Sponsors

Online User
ขณะนี้มีผู้เข้าชม: 14
J-Information
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับญี่ปุ่น

 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับญี่ปุ่น

 

เครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่น

    ชุด นักเรียนญี่ปุ่นนั้นมีครั้งแรกในสมัยเมจิ (ค.ศ. 1868 ? 1912) โดยมีวัฒนธรรมทางตะวันตกเข้ามา เสื้อปกกะลาสีของทหารได้รับความนิยมจึงถูกเลือกเป็นเครื่องแบบนักเรียนหญิง ส่วนนักเรียนชายเป็นเสื้อคอปิดแขนกระบอกสีดำ มีการเปลี่ยนเครื่องแบบนักเรียนในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่วันที่ มิถุนายน และเครื่องแบบฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่วันที่ ตุลาคม แต่ในโรงเรียนอาจมีการกำหนดวันเฉพาะของทางโรงเรียนตามความเหมาะสม แต่ในมหาวิทยาลัยนั้นไม่มีเครื่องแบบเป็นทางการ แต่นิยมใส่ ?ฮากามะชุดญี่ปุ่นที่มีลักษณะคล้ายกางเกงโดย ใส่ทับบนชุดกิโมโนซึ่งชุดนี้จะใส่ในวันพิธีจบการศึกษา ส่วนผู้ชายจะสวมใส่ชุดกิโมโนสำหรับผู้ชายและมีเสื้อสวมทับ

 

เงินเยน

     เงินเยนประกอบไปด้วยธนบัตรราคา 1,000 2,000 5,000 และ 10,000 เยนตามลำดับ ส่วนเหรียญจะมีทั้งหมด ชนิดได้แก่ราคา 1, 5, 10, 50, 100 และ 500 เยน บนธนบัตร 1,000 เยนเป็นภาพของกวีที่ชื่อ ?นซึเมะ โซเซคิ? (ค.ศ. 1867-1916) ซึ่งเป็นกวีที่มีชื่อเสียงในสมัยเมจิ ส่วนธนบัตรชนิด 5,000 เยน จะเป็นภาพใบหน้าของ ?นิโตะเบะ อินะโซนักการศึกษาที่มีชื่อเสียงในสมัยเมจิและสมัยโชวะ (ค.ศ. 1862-1933) ส่วนธนบัตรใบละ 10,000 เยน เป็นภาพของนักคิดนักการศึกษาคนสำคัญในสมัยเมจิที่ชื่อ ?ฟุคุซาวะ ยูคิฉิ? (ค.ศ. 1834-1901) ส่วนมากคนญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญแก่ผู้ที่มีบทบาททางสังคมและวัฒนธรรมมากกว่า การใช้รูปจักรพรรดิ์บนธนบัตร สำหรับธนบัตรใหม่ 2,000 เยนนั้น ถูกจัดพิมพ์ขึ้นมาในจำนวนจำกัดเพื่อแป็นที่ระลึกในการประชุมผู้นำนานาชาติ (Summit) ที่ Okinawa ซึ่งจัดขึ้นในปีค.ศ. 2000 ด้านหน้าของธนบัตรเป็นรูปประตูโบราณที่มีชื่อว่า ?ชูเรมงทางด้านเหรียญของญี่ปุ่น จะเป็นรูปสัญลักษณ์ต่างๆอาทิเช่น เหรียญ 100เยน จะเป็นรูปดอกซากุระ เหรียญ 10 เยนเป็นรูปคฤหาสน์ไม้โบราณในเกียวโตชื่อ ?เบียวโคอินส่วนเหรียญ เยนในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงว่า ?โกะเอ็นมีความหมายว่า ?มิตรภาพดังนั้นคนญี่ปุ่นจึงนิยมใช้เหรียญ เยนในในเรื่องมงคลต่างๆหรือใช้ในการโยนเหรียญทำบุญตามวัดวาอาราม

 

อาหารกล่อง

     ศิลปะการตกแต่งข้าวกล่องของชาวญี่ปุ่นนั้นนับว่าเป็นความงดงามต่อผู้ บริโภคเป็นอย่างยิ่ง โดยจะนำเครื่องปรุงและส่วนผสมที่สำคัญในแต่ละฤดูกาล หรือที่หาได้ในท้องถิ่นนั้นๆ มาทำเป็นรูปแบบต่างๆ วางเรียงกันอย่างสวยงาม Obentoหรือข้าวกล่องนั้นเป็นที่นิยมสำหรับคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะผู้เดินทาง เพราะสะดวกในการพกพาและการรับประทาน

     Ekiben (เอกิเบน) เป็นข้าวกล่องที่จำหน่ายตามสถานีรถไฟ มีราคาเฉลี่ยประมาณ 500 - 2,000 เยน ขึ้นอยู่กับส่วนผสมและความมีชื่อเสียงของร้านนั้นๆ บางครั้งการซื้อข้าวกล่องในท้องถิ่นนั้นๆ จะเป็นโอกาสให้ทราบถึงอาหารที่มีชื่อเสียงประจำท้องถิ่น

 

