พุทธชาด

ผู้เขียน : พุทธชาด

อัพเดท: 03 ธ.ค. 2008 08.57 น. บทความนี้มีผู้ชม: 23535 ครั้ง

เรื่องเล่าจากการเดินทาง อาจจะไม่เป็นทางการเท่าไหร่ แต่อยากเล่าให้ฟัง เผื่อใครได้ไปมั่ง


วันที่ 3

วันที่ 25 พ.ค. ตอนเช้ารถก็มารับตรงเวลา มีคนขับกับพี่กระเป๋ารถหน้าตายิ้มแย้ม พี่สมานเปลี่ยนใจแทนที่จะกลับบ้าน ก็ร่วมเดินทางไปกับเรา สรุปในรถตอนนี้มีทั้งหมด 7 คน

นั่งไปได้สักระยะ มาแล้วครับ ตามที่คาด เพื่อนร่วมเดินทางที่ไม่ได้รับเชิญ ทยอยกันมา 1 คน 2คน 3คน ......จนในรถมีทั้งหมด 15 คน นั่งแบบแถบจะนั่งตักกัน บางคนขึ้นมาในรถก็มีอุปกรณ์ทำมาหากินมาด้วย พี่กระเป๋าเป็นสุภาพบุรุษสุดๆ เวลามีใครเอาของมาถูกตัวเยาว์  พี่เค้าจะรีบเอาออกแล้วก็ว่าคนที่เอาของมาพิงเยาว์ บอกว่าอย่ามาพิงคุณเค้า ห้ามแตะ ห้ามจับ แบบนี้แบบนี้ แล้วพี่กระเป๋าก็เอามือมาจับเข่าเยาว์ซะเอง สุภาพบุรุษอะไรเนี่ยะ เดี๋ยวแตะ เดี๋ยวจี้เอว

26470_327-20070602172340.jpg


ตลอดทางพี่กระเป๋าทำหน้าที่ตัวแทนประเทศได้เป็นอย่างดี พี่เค้าพูดภาษาเราไม่ได้ แต่เค้าก็พยายามสื่อสาร รถวิ่งผ่านฝูงแพะข้างถนน พี่แกก็สอนให้เราเรียกแพะว่า เย้ เย้ วิ่งผ่านภูเขาก็ว่าอะไรนะ  เอ..จำไม่ได้ มัวแต่ดูมือพี่เค้าที่เอามาจิ้มเอวเยาว์ บางครั้งเราสื่อสารกันไม่ได้ พี่เค้าก็ร้องเพลงให้ฟัง นอกจากนี้ยังยื่นเท้าออกนอกตัวรถ เพื่อแชร์กลิ่นเท้า
 
ในรถ เราก็คุยกันเป็นภาษาไทย ภาษาลาวเกี่ยวกับพฤติกรรมของทุกคน บางครั้งเราก็วิจารณ์เกี่ยวกับการขับรถของคนที่นั่น บางครั้งเราก็ว่าเรื่องนิสัยของคน และบ่นเรื่องอื่นๆ เอาเป็นว่าบ่นทุกเรื่องตลอดทางนั่นแหล่ะ

พอไปเกือบจะถึงดองฮา พี่กระเป๋าก็พยายามขอเงินค่ารถ แต่เพราะเราเคยอ่านมาจากหนังสือว่า มีนักท่องเที่ยวหลายคนถูกทิ้งที่ดองฮาแทนที่จะได้ไปถึงจุดหมายปลายทางคือเมืองเว้ เราเลยไม่ยอมจ่าย เราเอาเงินออกมาให้พี่กระเป๋าดู ตั้งใจว่าจะให้ดูทั้งหมด แต่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ถึงดองฮาจะจ่ายครึ่งหนึ่ง ถึงเว้จะจ่ายอีกครึ่ง พี่กระเป๋าไม่ฟัง แกเล่นตะครุบเงินเราเลยอ่ะ เราต้องรีบดึงเงินออก ให้อิงตันเก็บ แล้วอธิบายใหม่ คราวนี้เขียนเป็นตัวหนังสือ พี่แกก็เข้าใจ o.k. o.k.

เวลาที่พี่กระเป๋าแกยื่นเท้าออกนอกตัวรถ เราก็พูดว่า "เห็นอะไรไหมๆ" สนุกๆ โดยไม่รู้มาก่อนเลยว่า พี่คนขับรถเป็นคนลาว เข้าใจทุกคำที่เราพูด ถึงว่าพี่แกอมยิ้มตลอดทาง เพิ่งมาค้นพบว่าเเกเป็นคนลาวก็ตอนที่แกไล่เราไปเปลี่ยนรถนั่นแหล่ะ พี่แกพูดว่า "ไปๆ รถอ้ายๆ" อ้าว เป็นคนลาวก็ไม่บอก จะได้ส่งภาษากันบ้าง แอบนินทาไปตั้งเยอะ อย่างงี้รู้หมดดิ

ถึงตอนนี้ เราทุกคนก็ต้องลงจากรถเพื่อเปลี่ยนรถไปเว้ที่คิวรถดองฮา พี่คนขับรถคนที่สองและกระเป๋าเป็นคนเวียดนาม แต่ไม่ต้องสื่อสารกันมาก แค่จ่ายเงินส่วนที่เหลือก็พอ แบบว่าพี่ๆ เค้าว่าเราจ่ายแพงอ่ะ เจ็บใจๆ

ระหว่างทางเราก็ชื่นชมธรรมชาติ ผู้คน บ้านแบบเวียดนาม คุยกับเยาว์ว่าเราน่าจะเลียนแบบเค้านะ ประหยัดดี บ้านแต่ละหลังทาสีเฉพาะข้างหน้าให้สวยงาม ด้านข้าง ด้านหลังบ้าน ไม่ต้องทา

10 โมงเช้าวันที่ 25 พ.ค. เราก็เดินทางมาถึงบ.ข.ส.ที่เว้ เมืองมรดกโลก ไม่รอช้าเราก็จะนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไป Mandarin Cafe ตามในหนังสือเพื่อซื้อตั๋วรถรอบบ่ายโมงครึ่งไปฮอยอัน กะว่าวันนี้ยังไงก็จะนอนที่ฮอยอัน พี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้ามารุมเราอีกครั้ง พี่ๆเค้าจะเอาค่ารถกับเราคนละ 2 ดอลล่าร์เพื่อไป Mandarin Cafe โห แพงจัด เราเลยเดินออกมาจากบ.ข.ส. เพื่อหารถราคาถูกกว่า พี่ๆ ที่อยู่ในบ.ข.ส.เค้าใส่ชุดเครื่องแบบ โก่งราคาน่าดู ถ้าไม่มีเครื่องแบบอาจจะถูกลง ออกมาข้างนอก พี่ๆ อีกกลุ่ม (ที่ไม่ใส่เครื่องแบบ) ขอค่ารถคนละ 50,000 ด่อง เราไม่ให้ ต่อไปต่อมาได้ 20,000 ด่อง พี่ๆ เค้าบ่นบอกว่าไกล แต่เราไม่สนใจ เพราะถ้าใจอ่อนเงินในกระเป๋าของเราก็จะลดลงไปด้วย

เก๋กับเยาว์จะนั่งรถมอเตอร์ไซค์คันเดียวกัน แต่โดนพี่คนหนึ่งดุ เพราะถ้าเราไปคันเดียวกัน พี่มอเตอร์ไซค์อีกคนจะไปค่ารถ 40,000 ด่อง ไม่ยุติธรรมกับพี่เค้า พี่เค้าพูดภาษาไทยได้นิดหน่อย พี่แกว่า ซ้อน 3 ตำรวจเวียดจับ ไม่จริงมั้ง เห็นแต่คนเค้าซ้อน 3-4 แต่ไม่เป็นไร ซ้อน 2 ปลอดภัยดี จ่ายเท่าเดิม ไปก็ไป

ระหว่างทางพี่แกก็ชี้ชวนให้เราดูสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองเว้ เวลาเห็นตำรวจพี่แกก็พูด ตำรวจเวียดๆ เวลาติดไฟแดงพี่แกก็พูด หยุดๆ จอดๆ ไปตลอดทาง

ตอนรถจอดเราก็ยังไม่จ่ายเงิน ไหนหล่ะ Mandarin Cafe ไม่เห็นมี อ๋อ พี่ๆ แกมาส่งให้บริษัทอื่น สงสัยจะได้ค่าคอมมิชชั่น ไม่เป็นไร เข้าไปถามราคาดูก่อนก็ได้ บริษัทนี้ชื่อ Camel Travel

มีรถไปฮอยอันตอน 13.30 น. ราคาคนละ 2 ดอลล่าร์ เราพากันซื้อตั๋วรถ แล้วก็พาพี่สมานไป Check in ที่โรงแรมติดกับบริษัท Camelที่ชื่อ A Dong Hotel เพราะพี่เค้าจะกลับบ้านวันพรุ่งนี้ตอน 6.30 น. ในราคา 15 ดอลล่าร์ บริษัทบอกว่าถึงประเทศไทยประมาณบ่าย 3

26470_327-20070603092757.jpg


จัดการเรื่องโรมแรมและตั๋วกลับบ้านให้พี่สมานเสร็จเรียบร้อย เรามีเวลาประมาณ 3-4 ช.ม.ก่อนรถออก เราก็เลยตกลงกันว่า ไปหาอะไรกิน พากันไปเดินเที่ยวชมเมือง แล้วก็กลับมาขึ้นรถ ด้วยความหิว เราเลยกินข้างๆ บริษัท Camel นั่นแหล่ะ อาหารก็ไม่แพง ให้ข้าวเยอะมากๆ เสียดายไม่มีรูปร้าน

กินอิ่มกันแล้วก็มีแรงเดินไปเที่ยวกันแล้ว เดินผ่านสะพานตรังเทียน ชมแม่น้ำหอม มุ่งหน้าไปเมืองจักรพรรดิ 

จะบ่ายหนึ่งแล้ว ต้องรีบเดินกลับไปบริษัท Camel แยกย้ายกับพี่สมาน แลกเปลี่ยนเบอร์โทร เผื่อจะไปเที่ยวที่ไหนอีก พี่แกอยากจะไปด้วย

บ่ายโมงครึ่ง รถมารับ เป็นรถแอร์ สมราคาจริงๆ นั่งสบายๆ เป็นรถสหประชาชาติ มีทุกชาติ ไทย ลาว เวียดนาม ฝรั่ง ญี่ปุ่นและอื่นๆ ระหว่างทางแวะชมทะเลและชายหาดลางโกด้วย

26470_327-20070603100040.jpg



ยิ้มหน้าปาน แต่ก่อนหน้านี้ถูกเด็กหลอกมา แบบว่าหลอกกันชนิดที่เราไม่มีทางปฏิเสธเลย น้องมากับแฟ้มสะสมแบงค์จากประเทศต่างๆ บอกว่าสะสมเงิน แต่ยังไม่มีของประเทศไทย พี่มีไหม ผมขอดูหน่อย เราก็ซื่อ เลยให้ดู ให้ดูแบงค์ 20 บาท น้องถามว่า มี 50 บาทไหม ซื่ออีก ให้ดูอีก น้องเค้าขอหน้าตาเฉยเลย แล้วบอกว่าถ้าให้ น้องเค้าก็จะมีครบทุกประเทศ จะปฏิเสธลงได้ไงเนี่ยะ เราเลยให้แบงค์ 20 บาทไป น้องเค้าว่า เอา 50 บาทไม่ได้เหรอ โธ่ หลอกเราได้แล้วยังโลภอีก เราไม่ให้ เลยได้เสียค่าโง่แค่ 20 บาท

หลังจากพัก 20 นาที ก็ไปต่อ รถวิ่งวิ่งลอดอุโมงค์ และผ่านเมืองท่าดานัง ไม่นานก็ถึงฮอยอัน

เฮ้อ ถึงซะที รถมาหยุดที่โรงแรม Sea Star Hotel ค่าห้องคืนละ 8 เหรียญสหรัฐ เราอยากเดินหาที่อื่น เลยเดินไปอีกฝากหนึ่งของเมือง ไม่รู้เดินไปทำไมเหมือนกัน หายังไงก็ไม่ได้ราคาดี แล้วก็ห้องใช้ได้เหมือน Sea Star เราเลยเดินกลับมาที่เดิม Check in แล้วก็เดินไปหาข้าวเย็นกิน ถึงตอนนี้เราทุกคนหิวและเหนื่อยกันมาก

ออกมาจากโรงแรม เลี้ยวขวา เดินไปได้สักระยะ เราก็เลยตัดสินใจว่าจะกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตอนนี้ประมาณ 1 ทุ่มกว่าๆแล้ว อารามหิว เราเลยสั่งกันคนละอย่างสองอย่าง พออาหารมาก็เต็มโต๊ะ แต่.....กินแทบไม่ได้เลย เค็มมากๆ ข้าวเหมือนเอาคลุกน้ำมันหมูมาให้เรากินซะงั้น

ซุปฟักทองที่เยาว์สั่งก็ไม่มีรสมีชาติเอาซะเลย เราเปิดเมนูดู เค้าเขียนว่า Family Recipe โหย สูตรบ้านเจ้า เค็มสุดๆ กินกันแทบไม่ได้เลย อารมณ์เสีย ตอยฝืนกินไปบางส่วน

อารมณ์เสียรอบสอง มีสาวน้อยเวียดนามเดินเข้ามาขาย Postcard ให้เยาว์ ตอยก็ใจดีช่วยเพื่อนต่อราคา โดนเด็กถอนหงอกเลย น้องเค้าจะให้ซื้อทุกคนเพราะเรียกมาแล้ว และต่อราคาด้วย น้องชี้ที่เยาว์และพูด You buy ชี้ที่ตอย He buy แล้วก็อิงตัน He buy อิอิ อิงตันถ้าเป็นเก๋ เก๋ต่อยน้องเค้าไปแล้วนะเนี่ยะ บังอาจมาเรียกผู้หญิงว่า He ....แต่ที่ฉุนขาดคือ เก๋ไม่ได้ต่อราคา ไม่ได้มอง ไม่ได้สนใจ น้องยังหันมา You buy ด้วย อ้าวๆ แม่เทพธิดานี่ วอน ตกลงเราเลยใหเยาว์ซื้อคนเดียว ตอยไม่ต้องช่วยซื้อ สม

กินเสร็จ เจ้าของร้านมาเช็คบิล แหม ยังกล้าถามว่า ไม่อร่อยเหรอ ผมทำเองนะเนี่ยะ ตอยใจดีบอกเค้าไปว่าอร่อยๆ แต่เยอะ เลยกินกันไม่หมด

หลังจากนั้นก็ไปเดินดูร้านต่างๆ ในฮอยอัน

ร้านของฝาก ร้านรองเท้า ร้านเสื้อผ้าและอื่นๆ

เดินมาเหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ววันนี้ นอนพักเอาแรง พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที