พุทธชาด

ผู้เขียน : พุทธชาด

อัพเดท: 03 ธ.ค. 2008 08.57 น. บทความนี้มีผู้ชม: 23801 ครั้ง

เรื่องเล่าจากการเดินทาง อาจจะไม่เป็นทางการเท่าไหร่ แต่อยากเล่าให้ฟัง เผื่อใครได้ไปมั่ง


วันที่ 6

 10 โมงวันที่ 28 พ.ค. เราตื่นนอน เดินไปกินข้าวที่ร้านใกล้กับสี่แยกที่เราไปกินบ่อยๆ อาหารแสนอร่อย วันแรกที่เรากินจ่ายไปประมาณ 500 บาท วันที่สอง 300 บาท วันสุดท้ายจ่ายไป 200 กว่า ยิ่งอยู่ยิ่งถูกและได้ของแถมด้วย

ระหว่างเดินไปตลาด เราเจอบริษัททัวร์เขียนป้ายว่า Free Information เราเลยเข้าไปถาม น้องหนุ่มน้อยพนักงานพูดภาษาอังกฤษค่อนข้างดี แจกแจงรายละเอียดต่างๆ ให้เราฟัง สรุปได้ว่าไม่มีทางที่เราจะเลี่ยงการนั่งรถหวานเย็นได้ โอ้ ใจสลาย ก่อนลากันน้องเค้าเหล่ตอย บอกเราว่าเราเป็นผู้หญิงที่โชคดี เพราะได้เดินทางกับผู้ชายหล่อ อ้าวน้อง เป็นสาวก็ไม่บอก

จากบริษัท์ทัวร์ของน้อง เราเดินต่อไปที่สะพานตรังเทียน ขึ้นสะพาน เดินไปจนสุดสะพานแล้วเลี้ยวขวาก็จะเจอตลาดดองบา ที่นี่เราก็เจอคนขายใจร้าย เราๆตั้งชื่อว่าแม่ล้อลาก แม่คนนี้เป็นคนขายของ เยาว์หยิบล้อลากจำลองมาดู เค้าบอกว่า 150 บาท โอ้แพง เยาว์เลยไม่เอา เค้าก็เรียกเราไว้ Thailand Thailand ลดเท่าไร เราไม่รู้ราคา เราเลยถามว่าให้เท่าไร เค้าบอกว่า 100 บาทไทย ยังแพงอยู่ เราเลยเดินจากมา เค้าเดินตามแล้วบอกว่า Thailand Thailand 50 บาท เราทุกคนเลยหันไปดู ปรากฏว่าเค้าถอดล้อของรถลากส่งให้เยาว์ แล้วพูดว่า 50 บาทๆ เราโกรธจัด เจอคนขายตั๋วเมื่อวานแล้วยังมาเจอแม่คนนี้อีก โห ชีวิต

เราเดินจากไปเพื่อกินขนมกัน เก๋จะเลี้ยงเอง  แบบว่าอยากกินขนมจัด ลืมถามราคา ก็เลยสั่งมากินซะคนละแก้ว

ในหนังสือคู่มือบอกว่าแก้วละ 2,000 ด่อง แต่แม่ค้าขนมหวานจะเอาแก้วละ 20,000 ด่อง แม่เจ้า 10 เท่าเชียวนะนั่น เอาอะไรคิดเนี่ยะ เราเลยเอาหนังสือให้ดู เค้าก็เลยพูดว่า Thailand Thailand ว่าาประเทศเราอีกแล้ว เซ็ง ทั้งที่เค้าเองเป็นคนที่โกงเรา เราหละอยากว่าเค้าคืนเหมือนกัน อยากพูดว่าเวียดนามๆ ขี้โกงๆ เหมือนกันแหล่ะ แต่ไม่กล้า คนเยอะ

เราถามคนที่นั่งกินขนมอยู่ว่าเท่าไร แม่ค้าก็ไม่ให้เค้าตอบเรา สุดท้ายเราเลยจ่ายไปแก้วละ 5,000 ด่อง เสียค่าโง่ไปแล้วละ 3,000 ด่อง เราเรียนรู้ว่าต่อไปจะกินอะไรต้องถามราคาก่อนทุกครั้ง

อากาศร้อนมาก น่าจะประมาณ 36-40 องศา เราต้องเดินกลับโรงแรม ระหว่างทางเราก็จะซื้อตั๋วกลับบ้านกับน้องเพื่อนสาว แต่น้องเค้าไม่อยู่ อยู่ก็แต่น้องผู้หญิง น้องเค้ากำลังซื้อน้ำมะพร้าว เราถามเค้าว่าน้ำมะพร้าวแก้วละเท่าไร เค้าบอกว่า 3,000 ด่อง แต่ถ้ามีเนื้อมะพร้าวอาจจะแพงขึ้น สุดยอด เราถามน้องเค้าว่าถ้าเราจะไปสะหวันเขตต้องจ่ายคนละเท่าไร น้องเค้าว่า 16 เหรียญ อ้าว เมื่อวานคุยไว้ 15 เหรียญ น้องเค้าบอกว่าไม่ได้ เราเลยจะไปซื้อที่อื่นที่ขาย 15 เหรียญ ก่อนกลับโรงแรม เราแวะดื่มน้ำอ้อยกันก่อน ที่นี่เองเราก็ได้เจอกับกลโกงของคนขายอีกหนึ่งคน

วันนี้แจ็ตพอตแตกหลายรอบจริงๆ เจอแต่คนไม่ดี ใจร้าย ขี้โกง คนขายน้ำอ้อยคนนี้ก็เหมือนกัน ตอนแรกก็ดีๆ ก่อนสั่งน้ำอ้อย เราก็ถามราคา เค้าก็บอกว่า 3,000 ด่อง เราเลยสั่งมาคนละแก้ว ดื่มไปคุยกันไป มีหนุ่มเวียดนามสองคนมานั่งโต๊ะใกล้ๆ เราก็แอบมองเวลาเค้าจ่ายเงินว่าจ่ายเท่าเราหรือเปล่า ตอนจ่าย แหม แม่ค้าทำเป็นมีลับลมคมใน เค้าให้หนุ่มๆ จ่ายแบงค์ 5,000 ด่องให้ แต่อีก 2 นาทีก็เอาคืนให้น้อง แล้วน้องเค้าก็แอบเอาเงินใบหงิกๆ เก่าๆ ใบละ 2,000 ด่องให้แม่ค้า อ้าวๆ งี้ไม่สวยนี่นา

ถึงเวลาเรียกเก็บตังค์ แม่ค้าบอกว่าคนละ 5,000 ด่อง เราเลยบอกว่าตอนแรกบอกว่า 3,000 ด่อง ทำไมตอนนี้ขึ้นเป็น 5,000 ด่อง เค้าก็บ่น Thailand Thailand หนอย ฉันจะไม่ทนให้แกมาว่าประเทศฉันอีกแล้ว วิญญาณนักสู้เข้าสิง เอาดิ ถ้าจะโกงฉัน ฉันจะไปตามตำรวจมา บอกว่า 3,000 ขึ้นเป็น 5,000 โกงกันชัดๆ สุดท้ายเค้าก็ต้องยอมเรา เราเลยจ่ายแค่คนละ 3,000 ด่อง THAILAND สู้ๆ

กลับโรงแรมอย่างหัวเสีย ทำไม๊ ทำไม ประเทศนี้จะไม่มีคนดีบ้างเลยหรืออย่างไร กลับไปนอนเลียแผล นัดกันไปกินข้าวกันตอนเย็น ซื้อของฝาก แล้วก็กินขนมปังที่เชิงสะพานตรังเทียน เมื่อวานก็กินแล้ว วันนี้อยากกินทิ้งท้าย ของเค้าดีจริงๆ อร่อยมากๆ ราคาแค่ 5 บาท มีไส้โน่นไส้นี่ yum yum

ตอนเย็นเดินวนรอบเมือง อยากกินข้าวมันไก่ แต่ร้านอาหารที่นี่เปิดตอน 1 ทุ่ม เราหิวแล้ว ก็เลยกลับไปตายรังที่ร้านอาหารใกล้สี่แยกร้านเดิม ครั้งนี้ได้ผักและกุ้งจ่อมฟรี สงสัยจะรู้ว่าจะกลับบ้านแล้ว

อิ่มแล้วก็ซื้อของฝาก เดินชมเมืองอีกครั้ง แล้วก็ไปที่เชิงสะพานตรังเทียนเพื่อซื้อขนมปังยัดไส้แสนอร่อย ดูหน้าตาและเครื่องเคียงก็จะรู้

26470_327-20070604015020.jpg


อร่อยที่สุด  เห็นแล้วน้ำลายไหล คนขายไม่ช่างคุย แต่ไม่โก่งราคา ตั้งใจทำขนมปังสุดๆ เยาว์เรียกพี่เค้าว่า ป้าเบรดริมน้ำ เยาว์สั่งแกว่าเอาทุกอย่าง แกบอกว่าไม่ได้ แต่แกก็ไม่ได้บ่นอะไร ยังตั้งใจทำขนมปังที่แกรักต่อไป  ตลอดเวลาที่แกขาย แกไม่ยิ้ม ตอนเราจะกลับขอถ่ายรูป แกยิ้มด้วยหล่ะ

หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน เดินกลับไปนอนที่โรงแรม หวังว่าพรุ่งนี้คงได้กลับบ้านตามใจปรารถนา

โอ้ ลืมเล่าไป เราซื้อตั๋วรถกลับบ้านได้แล้วนะ ซื้อที่บริษัท Tropical Travel อยู่ติดๆ กันกับร้านแม่คนขายตั๋วคนนั้น นั่นแหล่ะ ซื้อตอนเดินกลับเข้าไปโรงแรมตอนบ่าย เราถอดใจแล้ว คิดว่าอาจจะต้องซื้อกับร้านแม่คนขายตั๋วคนนั้น เพราะเค้าขาย 15 เหรียญ ที่อื่นแพงกว่า ถ้าเลี่ยงรถหวานเย็น บริษัทไหนก็มีค่าเท่ากัน เราเลยอยากประหยัดไว้ เราเลยแวะบริษัทสุดท้ายคือ Tropical Travel พนักงานขายตั๋วทักทายเราอย่างดี พี่เค้าพูดภาษาลาว พี่เค้าบอกว่าเพิ่งเป็นเขยลาวได้สามวัน แต่พูดลาว ภาษาอังกฤษ และเวียดนามได้ พี่แกถามว่าเราจะไปไหน เราบอกว่าจะไปสะหวัน แกบอกว่ารถออกพรุ่งนี้ตอน 6 โมง (29 พ.ค.) เราก็เลยถามว่ารถอะไร เปลี่ยนรถกี่ครั้ง พี่แกว่านั่งรถเล็กและเก่าไปดองฮา จากนั้นเปลี่ยนรถเป็นรถทัวร์คันใหญ่ของบริษัท Sepon Travel แอร์เย็นๆ ไปจนถึงสะหวันเขต เราไม่อยากเชื่ออะไรใครแล้ว เราเลยถามว่าเท่าไร แกบอกว่าคนละ 15 เหรียญ เราเลยต่อราคาลองดูโดยบอกว่าร้านข้างๆ ให้เรา 15 แล้ว พี่เค้าเลยบอกว่าในฐานะที่เค้าเป็นเขยลาวได้สามวัน เรามีกัน 4 คน พี่เค้าเลยลดให้ 3 เหรียญ เราต้องจ่ายทั้งหมด 57 เหรียญ เราอยากได้เงินทอนเป็นเงินดอลล่าร์ พี่แกก็ไปแลกที่ตลาดให้เรา บริการดีจริงๆ ตอนกลับมาพี่เค้าถามเก๋ว่ามีแฟนหรือยัง อ้าว เพิ่งเป็นเขยได้สามวันไม่ใช่เหรอ พี่เเกว่าถ้าเก๋มีแฟนแล้ว I want to cry ว่าแล้วแกก็ทำท่าร้องไห้ ตอนนั้นตอยกับอิงก็ไม่อยู่ซะแล้ว ฮี่ๆ ไม่เป็นไร รอเอาเงินทอนก่อน พอพี่แกทอนเงินเสร็จ เราก็ลาพี่แก บอกพี่แกว่า See you tomorrow พี่แกว่า No No See you tonight อะไรน้อ เราเลยบอกว่า I have a boyfriend พี่แกก็ว่า บ่เป็นหยัง I will buy you a cup of coffee ฮี่ๆ
เราเลยลาแกแล้วเดินออกมาจากบริษัท






บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที