ชัชวาล อรวงศ์ศุภทัต

ผู้เขียน : ชัชวาล อรวงศ์ศุภทัต

อัพเดท: 22 ก.พ. 2009 12.17 น. บทความนี้มีผู้ชม: 4767 ครั้ง

เกร็ดความรู้...เพื่อเป็นมนุษย์งานมือโปร
HR Contribution

ในสภาพการณ์ของสังคมที่ความรู้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด และเป็นสิ่งจำเป็นของการเรียนรู้เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับหน้าที่การงานและชีวิต ในฐานะที่ผู้เขียนทำงานในสายงานบริหารทรัพยากรบุคคล จึงขอฝากเกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับการทำงานไว้ให้ได้เรียนรู้กัน....


เตรียมความพร้อมองค์การ เพื่อรับมือเศรษฐกิจที่ไม่ธรรมดา

มองดูสภาวะทางเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน จากหลายเดือนที่ผ่านมา  แทบจะไม่ต้องตั้งข้อสังเกตเลยว่า เศรษฐกิจของโลกจะตกต่ำจริงหรือไม่  และบ้านเราจะพลอยฟ้าพลอยฝนไปกับประเทศทางอเมริกา และยุโรปด้วยอย่างไร  เพราะถึงวันนี้  เราคงต้องยอมรับความจริงว่าเศรษฐกิจตกต่ำรอบนี้ รุนแรงกว่าที่คาดไว้มาก อันเนื่องจากจากปัญหาที่สะสมไว้หลายประการ และคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาไม่น่าจะต่ำกว่า 4-5 ปี  กว่าที่จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ   ข้อสังเกตจากปรากฎการณ์นี้ กลับมาอยู่ในประเด็นที่ว่า  เราจะจัดการกับสถานการณ์ภายในองค์การอย่างไรเพื่อให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท  จากที่ผู้เขียนได้มีโอกาสรับฟังและอ่านผลงานของผู้รู้หลายท่าน  ก็พอที่จะประมวลเป็นเรื่องราวนำเสนอได้ดังนี้ 

 

1)  เริ่มต้นวางแผนรับมือ  โดยทำการวางแผนเพื่อรองรับสถานการณ์ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นและมีแนวโน้มที่จะคงอยู่อีกนานนั้น  เราจะวางแผนการลงทุน การลดต้นทุนด้านการผลิต และต้นทุนการประกอบการอย่างอื่น  การเพิ่มปริมาณการซื้อของลูกค้า และการรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ได้อย่างไร เป็นต้น 

 

2) สื่อสารความจริง  ในที่นี้หมายถึง ผู้บริหารลดหลั่นระดับกันลงมา  คงต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารความจริงของเศรษฐกิจที่กระทบทั้งในภาพรวมของธุรกิจและองค์การต่อพนักงาน  ซึ่งมีข้อพึงระวังในประการที่ความสามารถในการเข้าใจและรับรู้ข้อมูลเรื่องที่ “ค่อนข้างยาก” เหล่านี้ของพนักงานมีแตกต่างกัน  การสื่อสารความจริง จึงต้องอาศัยการสื่อสารในเนื้อหาที่เหมาะสม และใช้ช่องทางที่ถูกต้อง  เพื่อไม่ให้การสื่อสารนั้น กลายเป็น messages ที่ทำลายขวัญกำลังใจของพนักงานในองค์การ  

 

งานวิจัยหลายชิ้นที่ต่างประเทศ  ชี้ให้เห็นว่า ช่องว่างของความเข้าใจระหว่างพนักงานและฝ่ายบริหารต่อภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อองค์การนั้น  เกิดขึ้นมาจากการที่องค์การเอง ไม่สื่อสาร หรือสื่อสารแบบไม่ตรงไปตรงมากับพนักงาน    

 

การสื่อสารความจริงนี้  นอกจากนี้  การสื่อสารเพื่อโน้มน้าวและส่งเสริมให้พนักงานมองวิกฤตให้เป็นโอกาส ก็เป็นเรื่องสำคัญ  ที่ผู้รับผิดชอยในการสื่อสารจะต้องวางแผนให้ดีเหมาะสมนั่นเอง  นอกจากนี้ การสื่อสารที่ชัดเจน  ไปสู่การรับรู้ของพนักงาน  จะย่อมช่ยให้พนักงานได้เริ่มตระหนักถึงการเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจังกับองค์การ  ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนในหลายด้าน ทั้งในระบบงานและพนักงาน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างดี 

 

3) ปรับลดคนและงานอย่างเป็นเหตุเป็นผล   ในภาวะความไม่มั่นคงขององค์การ  สิ่งที่ฝ่ายบริหารและพนักงาน ควรได้ร่วมกันตระหนักก็คือองค์การมีค่าใช้จ่ายและผลตอบแทนจากการลงทุนที่เหมาะกันหรือไม่  และลึกลงก็คือ แผนการใช้จ่ายเงินขององค์การ เป็นไปอย่างสมเหตุสมผล และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งในเชิงโอกาสและค่าตอบแทนในอนาคตอย่างไร  ตัวอย่างเช่น  ในภาวะปรกติ การฝึกอบรมที่ทำกันทั่วไปก็คงไม่ได้เน้นตอบคำถามของฝ่ายบริหารว่าจะสามารถทำการอบรมให้พนักงานสร้างผลสัมฤทธิ์จากการทำงาน เช่น การขาย  การให้บริการลูกค้า ได้เพิ่มขึ้นเพียงใด และอย่างไร   แต่ในภาวะที่งบประมาณจำกัดจำเขี่ย หรือจะต้องช่วยกันควบคุมนี้  หากการฝึกอบรมไม่ได้ตอบโจทย์ดังกล่าว  การฝึกอบรมก็ควรจะต้องไปปรับปรุงจากฐานคิดให้เหมาะสมเสียก่อน  ตรงนี้เอง ที่เป็นบทพิสูจน์ฝีมือของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะ HR Manager

 

งบประมาณของการดำเนินงานเรื่องใด ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลได้จากการประกอบการ หรือช่วยต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ คงต้องตัดใจทิ้งไป  และเช่นเดียวกัน  หากผู้บริหารไม่สามารถสร้างข้อสรุปด้วยกันอย่างชัดเจนว่า งบประมาณของการดำเนินงานเรื่องใด  จะเกิดผลต่อรายได้และการลดค่าใช้จ่ายขององค์การแล้ว  ในช่วงเวลาเช่นนี้  ชะลอหรือยกเลิกไปก่อนได้ก็เป็นการดี ตัวอย่างของงบประเภทนี้ได้แก่  งบ entertain ลูกค้า งบการประชุม เป็นต้น 

 

เช่นเดียวกับการรับคน  องค์การจะต้องมาให้ความสำคัญต่อการรับคนที่เป็น Best Fit ในตำแหน่งนั้น ๆ มากที่สุด  กระบวนการ Recruit เองก็จะต้องหาคำตอบหรืออธิบายให้ได้ว่า การที่หาคนที่เป็น Best Fit ต่อตำแหน่งงานและต่อความต้องการขององค์การ เช่น  คนที่มีคุณลักษณะและทัศนคติสอดคล้องกับรูปแบบวัฒนธรรมองค์การ ได้อย่างไร  หรือแม้กระทั่ง ต้นสังกัดที่ต้องการรับสมัครคน หากไม่แจ้งชัดที่จะบอกว่า พนักงานที่ต้องการให้ว่าจ้าง  จะสร้างผลผลิตและหรือมูลค่าเพิ่มให้กับงานใด และได้อย่างไรแล้ว  การสรรหาใคเข้ามาก็เป็นเรื่องที่ควรทบทวนให้ถึงที่สุด 

 

รากฐานของการรับคนใหม่เข้ามาในองค์การตอนนี้คือ คนใหม่จะเข้ามาสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจจากเนื้องานที่เขาเกี่ยวข้องได้หรือไม่  และมากน้อยแค่ไหน  เป็นข้อพิจารณาที่สำคัญ...

 

4) เสริมจุดแข็ง ล้างจุดอ่อน   เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมภายหลังจากเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น หรือกลับคืนสู่ภาวะเดิม  โดยทั่วไปแล้ว  ในภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจนี้ เป็นโอกาสที่เราสามารถใช้ในการปรับทัพธุรกิจเพื่อให้เน้นไปในทิศทางที่เจาะจงมากขึ้น  เช่นแต่ก่อน  การขายสินค้าบนพื้นฐานจุดแข็งขององค์การเรามีมากมายเหลือเกิน  มากจนกระทั่งลูกค้าเองยังสับสนว่าเราเก่งด้านใด  เก่งในการบริการลูกค้า  หรือเก่งในเรื่องราคาขายที่ถูกกว่าคู่แข่ง  หรือเก่งในเรื่องคุณภาพสินค้า ในราคาที่เหมาะสม  ตอนนี้เอง ที่เราจะได้หันมาทบทวนว่าเราจะสร้าง Brand Awareness ที่แจ่มชัดในสายตาของลูกค้าได้  

 

นอกเหนือไปจากจุดอ่อนและจุดแข็งจากมุมมองระดับองค์การแล้ว  ตัวบุคลากร ซึ่งนับว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะในภาวะเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี  ก็ยังควรที่จะต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง  แต่ในทักษะและขอบข่ายที่เหมาะสม  สามารถวัดผลสัมฤทธิ์และผลได้ที่จะเกิดขึ้นจากการฝีกอบรมได้อย่างแท้จริง  ซึ่งตรงนี้  HR ก็คงจะต้องหันกลับมาทบทวนว่า   วิธีการฝึกอบรม  เนื้อหา และกระบวนการในการติดตามผลการฝึกอบรมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน  ได้ตอบโจทย์ความต้องการให้เกิดคุณภาพของคนสูงพอหรือไม่  สิ่งที่ทำคุ้มค่ากับเวลาและเงินที่จ่ายไปเพียงใด    

5)  สะท้อนให้เห็นความร่วมมือ  ประเด็นนี้สำคัญเช่นที่ได้กล่าวไว้บ้างแล้วในบทความตอนก่อนหน้า  การขับเคลื่อนองค์การในภาวะธุรกิจเช่นนี้  ย่อมต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันอย่างหนักแน่นของพนักงานทุกคนทุกฝ่ายในองค์การ  โดยเริ่มที่ฝ่ายบริหารที่จะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เข้มแข็ง  พร้อมกับชี้เป้าหมาย  ทิศทางเดินต่อไปให้ชัดเจน 

 

ว่าไปแล้ว   ภาวะแบบนี้เองที่จะสะท้อนให้เห็นเนื้อแท้ของความสามารถและตัวตนในหลายด้านในการบริหารของผู้บริหาร

 

จะเป็นไปได้ทั้งหมดนี้  ต้องคิดบวกครับ ....

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที