วิกูล

ผู้เขียน : วิกูล

อัพเดท: 31 ก.ค. 2008 02.15 น. บทความนี้มีผู้ชม: 3161 ครั้ง

เป็นสุนัข (หมา) หรือเป็นพระ (พระมหา) หรือจะเป็นงูเห่า ก็มีชีวิตจิตใจ และมีแง่ธรรมให้คิด


“หมา มหา” กับ งูเห่า...!!!



“หมา มหา” กับ งูเห่า...!!!

วิกูล โพธิ์นาง

pd_wikulp@hotmail.com

www.oknation.net

๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑


 18845_2144597.jpg

 

ด้วยความคะนอง ของสามเณรที่บรรพชาได้ไม่ถึงเดือน ยังไม่ทิ้งคราบเด็กชนบท หลังจากปิดภาคการศึกษา มาอยู่รวมกันหลายรูป จะว่าเป็นสามเณรภาคฤดูร้อนก็ไม่เชิง เอาเป็นว่าเอาเด็กๆ มารวมกันเป็นสามเณรช่วงปิดเทอมก็แล้วกัน เพื่อให้พระมหาของวัดได้ถ่ายถอดธรรม จึงทำให้มีเรื่องราว ข้างๆกุฏิมาเล่าสู่กันฟัง

 

ทำวัตรเย็นเสร็จ พระภิกษุสามเณรทั้งวัด มีเวลาเป็นส่วนตัว ตามอัธยาศัย เช่นกันวันนี้  “สามเณรอุดม” ผู้มีอะไรแปลกๆ ไม่อยากจะเรียกว่าพิศดาร มาแบ่งปันรอยยิ้มให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆสามเณร และผู้ใกล้ชิดได้ยิ้มน้อยๆ ยิ้มมากๆอยู่เสมอๆ ก็ก่อนจะมาบรรพชามีฉายาวา "อุดมส้มตำปู"

 

ยิ่งวันนี้ หลวงพ่อท่านเจ้าอาวาสไม่อยู่วัด ต้องไปเจริญพระพุทธมนต์เย็น ที่บ้านโยมคำหล้า พร้อมกับพระลูกวัดรวม ๙ รูป ในจำนวนนี้ก็มี “พระมหาลออ”ไปด้วย

 

พระมหาลออ เป็นพระหนุ่ม พรรษา ๕  จบเปรียญธรรม ๓ ประโยค ถือเป็นเสาหลักขององค์ความรู้ในวัด แม้แต่เจ้าอาวาสยังเหมือนจะให้ความสำคัญกับพระมหาเป็นพิเศษ

 

ญาติโยมทั้งผู้มีอายุและวัยรุ่น เด็กๆ ต่างก็ให้ความเคารพรักศรัทธา เพราะเป็นสง่าของวัด ทั้งตำบลก็มีวัดนี้แหละที่มีพระเป็น “พระมหา” ท่านจึงประหนึ่งเพชรเลยทีเดียว

 

ใครจะพูดจะสอนความดีลูกๆหลาน ความฉลาดความเก่ง ความดีสารพัด ก็มักจะยกเอาพระมหาลออ มาเป็นตัวอย่างอยู่ล่ำไป จนบางคนบางรูปแอบอิจฉาปลายๆ

 

“ไอ้แด่น” เป็นสุนัขสุดโปรดของพระมหาลออ ใครๆก็ชมว่าฉลาดแสนรู้ จะกินจะถ่ายรู้จักที่รู้จักแหล่ง รู้จักว่าจะเห่าใครเวลาใด เป็นที่ไว้ใจของเจ้าของเป็นอย่างมาก สมจริงๆที่เป็น “สุนัขของพระมหา”

 

ส่วนสำหรับ สามเณรอุดม แล้วคิดต่างเลย ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอคติกันด้วยเหตุผลใด เจ้าแด่นเห็นสามเณรอุดมเป็นไม่ได้จะไม่เข้าหา เหมือนกับสามเณรรูปอื่นๆที่เข้าไปคลอเคลีย ยิ่งถ้าเดินผ่านกุฏิสถานที่นอนของแด่น และเวลานั้นยิ่งถ้ามีพระมหาลอออยู่ด้วยละก้อ จะเห่าหางตั้งเลย หูชันดิก

 

หรือเพราะเมื่อครั้งที่ยังไม่ได้มาบรรพชาเป็นสามเณร “เด็กชายอุดม” เคยเอาหนังสติกยิงเจ้าแด่นมาครั้งหนึ่ง ทำให้ผูกใจเจ็บผูกใจจำ

 

ครั้งนั้น ที่ลั่นกระสุนหนังสติกไป ก็เพราะเจ้าแด่นเข้ามาขัดจังหวะ ของการผจญภัย “ยุทธการเด็ดมะม่วงวัด” เห่าโฮ้งๆ จนได้เรือง หลวงพ่อเจ้าอาวาสเรียกมาตีสั่งสอนไป พร้อมรางวัลมะม่วงที่ปีนเด็ดมานั่นแหละ

 

แด่น สุนัขสุดโปรดนั้นใครจะเรียกอย่างไรก็ตาม สำหรับเด็กชายอุดมแล้วแด่นมีนามว่า “หมามหา” ก็เพราะเป็นหมาของพระมหานั่นเอง

 

วีรกรรมของสามเณรอุดม และสมาชิกวันนี้ เป็นเหตุการณ์ที่แด่น ไม่ลืมเลยตลอดชีวิตหมา...!!!

 

ขณะยืน “สนทนาประสาสามเณรอุดม” น้องกล้า เด็กวัดตัวเล็กๆ เอาเชือกลาก “งูเห่า” ตัวเท่าหัวแม่เท้า ที่ตายแล้ว เพื่อนำไปทิ้ง สามเณรอุดมได้ขอให้กล้า ช่วยไปหาทางผูกงูที่ตายนั้น กับขาอีกข้างของแด่นไว้ กล้าทำให้แด่นตายใจและผูกได้สำเร็จ เพราะเป็นมิตรกันมาก่อน

 

ไปๆๆ..!!! สามเณรอุดมไล่เจ้าแด่น เท่านั้นมันก็วิ่งกุดๆๆ หางตก แบบไม่พอใจนัก ก็ทำไงได้พระมหาเจ้าของไม่อยู่นี่ ยอมๆ เขาไปก่อนละกัน

 

เดินไปได้ไม่ถึงสองเมตร เริ่มสงสัยว่าอะไรมาผูกขา หันมามองก็พบกับงูที่นอนนิ่ง เอ๊ะ มันจะเอายังไงนะ แด่นเริ่มสงสัย ยิ่งมอง ก็เหมือนงูมันมองจ้อง ตาไม่กระพริบ ตัวไม่กระดิก นั่นแน่ไม่กลัวซะด้วย ด้วยสัญชาติและสำนึกที่มันคงคิดว่า “นาคีมีพิษเพี้ยงสุริโย เลื้อยบ่ทำเดโชแช่มช้า” นี่ไม่ช้าแล้วนิ่งเลยเยี่ยงนี้ พิษคงมหันต์เลยแหละหนา แด่นคิด พร้อมกับเอียงคอเอียงหนาดู ดมๆๆ

 

เดินไปอีกนิ๊ด แน่ะตามอีก หันมามองก็หยุด จะเอายังไงกันแน่ ส่วนขาก็รำคาญอะไรมาผูกไว้ จึงกระตุกขาขวาอย่างแรง เท่านั้นแหละ งูที่นิ่งๆเมื่อกี้นี้ โดนเชือกระตุกก็กระเด็นปลิวว่อนมาพาดที่คอของ “หมามหา” พอดี

 

เท่านั้นแหละ เจ้าแด่นร้องลั่น เอ๋งๆ ใจสั่น ตกไปอยู่ตาตุ่ม ในใจ “เฮ้ยมันสู้” …!!!

 

วิ่งไป งูกระเด็นมาที่พื้น วิ่งไปเรื่อย ร้องเอ๋งๆไปเรื่อย รอบวัด จนอหอบแฮกๆๆ หันมาก็เห็นงูวิ่งตามมาติดๆ แด่นเหนื่อยแทบแย่ แต่งูมันทำไมมีแรงขนาดนี้นะ เลื้อยตามมาติดๆ เราหยุดมันก็หยุด จะเอายังไง หมางง

 

หมาเหนื่อยแทบขาดใจ แต่กลุ่มของสามเณรอุดมและเด็กวัดหรรษารื่นเริงขำ แต่ไม่กล้ากลิ้ง กลัวสบงอังษะเปื้อน บางช่วงหัวเราะก๊ากๆๆ จนลืมสำรวม

 

เดชะ ที่เชือกขาด ขณะที่แด่นวิ่งมุดรั้วสังกะสีหลังกุฏิ เชือกขาด แด่นหันมามอง อ้าวงูหายไปไหน หยุดดมๆๆหา พร้อมเห่าโฮ่งๆ  เมื่อเห็นงูและเอาขาเขี่ยนจนแน่ใจว่าตาย คราวนี้ทั้งเห่าทั้งฟัด จนงูเละ คงโมโหมาก งูเละ คอขาด

 

พอดีกับพระมหาลออกลับจาก ไปเจริญพระพุทธมนต์กลับมาพอดี เจ้าแด่นเลยอวดผลงานชิ้นงามนี้อย่างภาคภูมิใจ ตามประสา “หมามหา”

 

ฝ่ายกลุ่มของสามเณรและเด็กวัด แยกกันเข้ากุฏิ เงียบกริบเหมือนไม่มีอะไรเกิดเมื่อสักครู่นี้

 

ทันใดนั้น สามเณรอุดมก็ได้ยินเสียงประกาศิต ของหลวงพ่อเจ้าอาวาส เรียกให้ไปจัดเก็บงูที่ตายนั้น นำไปฝังดิน

 

ทั้งยังเตือนสามเณรอุดมด้วยความเป็นห่วง “เณรระวังนะ กลางค่ำกลางคืน งูเงี้ยวเขี้ยวขอน มันชุกชุมนัก เดินไปห้องน้ำระวังด้วย นี่ดีนะที่เจ้าแด่นมันเจอและกัดตายซะก่อน”

 

สามเณรอุดมลากงูผ่านเจ้าแด่นที่นอนหอบลิ้นห้อยน้ำลายยืดอยู่หน้าบันใดกุฏิของพระมหาลออ มันชำเลืองมองมาดูงูที่ตายนั้น  ด้วยแววตาที่ไม่อยากยุ่งด้วยอีกเลย

 

ขณะใช้จอบขุดและนำร่างงูที่ไร้วิญาณโยนลงไปกลบด้วยดินอย่างดี วางจอบปัดไม้ปัดมือแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ก็ไม่ลืมที่จะทิ้งรอยยิ้มที่มุมปากไว้น้อยๆ

 

ส่วนสายตา ก็มองไปที่ปล่องควันของเมรุ ที่เห็นรอยดำของควันที่ปลายปล่องนั้น ความมืดของวัน ก็ค่อยๆมาบดบังจนมองไม่เห็นรอยดำของปล่องควัน.

 

 

///////////////////////////////////

ภาพ : อินเตอร์เน็ต (http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=31&topic_no=121203&topic_id=122634&&page=1)

เรื่อง : เป็นเรื่องจริง ที่มีการปรุงแต่งบ้าง นามที่ปรากฏสมมติ



บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที