัดหาผ่านบริษัทจัดหาบ้านเช่า ค่าเช่ามีแนวโน้มว่าจะสูงกว่านี้
 ราคาห้องเช่าขนาด 6 เสื่อ (9.6 ตารางเมตร)ในโตเกียว
• เฉพาะห้องเช่า (ห้องน้ำรวม) ไม่เกิน 40,000 เยน
• มีห้องน้ำ ห้องครัวด้วย ประมาณ 40,000 เยน
• มีห้องอาบน้ำด้วย ประมาณ 60,000 เยน
• มีแอร์ เครื่องทำความร้อน ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ 66,000 เยน
ห้องพักที่ปกติสร้างด้วยคอนกรีต ค่าเช่าจะแพงกว่าห้องพักโดยทั่วไป
ส่วนค่าเช่าห้องพักที่อยู่ตามต่างจังหวัดที่ไม่ใช่เมืองใหญ่ ค่าเช่าจะถูกกว่าค่าเช่าห้องพักในโตเกียวประมาณครึ่งหนึ่ง
ตามธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่น โดยปกติแล้วตอนทำสัญญาเช่าห้องพัก ผู้เช่าต้องจ่ายค่าเช่าดังนี้
1. เงินขวัญถุงที่ต้องจ่ายให้กับเจ้าของที่พัก เป็นจำนวนเท่ากับ 1 – 6 เดือนของค่าเช่าห้อง (จะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่)
2. เงินประกันจำนวนเท่ากับ 1 หรือ 2 เดือนของค่าเช่าห้อง (เผื่อไว้ให้กับเจ้าของห้องพัก เวลาที่ค้างค่าเช่า หรือเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นกับห้องพัก เมื่อเวลาย้ายออกไปจะได้รับคืนบางส่วน)
บางกรณีอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนี่ยมให้กับบริษัทจัดหาห้องเช่าเป็นจำนวนเท่ากับค่าเช่า 1 เดือนด้วย เงินประกันและเงินขวัญ
ถุงจะแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่
 ศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาตินอกจะจำหน่าย “คู่มือแนะนำที่พักอาศัยสำหรับนักศึกษาต่างชาติ” (ดูหน้า 33 ประกอบ) แล้วยังมีศูนย์ข้อมูลข่าวสารสำหรับผู้พักอาศัยชาวต่างชาติทั่วประเทศ 12 แห่ง ซึ่งจะให้ข้อมูลด้านที่พักอาศัยตามแต่ละภูมิภาคอีกด้วย สามารถดูจำนวนเงินขวัญถุง และเงินประกันในแต่ละพื้นที่ได้จากเว็ปไซต์ของศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและนักศึกษาต่างชาติ ( http://naigai.or.jp)
* ระบบชดเชยที่พักรวมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
 เป็นระบบที่ศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาติเป็นผู้บริหารจัดการ โดยจัดไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น อัคคีภัย เพื่อค้ำประกันจะได้ไม่เดือดร้อนจาการเข้าอยู่อาศัย ระยะเวลาชดเชยมีทั้งแบบหนึ่งปี (เบี้ยประกัน 7,500 เยน) และแบบสองปี (เบี้ยประกัน 14,000 เยน)
 ผู้ที่สามารถใช้ประโยชน์จากระบบชดเชยนี้ได้ ได้แก่ ผู้ที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น วิทยาลัยระยะสั้น วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา (ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็น “นักศึกษาวิทยาลัย) และผู้ที่ได้รับการรับรองให้เข้าศึกษา และผู้ที่เข้าศึกษาในสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นที่เป็นสมาชิกของสมาคมส่งเสริมการศึกษาภาษาญี่ปุ่น (ณ วันที่ 3 มีนาคม 2546 มีอยู่ 361 แห่ง) (ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็น “นักศึกษาวิทยาลัย” หรือ “นักศึกษาก่อนวิทยาลัย”) และผู้ที่ได้รับการรับรองให้เข้าศึกษา
 การสมัครต้องดำเนินการที่สถานศึกษาที่ตนสังกัดอยู่ หากสถานศึกษานั้นมิได้เข้าร่วมระบบนี้ นักศึกษาก็ไม่สามารถสมัครได้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาติ สถานศึกษาที่ตนสังกัดอยู่ หรือกำลังจะเข้าศึกษา สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานศึกษาที่เข้าร่วมระบบนี้ได้จากเว็ปไซต์ของศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาติ (http://www.naigai.or.jp/insurance/ryudata/anshin2.htm)

5. ผู้ค้ำประกัน
เมื่อชาวต่างชาติต้องการสมัครเข้าเรียนในสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น วิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาระดับสูงอื่นๆ ของญี่ปุ่นจำ
เป็นต้องมีผู้ค้ำประกันหรือผู้ติดต่อเรื่องต่างๆ ทน เพื่อเป็นผู้รับรองค่าใช่จ่ายในการเรียนและเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการอยู่อาศัย เอกสารของผู้รับรองที่จำเป็นต้องส่งให้ทางสถาบันอาจเป็นแค่ใบรับรองสถานภาพผู้รับรองและใบสัญญาต่อสถาบัน อาจต้องส่งสำเนาทะเบียนบ้านและใบรับรองการทำงานด้วย ในปัจจุบันอาจไม่จำเป็นต้องมีผู้รับรอง แต่ต้องมีผู้มาติดต่อเรื่องต่างๆ แทน หรือจำเป็นต้องมีเฉพาะตอนเข้าเรียนเช่นเดียวกับนักเรียนชาวญี่ปุ่นทั่วๆไป รายละเอียดขอให้ติดต่อกับสถาบันที่นักศึกษาจะเข้าศึกษาต่อ นอกจากนั้นการเช่าอพาร์ทเมนท์และการทำงานพิเศษก็จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกันด้วย ผู้ค้ำประกันนี้จะเป็นผู้ที่รับผิดชอบตัวนักศึกษาในด้านการเงินเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นรวมทั้งในด้านศีลธรรมต่างๆ เพราะฉะนั้นจึงควรสร้างความมั่นใจให้กับผู้ค้ำประกันอย่างเพียงพอ และควรตระหนักไว้ว่าจะไม่ก่อปัญหาใดๆทั้งสิ้น

6. การทำงานพิเศษ
นักศึกษาต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นสามารถทำงานพิเศษได้ หากได้รับอนุญาตจากสถาบันการศึกษาที่นักศึกษาสังกัดอยู่ และจาก
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่น ในการดำเนินกิจกรรม นอกเหนือขอบเขตของสถานภาพการอยู่อาศัยเดิม โดยต้องอยู่ในขอบเขตดังต่อไปนี้
(1) เป็นการทำงานที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมการเรียน
(2) เป็นการทำงานพิเศษโดยมีจุดประสงค์เพื่อหารายได้มาช่วยค่าเล่าเรียนหรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆขณะศึกษาอยู่ในญี่ปุ่น
(3) งานที่ทำ ต้องไม่เป็นงานที่ผิดกฎหมาย ไม่เป็นงานที่ทำอยู่ในกิจการประเภทสถานบริการ และสถานเริงรมย์ หรือสถานประกอบการที่มีการจัดฉาย หรือออกอากาศที่ส่อไปในทางให้บริการทางเพศ
(4) จำนวนชั่วโมงที่สามารถทำงานได้  แสดงในหน้าถัดไป
สำหรับงานพิเศษที่นักศึกษาต่างชาติทำกันมาก คือ งานในร้านอาหาร รองลงมาคืองานที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา งานทำความ
สะอาด หรืองานขาย เป็นต้น
 สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาในการตัดสินใจทำงานพิเศษ มีดังนี้ เช่น
(1) งานที่ทำจะต้องไม่มีผลกระทบต่อการเรียน (ไม่ใช่งานกลางคืนที่จะส่งผลต่อสมรรถนะในการเรียนในวัดถัดไป)
(2) วิธีจ่ายค่าจ้าง (ภาษี การจ่ายค่าจ้างเป็นแบบรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน จ่ายเป็นเงินสดหรือจ่ายผ่านธนาคาร)
(3) ลักษณะของงานมีความปลอดภัยหรือไม่ (มีอันตรายเกี่ยวกับอุบัติเหตุหรือไม่ มีการประกันเกี่ยวกับอุบัติเหตุหรือไม่)เป็นต้น
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักศึกษาคือ การระวังรักษาสุขภาพและอย่าให้การทำงานพิเศษมีผลกระทบต่อการเรียน
สำหรับคำแนะนำงานพิเศษสำหรับผู้ที่มีสถานภาพการอยู่อาศัยเป็น “นักศึกษาวิทยาลัย” นั้น  ฝ่ายสวัสดิการของมหาวิทยาลัย
และศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาติจะเป็นผู้ดำเนินการ
 ผู้ที่มีสถานภาพการอยู่อาศัยเป็น “นักศึกษาก่อนวิทยาลัย” ผู้ดำเนินการจะเป็นสำนักจัดหางานชุมชน “Hello Work” ของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการซึ่งมีสำนักงานอยู่ทั่วประเทศ
• เว็ปไซต์ของศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและนักศึกษาต่างชาติคือ  http://www.naigai.or.jp/infojob/Rindex.htm
• * เว็ปไซต์ของ “Hello Work” คือ http://www.mhlw.go.jp/kyjin/hwmap.html

7. ค่ารักษาพยาบาล
นักศึกษาต่างชาติที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 ปีขึ้นไป จะต้องเข้าร่วมระบบประกันสุขภาพประชาชาติ ซึ่งทำให้สามารถล
ภาระของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลงได้ เมื่อแสดงบัตรประกันสุขภาพที่เคาน์เตอร์ของสถานพยาบาล ในเวลาที่เข้ารักษา นักสึกษาต่างชาติที่เป็นสมาชิกระบบประกันสุขภาพประชาชาติจะจ่ายค่ารักษาเพียง 20% - 30% เท่านั้น แต่หากเป็นค่ารักษาพยาบาลที่ระบบประกันสุขภาพนี้ไม่ครอบคลุมนักศึกษาต่างชาติก็ต้องจ่ายเองเต็มจำนวน การสมัครเข้าระบบประกันสุขภาพและการจ่ายค่าเบี้ยประกันทำได้ที่สถานที่ราชการ (เช่น ที่ทำการตำบล หรือ ที่ว่าการเมือง) ที่ใกล้สถานศึกษาที่สุด เบี้ยประกันจะแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องที่ นักศึกษาต่างชาติที่ไม่มีรายได้ในขณะพำนักในญี่ปุ่นจะได้รับการลดหย่อนค่าเบี้ยประกัน
 นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกของระบบคืนเงินค่ารักษาพยาบาลของสมาคมการศึกษานานาชาติแห่งประเทศญี่ปุ่น (AIEJ) จะได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลส่วนหนึ่งคืน (ได้สูงสุด 80%) (ไม่รวมค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ครอบคลุมในระบบประกันสุขภาพประชาชาติ) สำหรับผูที่เป็นสมาชิกของทั้งระบบประกันสุขภาพประชาชาติและระบบคืนเงินค่ารักษาพยาบาล จะจ่ายเงินต่ำสุดเพียง 6% ของค่ารักษาที่ครอบคลุมโดยระบบประกันสุขภาพ เท่านั้น
 ทั้งนี้เวลาที่นักศึกษาเข้ารับการรักษาหรือรับเวชภัณฑ์แบบผู้ป่วยนอกนั้น นักศึกษาจะต้องจ่ายค่ารักษาไปก่อน แต่ค่ารักษาพยาบาลที่จ่านไปนั้นจะได้รับการลดหย่อนตามระบบคืนเงินค่ารักษาพยาบาล ระบบนี้นักศึกษาจะต้องผ่านมหาวิทยาลัยที่ตนเองสังกัดอยู่

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  AIEJ http://www.aiej.or.jp

Other news
สาหร่ายขนปุย…สัตว์เลี้ยงแบบใหม่ที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่น
เอาใจคนรักจักรยานด้วย RACING MIKU Hatsune Miku GT Project
ที่ตั้งไอโฟนแบบกิ๊บเก๋ สไตล์ญี่ปุ่น
10 สินค้าแปลกๆ ในประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้งานได้จริง
10 อันดับกระดาษซับมันญี่ปุ่นยอดนิยม
Ikura (ไข่ปลาแซลมอน) อันไหนแท้..อันไหนเทียม
รู้หรือไม่!! ทำไม “มิโซะซุป” ถึงใส่ “สาหร่าย”
ไอเดียขนมสุดแปลกของญี่ปุ่น
5 ไอศกรีมญี่ปุ่นรสชาติประหลาดจนน่าตกใจ
มารู้จักกับบ่อน้ำร้อน (ออนเซ็น) กันเถอะ
ฉลองครบ 1 ขวบกับโมจิยักษ์
กิจการที่แปลกในชาติอื่น แต่นิยมมากในญี่ปุ่น
» อ่านทั้งหมด