Sponsors

Online User
ขณะนี้มีผู้เข้าชม: 19
J-Information
การใช้ชีวิตในญี่ปุ่น

การใช้ชีวิตในญี่ปุ่น
1. สกุลเงินและค่าครองชีพ
เงินของญี่ปุ่นเป็นเงินเยน ธนบัตรมี 4 ชนิดคือ ธนบัตรใบละ 10,000 เยน 5,000 เยน 2,000 เยน ส่วนเหรียญมี 6 ชนิด คือ เหรียญ
500 เยน เหรียญ 100  เยน เหรียญ 50 เยน เหรียญ 10  เยน เหรียญ 5 เยน และ เหรียญ 1  เยน  เราสามารถแลหเงินสกุลสำคัญๆ ได้ที่ ธนาคารที่มีแผนกรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนจะเหมือนกันทุกธนาคาร
 ที่ญี่ปุ่นมักชำระด้วยเงินสด แต่ในปัจจุบันมีห้างร้านที่รับชำระด้วยบัตรเครดิต อีกทั้งยังมีร้านค้าที่รับชำระด้วยบัตรเดบิต (บัตรเงินสดที่สามารถชำระเงินได้ ณ ธนาคาร หรือไปรษณีย์) เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเช็คเงินสดนั้นปกติแล้วจะไม่ค่อยนิยมใช้กันมากเท่าใดนัก
 ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ทั่วโลกรู้จักกันในฐานะที่เป็นประเทศหนึ่งที่มีค่าครองชีพสูง ตารางด้านล่างแสดงถึงสินค้าและบริการที่สำคัญ

 

2. ค่าครองชีพ
ค่าใช้จ่ายในมหาวิทยาลัย วิทยาลัยหลักสูตรระยะสั้น และวิทยาลัยอาชีวศึกษานี้ได้ร่วมค่าธรรมเนียมในการสมัคร ค่าเล่าเรียน ค่า
อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆด้วย สำหรับค่าใช่จ่ายเฉลี่ยของสถาบันต่างๆ ในปีแรกนั้นมีดังตารางต่อไปนี้ในปีต่อไป ค่าใช้จ่ายจะลดลงเหลือประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เนื่องด้วยค่าแรกเข้าจะเสียเฉพาะในปีแรกเท่านั้น

3. ค่าครองชีพ
ค่าครองชีพโดยเฉลี่ยต่อเดือนของนักศึกษาต่างชาติในญี่ปุ่น (รวมค่าเล่าเรียน)  ขางล่างนี้ แสดงให้เห็นว่า ค่าครองชีพในกรุงโต
เกียวสูงกว่าเมืองในส่วนอื่นๆ ของประเทศญี่ปุ่น   ค่าครองชีพโดยเฉลี่ยต่อเดือนรวมค่าเล่าเรียนแล้ว แยกตามภูมิภาค (หน่วย : เยน)

4. ที่พักอาศัย
รัฐบาล รัฐบาลส่วนท้องอถิ่นและมหาวิทยาลัยมีหอพักสำหรับนักศึกษาต่างชาติ แต่เนื่องจากห้องพักมีจำนวนจำกัดทำให้นัก
ศึกษาที่ได้เข้าพักมีน้อย ประมาณ 73 % ของนักศึกษาต่างชาติพักอยู่ในที่พักเอกชน สำหรับสภาพการณ์ด้านที่พักอาศัยในญี่ปุ่น ไม่อาจกล่าวได้ว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตปริมณฑลและนครโตเกียวนั้น การหาที่พักทำได้ลำบากมาก สำหรับการหาที่พักของเอกชนนั้นปกติจะต้องไปยังบริษัทจัดหาบ้านเช่าในพื้นที่ที่เราต้องการบ้านพัก หรือไม่ก็ต้องปรึกษากับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติของสถาบันการศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ หากเป็นนักศึกษาที่อยู่โดยมีสถานภาพการอยู่อาศัยเป็น “นักศึกษาวิทยาลัย” จะสามารถหาที่พักผ่านศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาติ ( Center for Domestic and Foreign Students ) ได้
 จากข้อมูลของศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาติ ค่าเช่าห้องที่จัดหาโดยศูนย์ (ต่อเดือน)นั้น มีรายละเอียดตามด้านล่างนี้ แต่ว่าสำหรับกรณีที่จัดหาผ่านบริษัทจัดหาบ้านเช่า ค่าเช่ามีแนวโน้มว่าจะสูงกว่านี้
 ราคาห้องเช่าขนาด 6 เสื่อ (9.6 ตารางเมตร)ในโตเกียว
• เฉพาะห้องเช่า (ห้องน้ำรวม) ไม่เกิน 40,000 เยน
• มีห้องน้ำ ห้องครัวด้วย ประมาณ 40,000 เยน
• มีห้องอาบน้ำด้วย ประมาณ 60,000 เยน
• มีแอร์ เครื่องทำความร้อน ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ 66,000 เยน
ห้องพักที่ปกติสร้างด้วยคอนกรีต ค่าเช่าจะแพงกว่าห้องพักโดยทั่วไป
ส่วนค่าเช่าห้องพักที่อยู่ตามต่างจังหวัดที่ไม่ใช่เมืองใหญ่ ค่าเช่าจะถูกกว่าค่าเช่าห้องพักในโตเกียวประมาณครึ่งหนึ่ง
ตามธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่น โดยปกติแล้วตอนทำสัญญาเช่าห้องพัก ผู้เช่าต้องจ่ายค่าเช่าดังนี้
1. เงินขวัญถุงที่ต้องจ่ายให้กับเจ้าของที่พัก เป็นจำนวนเท่ากับ 1 – 6 เดือนของค่าเช่าห้อง (จะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่)
2. เงินประกันจำนวนเท่ากับ 1 หรือ 2 เดือนของค่าเช่าห้อง (เผื่อไว้ให้กับเจ้าของห้องพัก เวลาที่ค้างค่าเช่า หรือเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นกับห้องพัก เมื่อเวลาย้ายออกไปจะได้รับคืนบางส่วน)
บางกรณีอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนี่ยมให้กับบริษัทจัดหาห้องเช่าเป็นจำนวนเท่ากับค่าเช่า 1 เดือนด้วย เงินประกันและเงินขวัญ
ถุงจะแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่
 ศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาตินอกจะจำหน่าย “คู่มือแนะนำที่พักอาศัยสำหรับนักศึกษาต่างชาติ” (ดูหน้า 33 ประกอบ) แล้วยังมีศูนย์ข้อมูลข่าวสารสำหรับผู้พักอาศัยชาวต่างชาติทั่วประเทศ 12 แห่ง ซึ่งจะให้ข้อมูลด้านที่พักอาศัยตามแต่ละภูมิภาคอีกด้วย สามารถดูจำนวนเงินขวัญถุง และเงินประกันในแต่ละพื้นที่ได้จากเว็ปไซต์ของศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและนักศึกษาต่างชาติ ( http://naigai.or.jp)
* ระบบชดเชยที่พักรวมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
 เป็นระบบที่ศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาติเป็นผู้บริหารจัดการ โดยจัดไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น อัคคีภัย เพื่อค้ำประกันจะได้ไม่เดือดร้อนจาการเข้าอยู่อาศัย ระยะเวลาชดเชยมีทั้งแบบหนึ่งปี (เบี้ยประกัน 7,500 เยน) และแบบสองปี (เบี้ยประกัน 14,000 เยน)
 ผู้ที่สามารถใช้ประโยชน์จากระบบชดเชยนี้ได้ ได้แก่ ผู้ที่เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น วิทยาลัยระยะสั้น วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา (ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็น “นักศึกษาวิทยาลัย) และผู้ที่ได้รับการรับรองให้เข้าศึกษา และผู้ที่เข้าศึกษาในสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นที่เป็นสมาชิกของสมาคมส่งเสริมการศึกษาภาษาญี่ปุ่น (ณ วันที่ 3 มีนาคม 2546 มีอยู่ 361 แห่ง) (ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็น “นักศึกษาวิทยาลัย” หรือ “นักศึกษาก่อนวิทยาลัย”) และผู้ที่ได้รับการรับรองให้เข้าศึกษา
 การสมัครต้องดำเนินการที่สถานศึกษาที่ตนสังกัดอยู่ หากสถานศึกษานั้นมิได้เข้าร่วมระบบนี้ นักศึกษาก็ไม่สามารถสมัครได้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาติ สถานศึกษาที่ตนสังกัดอยู่ หรือกำลังจะเข้าศึกษา สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานศึกษาที่เข้าร่วมระบบนี้ได้จากเว็ปไซต์ของศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาติ (http://www.naigai.or.jp/insurance/ryudata/anshin2.htm)

5. ผู้ค้ำประกัน
เมื่อชาวต่างชาติต้องการสมัครเข้าเรียนในสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น วิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาระดับสูงอื่นๆ ของญี่ปุ่นจำ
เป็นต้องมีผู้ค้ำประกันหรือผู้ติดต่อเรื่องต่างๆ ทน เพื่อเป็นผู้รับรองค่าใช่จ่ายในการเรียนและเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการอยู่อาศัย เอกสารของผู้รับรองที่จำเป็นต้องส่งให้ทางสถาบันอาจเป็นแค่ใบรับรองสถานภาพผู้รับรองและใบสัญญาต่อสถาบัน อาจต้องส่งสำเนาทะเบียนบ้านและใบรับรองการทำงานด้วย ในปัจจุบันอาจไม่จำเป็นต้องมีผู้รับรอง แต่ต้องมีผู้มาติดต่อเรื่องต่างๆ แทน หรือจำเป็นต้องมีเฉพาะตอนเข้าเรียนเช่นเดียวกับนักเรียนชาวญี่ปุ่นทั่วๆไป รายละเอียดขอให้ติดต่อกับสถาบันที่นักศึกษาจะเข้าศึกษาต่อ นอกจากนั้นการเช่าอพาร์ทเมนท์และการทำงานพิเศษก็จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกันด้วย ผู้ค้ำประกันนี้จะเป็นผู้ที่รับผิดชอบตัวนักศึกษาในด้านการเงินเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นรวมทั้งในด้านศีลธรรมต่างๆ เพราะฉะนั้นจึงควรสร้างความมั่นใจให้กับผู้ค้ำประกันอย่างเพียงพอ และควรตระหนักไว้ว่าจะไม่ก่อปัญหาใดๆทั้งสิ้น

6. การทำงานพิเศษ
นักศึกษาต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นสามารถทำงานพิเศษได้ หากได้รับอนุญาตจากสถาบันการศึกษาที่นักศึกษาสังกัดอยู่ และจาก
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่น ในการดำเนินกิจกรรม นอกเหนือขอบเขตของสถานภาพการอยู่อาศัยเดิม โดยต้องอยู่ในขอบเขตดังต่อไปนี้
(1) เป็นการทำงานที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมการเรียน
(2) เป็นการทำงานพิเศษโดยมีจุดประสงค์เพื่อหารายได้มาช่วยค่าเล่าเรียนหรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆขณะศึกษาอยู่ในญี่ปุ่น
(3) งานที่ทำ ต้องไม่เป็นงานที่ผิดกฎหมาย ไม่เป็นงานที่ทำอยู่ในกิจการประเภทสถานบริการ และสถานเริงรมย์ หรือสถานประกอบการที่มีการจัดฉาย หรือออกอากาศที่ส่อไปในทางให้บริการทางเพศ
(4) จำนวนชั่วโมงที่สามารถทำงานได้  แสดงในหน้าถัดไป
สำหรับงานพิเศษที่นักศึกษาต่างชาติทำกันมาก คือ งานในร้านอาหาร รองลงมาคืองานที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา งานทำความ
สะอาด หรืองานขาย เป็นต้น
 สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาในการตัดสินใจทำงานพิเศษ มีดังนี้ เช่น
(1) งานที่ทำจะต้องไม่มีผลกระทบต่อการเรียน (ไม่ใช่งานกลางคืนที่จะส่งผลต่อสมรรถนะในการเรียนในวัดถัดไป)
(2) วิธีจ่ายค่าจ้าง (ภาษี การจ่ายค่าจ้างเป็นแบบรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน จ่ายเป็นเงินสดหรือจ่ายผ่านธนาคาร)
(3) ลักษณะของงานมีความปลอดภัยหรือไม่ (มีอันตรายเกี่ยวกับอุบัติเหตุหรือไม่ มีการประกันเกี่ยวกับอุบัติเหตุหรือไม่)เป็นต้น
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักศึกษาคือ การระวังรักษาสุขภาพและอย่าให้การทำงานพิเศษมีผลกระทบต่อการเรียน
สำหรับคำแนะนำงานพิเศษสำหรับผู้ที่มีสถานภาพการอยู่อาศัยเป็น “นักศึกษาวิทยาลัย” นั้น  ฝ่ายสวัสดิการของมหาวิทยาลัย
และศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและต่างชาติจะเป็นผู้ดำเนินการ
 ผู้ที่มีสถานภาพการอยู่อาศัยเป็น “นักศึกษาก่อนวิทยาลัย” ผู้ดำเนินการจะเป็นสำนักจัดหางานชุมชน “Hello Work” ของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการซึ่งมีสำนักงานอยู่ทั่วประเทศ
• เว็ปไซต์ของศูนย์นักศึกษาท้องถิ่นและนักศึกษาต่างชาติคือ  http://www.naigai.or.jp/infojob/Rindex.htm
• * เว็ปไซต์ของ “Hello Work” คือ http://www.mhlw.go.jp/kyjin/hwmap.html

7. ค่ารักษาพยาบาล
นักศึกษาต่างชาติที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 ปีขึ้นไป จะต้องเข้าร่วมระบบประกันสุขภาพประชาชาติ ซึ่งทำให้สามารถล
ภาระของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลงได้ เมื่อแสดงบัตรประกันสุขภาพที่เคาน์เตอร์ของสถานพยาบาล ในเวลาที่เข้ารักษา นักสึกษาต่างชาติที่เป็นสมาชิกระบบประกันสุขภาพประชาชาติจะจ่ายค่ารักษาเพียง 20% - 30% เท่านั้น แต่หากเป็นค่ารักษาพยาบาลที่ระบบประกันสุขภาพนี้ไม่ครอบคลุมนักศึกษาต่างชาติก็ต้องจ่ายเองเต็มจำนวน การสมัครเข้าระบบประกันสุขภาพและการจ่ายค่าเบี้ยประกันทำได้ที่สถานที่ราชการ (เช่น ที่ทำการตำบล หรือ ที่ว่าการเมือง) ที่ใกล้สถานศึกษาที่สุด เบี้ยประกันจะแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องที่ นักศึกษาต่างชาติที่ไม่มีรายได้ในขณะพำนักในญี่ปุ่นจะได้รับการลดหย่อนค่าเบี้ยประกัน
 นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกของระบบคืนเงินค่ารักษาพยาบาลของสมาคมการศึกษานานาชาติแห่งประเทศญี่ปุ่น (AIEJ) จะได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลส่วนหนึ่งคืน (ได้สูงสุด 80%) (ไม่รวมค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ครอบคลุมในระบบประกันสุขภาพประชาชาติ) สำหรับผูที่เป็นสมาชิกของทั้งระบบประกันสุขภาพประชาชาติและระบบคืนเงินค่ารักษาพยาบาล จะจ่ายเงินต่ำสุดเพียง 6% ของค่ารักษาที่ครอบคลุมโดยระบบประกันสุขภาพ เท่านั้น
 ทั้งนี้เวลาที่นักศึกษาเข้ารับการรักษาหรือรับเวชภัณฑ์แบบผู้ป่วยนอกนั้น นักศึกษาจะต้องจ่ายค่ารักษาไปก่อน แต่ค่ารักษาพยาบาลที่จ่านไปนั้นจะได้รับการลดหย่อนตามระบบคืนเงินค่ารักษาพยาบาล ระบบนี้นักศึกษาจะต้องผ่านมหาวิทยาลัยที่ตนเองสังกัดอยู่

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  AIEJ http://www.aiej.or.jp

Other news
อาหารสุดแปลกของประเทศญี่ปุ่น
ชื่อคนญี่ปุ่นสุดแปลก
ญี่ปุ่นตกใจ พฤติกรรมของคนไทย !!!
ลองไหม? Mister Donut ส่งโดนัทรสมิโซะ สาหร่าย เกี๊ยวซ่า เอาใจแดนซากุระ
โลกยกนิ้ว! สุดยอดสาหร่ายมหัศจรรย์ คุณภาพคับพวง!
เรื่องเล่าสุดสยอง 10 ตุ๊กตาผีที่มีอยู่จริง!
40 ความแตกต่างระหว่าง “คันโต” กับ “คันไซ” ที่ควรรู้!!
10 ร้านราเม็งสุดอร่อยในเขตกรุงเทพมหานคร
ตู้หยอดเหรียญ Japanese vending Machine
10 ท่าเซ็กซ์ยอดนิยม
10 อันดับ สาวเอเชียเซ็กซ์จัด
10 เมนูสยองของญี่ปุ่น..ที่ต่างชาติต้องตกใจ!!
» อ่านทั้งหมด