การทิ้งขยะ

     ในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะมีการแบ่งขยะเป็นประเภทๆ โดยหลักๆจะแบ่งออกเป็น ขยะที่เผาได้และเผาไม่ได้ ขยะประเภทที่เผาได้ อาทิ กระดาษหนังสือพิมพ์ กล่องกระดาษ แก้ว กระดาษ เป็นต้น ส่วนกระดาษที่เผาไม่ได้จะมีขวดแก้ว อลูมิเนียม กระป๋องเครื่องดื่มอัดลมต่างๆ พลาสติก โฟม เป็นต้น นอกจากนั้นวันเก็บขยะจะถูกกำหนดตามประเภทของขยะ เช่น ทุกวันจันทร์จะเก็บขยะที่เป็นกระดาษ ทุกวันพุธจะเก็บขยะที่เป็นกระป๋องอลูมิเนียม เป็นต้น สำหรับผู้ที่ต้องการทิ้งขยะขนาดใหญ่ อาทิ ตู้เย็น โซฟา พัดลม เครื่องซักผ้า ฯลฯ ของประเภทนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทิ้งให้กับทางราชการและจะมีกำหนดวัน ทิ้งไว้โดยเฉพาะเช่นกัน แต่เนื่องจากของเหล่านี้บางครั้งก็ยังมีสภาพดีอยู่ จึงมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่แอบเก็บขยะเหล่านี้มา Recycle ใช้อีกครั้ง ในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนถังขยะแบบทึบมาเป็นแบบใส เพื่อให้เห็นของที่ทิ้งภายใน เป็นระบบรักษาความปลอดภัยอีกอย่างหนึ่งของญี่ปุ่น

 

วิธีการอ่านหนังสือญี่ปุ่น

  การเขียนภาษาญี่ปุ่นนั้นสามารถเขียนได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่เวลาที่ต้องการเขียนอะไรที่เป็นทางการ มักจะนิยมเขียนในแนวตั้ง อาทิเช่น หนังสือพิมพ์ พ้อคเก็ตบุ้คต่างๆ บัตรอวยพร หรือการเขียนเรียงความ เป็นต้น โดยวิธีอ่านการเขียนในแนวตั้ง จะเปิดอ่านจากหน้าซ้ายไปขวา ส่วนการเขียนทางแนวนอนก็จะเปิดอ่านเหมือนรูปแบบทั่วไป และจะเขียนจากซ้ายไปขวา

 

การแสดงประจำชาติ

      แต่ ดั้งเดิมนั้นความบันเทิงที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นคือ ละครคาบูกิ และสิ่งบันเทิงอื่นๆซึ่งให้ความคิดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อันยาวนาน และวัฒนธรรมประเพณีของญี่ปุ่น ได้แก่ ละครโนห์บุงราคุ (ละครหุ่น)ราคูโกะ (การเล่าเรื่องขบขัน) เป็นต้น

คาบูกิ : เวทีละครคาบูกิจะถูกจัดด้วยฉากและสิ่งประกอบมากมาย เพื่อให้คนดูเกิดความตื่นตาตื่นใจ

โนห์ : ละครโนห์จะถูกแสดงโดยตัวเอกที่เรียกว่า ชิเต้และผู้แสดงประกอบเรียกว่า อาคิการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ และสวยงามของตัวแสดง ประกอบกับดนตรีที่แผ่วเบาและเป็นเสียงเดียวกันตลอด ทำให้ผู้ฟังทั้งหลายเข้าสู่อาณาจักรแห่งความฝัน

บุงราคุ : เป็นการให้ความบันเทิงที่เป็นที่นิยมตั้งแต่สมัยเอโดะ คือพร้อมกับละครคาบูกิ การใช้มืออย่างชำนาญในการเชิดหุ่นของผู้เชิดที่มีประสบการณ์ ทำให้เกิดละครที่ดีและมีการแสดงเหตุการณ์ไปตามเนื้อเรื่อง

ราคูโกะ (การเล่าเรื่องขบขัน) : เป็นการเล่าเรื่องขบขันซึ่งมีแต่สมัยเอโดะ ปัจจุบันยังคงได้รับความนิยมอย่างกว้างขวา

 

 

ที่มา http://www.igotgrants.com

Other news
สาหร่ายขนปุย…สัตว์เลี้ยงแบบใหม่ที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่น
เอาใจคนรักจักรยานด้วย RACING MIKU Hatsune Miku GT Project
ที่ตั้งไอโฟนแบบกิ๊บเก๋ สไตล์ญี่ปุ่น
10 สินค้าแปลกๆ ในประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้งานได้จริง
10 อันดับกระดาษซับมันญี่ปุ่นยอดนิยม
Ikura (ไข่ปลาแซลมอน) อันไหนแท้..อันไหนเทียม
รู้หรือไม่!! ทำไม “มิโซะซุป” ถึงใส่ “สาหร่าย”
ไอเดียขนมสุดแปลกของญี่ปุ่น
5 ไอศกรีมญี่ปุ่นรสชาติประหลาดจนน่าตกใจ
มารู้จักกับบ่อน้ำร้อน (ออนเซ็น) กันเถอะ
ฉลองครบ 1 ขวบกับโมจิยักษ์
กิจการที่แปลกในชาติอื่น แต่นิยมมากในญี่ปุ่น
» อ่านทั้งหมด