พุทธชาด

ผู้เขียน : พุทธชาด

อัพเดท: 03 ธ.ค. 2008 08.57 น. บทความนี้มีผู้ชม: 23390 ครั้ง

เรื่องเล่าจากการเดินทาง อาจจะไม่เป็นทางการเท่าไหร่ แต่อยากเล่าให้ฟัง เผื่อใครได้ไปมั่ง


วันที่ 1-2

เอ...กะว่าจะไปเที่ยวลัดเลาะริมโขง ตามรอยละครเรื่องรักสองฝั่งโขงที่เวียร์กับอเล็กซานดร้าเค้าเล่นกัน แต่ไปๆมาๆ กลายเป็นข้ามประเทศลาว ไปจบที่ประเทศเวียดนามได้ไง
เนี่ยะ ไม่รู้เหมือนกัน แต่เพื่อนๆ ว่าไงว่าตามกันเนาะ

สมาชิกร่วมเดินทางมีทั้งหมด 4 คน เราเองชื่อเก๋ และเพื่อนอีก 3 คนคือ อิงตัน เยาว์ ตอย เริ่มออกเดินทางวันที่ 23 พ.ค. 50 ตอนเย็นไปถึงมุกดาหารกะว่าจะไปดูหนังหรือไม่ก็เดินเล่นที่ตลาดโต้รุ่งแต่ปรากฏว่าหนังที่เข้าที่มุกดารามาตอนนี้คือเรื่องสไปเดอร์แมน เมล์นรกหมวยยกล้อ และแมงมุมเพื่อนรัก (เก่าๆ ทั้งนั้น) โรงแรมที่ไปพักคือโรงแรมทรัพย์มุกดา (ก็เก่าอีกนั้นแหล่ะ) พอไปถึงมันก็สามทุ่มแล้วโต้รุ่งก็ปิด สรุปไม่มีอะไรทำ เข้านอนแค่ 4-5 ทุ่ม

เช้าวันที่ 24 พ.ค. check out ออกมา โดนพี่สามล้อเครื่องรุม มีแต่คนจะเอาแพงๆ เพื่อไปส่งที่สะพาน ที่จริงแล้วมีรถโดยสารระหว่างประเทศมุกดาหาร-สะหวันเขตประเทศลาวออกจากหน้าโรงแรม (บ.ข.ส.) แต่พี่สามล้อเครื่องไม่มีใครปริปากบอกสักคน สุดท้ายเดินออกมาตรงถนนเจอพี่สองแถวใจดี ไปส่งในราคาคนละ 10 บาทถึงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2

ตอนจองตั๋วรถเพื่อข้ามไปลาว พี่คนขายตั๋วคนที่ 1 บอกว่าไปชายแดนเวียดนามต้องนั่งรถหวานเย็นไป ลำบากนา พี่เค้าจะหารถให้ค่ารถ 3,500 บาท ไม่รวมค่าน้ำมัน ในขณะที่พี่อีกคนพูดเบาๆ อยู่ใกล้ๆ ว่า 2,500 บาท

เราเลยซื้อตั๋วรถข้ามประเทศ 4 ใบ ไม่ได้จ้างรถ ผ่านด่านต.ม.ไทย กรอกและเช็คเอกสาร ประทับตราบน Passport เดินไปจ่ายค่าผ่านแดน แล้วไปนั่งรถโดยสารระหว่างประเทศ ก่อนลงรถเพื่อประทับตราบน Passport ที่ด่านต.ม.ลาว พี่เจ้าหน้าที่บนรถก็ประกาศว่า Ladies and Gentlemen. Please get off the bus NOW for stamp your Passport. Are you ready? Let's go!

ตรวจเอกสาร จ่ายค่าเหยียบแผ่นดินแล้วกลับมาขึ้นรถ มุ่งหน้าไปคิวรถหวานเย็นของสะหวันเขต

ไปถึงประมาณ 9 โมงกว่าๆ รถเที่ยวแรกมีตอน 6 โมงยังไงเราก็ไม่ทัน รถ 9 โมงก็มีแต่เราไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ เราก็เลยกะว่าจะไปรถเที่ยง เหลือเวลาอีกหลายชั่วโมง เราเลยกะว่าจะไปแลกเงินแล้วก็กินข้าว พี่สามล้อเครื่องมารุมเราอีกครั้ง พวกเราพยายามมองหาร้านอาหารแต่ไม่เห็น พี่สามล้อเครื่องบอกว่าที่นี่ไม่มีที่กินหรอก ป๊ะ...พี่จะพาไปกินในเมืองคนละ 20 บาท สี่คนก็ 80 บาท โห ยังไม่ไปไหน จะต้องเสียอีก 80 บาท เราเลยไม่ยอมไป พี่เค้าก็ตื้อไปยอมเลิก เราจะเดินไปร้านทองพี่เค้าก็บอกว่าไม่มีร้านทองใกล้ๆ หรอก เค้าจะพาไปร้านทองที่ตลาด ขอบอกตลาดอยู่ขวามือคิวรถ เดินไปไม่ถึง 5 นาที

แลกเงินที่ร้านทองเจ้าของร้านใจดีมาก เพราะเราเอาหนังสือคู่มือท่องเที่ยวที่มีรูปร้านพี่เค้าให้ดู และขอลายเซ็น พี่เค้าให้น้ำเปล่ามา 4 ขวด

26470_327-20070602161135.jpg

แลกเงินเสร็จ เราออกเดินไปตลาดข้างๆ ร้าน กินเฝอเนื้อกันคนละ 1 ชาม ไม่อร่อยเท่าไร กินเสร็จเดินกลับไปคิวรถ แล้วก็ซื้อตั๋วไปชายแดน รถหวานเย็นไปชายแดนมาจอดเทียบท่า โอ้ บรรทุกกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยะ

บนหลังคารถมีรถจักร (มอเตอร์ไซค์) 2 คัน และสารพัดสิ่ง พวกเราเลยนั่งตอนกลางของรถเพราะมีที่ว่างให้วางขาอยู่บ้าง

ด้านนอกก็บรรยายไปแล้ว ทีนี้มาดูด้านในกันบ้าง ใต้เบาะทุกเบาะมีของ ถุงข้าวสาร กระเบื้องปูพื้นห้องน้ำ ตะปูและอื่นๆ อีกมากกมาย

เท่านั้นยังไม่พอ รถวิ่งออกจากคิวได้ไม่นาน ก็ไปจอดที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ขนกระเบื้องมุงหลังคาบ้านเข้ามาตรงที่เรานั่งพอดี ตอนแรกก็ไม่เท่าไร แต่พอเวลาผ่านไปสัก 20 นาที แม่เจ้า! กระเบื้องสูงท่วมหัว ตายจริงถ้าเรายังนั่งอยู่ที่นั่น เราต้องกลายเป็นผีหัวขาดเวลารถเบรคกะทันหัน ชัวร์

26470_327-20070602162217.jpg


ด้วยความกลัวตาย เราย้ายที่นั่งมานั่งข้างหน้า ใกล้กับคนขับ ฮี่ๆ อย่าคิดว่าเราจะหมดกรรม มันมาอีกแล้ว รถจักรอีก 1 คัน น้องๆ กระเป๋ารถยกเข้ามาแล้วก็เอามามัดไว้ข้างๆ คนขับเลย
 

26470_327-20070602162417.jpg


ระยะทาง 125 ก.ม. เชื่อหรือไม่รถหวานเย็นคันนี้วิ่ง 6 ช.ม.ครึ่ง ถนนก็ดีนะ แต่ต้องจอดรับคนทุกครั้งที่มีคนโบกรถ แล้วก็ขนของขึ้น ขนของลง รถวิ่งๆ ไปมีทั้งกลิ่นผ้าเบรคไหม้ มีทั้งกลิ่นเท้าคนที่นั่งข้างหลัง คนที่นี่มีอิสระในการแสดงออกอย่างมาก จะวางเท้าที่ไหนก็วาง วางบนขอบหน้าต่างที่โผล่มาข้างหน้าเราเลยก็มี

เวลาผ่านไป 6 ช.ม.ครึ่งก็มาถึงด่านชายแดนลาวที่เรียกว่าด่านลาวบาวในเมืองเซโปน

ระหว่างทางเยาว์กับอิงตันก็มีเพื่อนใหม่ทั้งคนไทยและคนเวียดนาม
พี่คนไทยก็มีพี่สมาน พี่มาจากจันทบุรี พี่ที่มาจากจันทบุรีเคยมาเวียดนามแล้ว พี่เค้าเลยใส่เสื้อผ้าแฟชั่นเวียดนาม พี่เค้าใส่เสื้อกล้าม แต่ใส่ถุงมือยาวสีดำ ไม่มีรูปเอาให้ดูเลย น่าเสียดาย

หลังจากผ่านด่านลาวและเวียดนาม เราก็เจอเรื่องปวดหัวแบบสุดๆ พี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างกับรถรับจ้างชาวลาวและชาวเวียดนามเข้ามารุมพวกเราอีกครั้ง พวกเขาอยากให้เราใช้บริการของเขาแต่โก่งราคาน่าดู น้องๆเวียดนามประมาณ 5-6 คนต้องไปเมืองเว้ในคืนนั้น พวกเขาพยายามต่อรองราคากับคนรถ และอยากให้เราแชร์ค่ารถไปกับเขาด้วย ตอนนี้ก็ประมาณ 1 ทุ่มแล้ว ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย เราเลยไม่ได้ต่อรองอะไรกับใครเท่าไหร่ รอฟังผลจากน้องเวียดนาม สรุปว่ารถจะไปส่งกลางทางถึงแค่ดองฮาในราคาคนละ 60,000 ด่อง จากหนังสือถ้าเราไปถึงเว้เราไปได้ในราคา 70,000 ด่อง เรื่องอะไรจะไป นอนรอที่นี่แล้วค่อยเดินทางพรุ่งนี้ดีกว่า ว่าแล้วเราก็บอกน้องๆ เวียดนามว่าเราจะไม่ไปด้วย น้องเค้าไม่ยอมอ่ะ น้องเค้าบอกว่าถ้าพี่ไม่ไปตำรวจจะจับพี่นะ ฮ่าๆๆๆๆ ขู่กันเห็นๆ ถ้าขอร้องเราอาจจะยอมๆ ไปด้วย หนอย มาขู่ เราเลยปฏิเสธอย่างไม่ลังเล น้องเค้าไปขึ้นรถแล้วแต่ก็ยังวนรถกลับมาง้อเรา แต่เราเหนื่อยมาก ไปไม่ไหวแล้ว ก็เลยต้องบ๊าย บายกันไป พี่สมานมาจากมหาสารคามตกลงใจอยู่กับคณะของเรา พี่ที่มาจากจันทบุรีไปกับคนเวียดนาม

อ้อ ลืมเล่าตอนมาถึงชายแดน มีการโดนรุมเกิดขึ้นเหมือนกัน สาวค้าเงินเข้ามารุมเราให้เราแลกเงินไทย เงินดอลล่าร์ให้เป็นเงินด่องเวียดนาม

ตกลงเรา 5 คนก็เลยเดินไปหาโรงแรมพักผ่อนนอนเอาแรงกัน หลังจาก check in เราก็กะว่าจะไปเดินชมเมืองและหาอะไรกินกัน เอาอีกแล้วครับผม มีอุปสรรคอีกแล้ว โรงแรมที่เราอยากจะพักเต็ม โรงแรมมาตรฐานเดียวกันก็เต็ม เมืองเซโปน/ลาวบาว เป็นเมืองเล็กๆ ทำไมโรงแรมเต็มได้หวา ไม่เป็นไร เราเลยขอความช่วยเหลือจากเจ้าของโรงแรม Hoa Binh เค้าก็ใจดี ช่วยโทรไปถามอีกโรงแรมหนึ่งให้เรา เย้ มีห้องว่างให้เราด้วย เราเลยสอบถามราคา เค้าบอกว่า 10 เหรียญ ก็โอเค เพราะเราเหนื่อยกันมากแล้ว 10 ก็ 10

น้องผู้ชายจากโรงแรม Bao Son มารับเราที่โรงแรม Hao Binh เราตามเค้าไปอย่างว่าง่าย โรงแรมอยู่ไกลกัน ถ้าเดินก็ประมาณ 15 นาที พอไปถึงโรงแรม Bao Son ปัญหาก็เกิดขึ้น (อีกแล้ว) เจ้าของโรงแรมจะเอาห้องละ 20 เหรียญ โอ้โห จะบ้าหรือเปล่า มันตั้ง 2 เท่าเลยนะนั่น เราก็เลยต่อรอง เราบอกว่าตอนตกลงที่โรงแรมโน่น เค้าบอกว่า 10 เหรียญ เจ้าของกับผู้ช่วยก็รีบบอกว่า NO! ไม่ได้ก็ไม่ได้ซิ ทำไมต้องมีอารมณ์น้อคนเรา พี่แกก็บอกว่า เอ้าลดให้เป็น 18 เหรียญ สุดยอดเลย ลดให้ 2 เหรียญ เราก็ไม่ยอมดิ จะมาเอาเราขนาดนี้ เรายอมไม่ได้ ต่อรองไป ต่อรองมา ลดเหลือ 11 เหรียญ ดู๊ เสียเวลาตั้งนาน ได้เพิ่มแค่ 1 เหรียญก็เอา ก่อนจะขึ้นห้อง เรารู้สึกว่าต่อรองกันใช้เวลานาน อาจจะรบกวนเวลาเค้า เราเลยพูดว่า Sorry พี่เจ้าของโรงแรมแทนที่จะบอกว่าไม่เป็นไร กลับยักไหล่ แล้วพูดว่า Sorry..Sorry แบบว่าSorry ทำไม  เราเลยพูดว่า Sorry that you don't understand my English หนอย ดีด้วยไม่ดีด้วย

ล้างหน้าล้างตา แล้วออกไปเดินชมเมือง เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ไม่มีที่ไปเที่ยวล่ะมั้ง เค้าเลยมานั่งริมถนน แล้วก็ริมบึงกันเกือบค่อนเมือง

ที่นี่เราได้เจอน้ำผลไม้แสนอร่อย ถูกคอถูกใจในราคา สนนราคาก็แก้วละ 5 บาทไทย นั่นคือน้ำอ้อยผสมส้ม/มะนาวดองนี่ล่ะ งอนหลำๆ(อร่อยมากๆ)

กรรมวิธีการผลิต คั้นน้ำอ้อยออกมา แล้วเอาส้มใส่เข้าเครื่องไป ให้ผสมกันออกมาเป็นน้ำอ้อยผสมส้ม

อาหารเย็นของเราคือ ข้าวต้มไก่ พี่สมานขออนุญาตเลี้ยง ขอบคุณมากๆ นะคะพี่ 

กินเสร็จสรรพ เราก็ซื้อน้ำเปล่าเอาไว้กินเวลาเดินทาง แหม ประเทศนี้ ขนาดน้ำเปล่ายังต้องต่อราคา 80,000 เป็น 50,000 แล้วก็ 30,000 แล้วก็ 25,000 ด่อง ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอ สุดยอด

ก่อนกลับโรงแรม เราก็ติดต่อเรื่องรถไปเว้ ตกลงกันที่คนละ 70,000 ด่อง ตอนเช้าประมาณ 7 โมงจะมารับหน้าโรงแรม เยาว์บอกว่ารถของเราไม่มีคนมาแชร์ด้วยใช่ไหม คนรถก็พยักหน้าหงึกๆ เราก็เลยวางใจว่าจะได้ไม่ต้องไปเบียดกับคนอื่น

ต้องมาคอยดูกันว่าจะเชื่อได้จริงหรือเปล่าเนาะ







บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที