ชัชวาล อรวงศ์ศุภทัต

ผู้เขียน : ชัชวาล อรวงศ์ศุภทัต

อัพเดท: 25 มี.ค. 2009 08.38 น. บทความนี้มีผู้ชม: 3680 ครั้ง

เกร็ดความรู้...เพื่อเป็นมนุษย์งานมือโปร
HR Contribution

ในสภาพการณ์ของสังคมที่ความรู้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด และเป็นสิ่งจำเป็นของการเรียนรู้เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับหน้าที่การงานและชีวิต ในฐานะที่ผู้เขียนทำงานในสายงานบริหารทรัพยากรบุคคล จึงขอฝากเกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับการทำงานไว้ให้ได้เรียนรู้กัน ทั้งผู้เขียนและท่านผู้อ่าน ในลักษณะเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้าง HR เพื่อความเป็นมืออาชีพนะครับ....


Workforce for chotic era and future (ตอนที่ 1)

ในแต่ละปี หากไม่นับว่ามีแรงงานตกงานที่จำนวนไม่น้อยแล้ว บัณฑิตที่เพิ่งจบใหม่ในแต่ละปีก็นับได้กว่าแสนคน ซึ่งก็คงจะเป็นกล่มที่เข้ามาแชร์ส่วนแบ่งของตลาดแรงงานซึ่งดูจะเหลือพื้นที่น้อยเต็มทนในช่วงเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีแบบนี้ เวทีของการจางงาน จึงเป็นเวทีที่นายจ้างเป็นต่อพนักงานในระดับหนึ่ง หรือหลายองคืการก็ต้องการบุคลากรที่สำเร็จรูป มีคุณสมบัติครบพร้อมในระดับที่องค์การสามารถรับได้

หลายบริษัท ก็เลยเหมือนกับจะจำกัดที่จะเลือกบัณฑิตจบใหม่ Recruiter ของบริษัทต่าง ๆ มีลักษณะ "สวยเลือกได้" คัดเอาเฉพาะบัณฑิตที่มีผลการเรียนสวยหรู จบจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ บุคลิกหน้าตาดี ปิทางให้กับบัณฑิตที่มีผลการเรียนกลาง ๆ ผลักให้คนกล่มนี้ไปเป็น "ลูกค้า" หรือ "ผลิตภัณฑ์" ที่สร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาลให้กับบรรดาธุรกิจ outsource กลายเป็นพนักงานชั้นสองค่าจ้างต่ำไป

ในความเป็นจริงนั้น หลายองค์การก็เลือกที่จะทำแบบนี้ จะว่าอะไรได้ในเมื่อการตัดสินใจเบื้องต้นที่เลือกหรือไม่เลือกใครจากใบสมัครเป็นหน้าที่ของ Recruiter ผู้สมัครงานโดยเฉพาะกลุ่มบัณฑิตที่จบใหม่หรือมาหมาด ๆ ก็เลยต้องต้องสร้างสีสรรให้ใบสมัครงาน หรือประวัติ (resume) ของตนเอง ซึ่งก็มีงานเขียนหลายเรื่องแนะนำไว้ ก็นับว่าเป็นวิธีการที่จะดึงดูดความสนใจของ Recruiter 

ผมได้มีโอกาสอ่านงานเขียนของเหล่าผู้ชำนาญการ HR หลายท่าน ก็มาสรุปให้ฟังใน 3 เรื่องื้เรียกกันว่า "3 H" ที่คุณควรจะต้องโชว์ให้เห็น หากคุณต้องการประสบความสำเร็จในการหางานทำ และผมเองก็เชื่อว่า เมื่อคุณโชว์ 3 เรื่องนี้ได้เด่นชัด ไม่เพียงแต่โอกาสจะได้งาน และงานดีดีของคุณจะมากแล้ว แต่หากคุณทำมัน รักษามันไว้ และเสริมแต่งมันอย่างต่อเนื่องล่ะก็ คุณจะกลายเป็นคนที่ใครใครหรือองค์การไหนไหนก็ต้องการครับ

3 เรื่อง (3 H) นี้ประกอบด้วย H-Head ความรู้, H-Heart-หัวคิด/ทัศนคติ และ H-Hand-ทักษะความสามารถ 

ขยายความได้ต่อไปนี้ครับ 

Head ความรู้
Head ก็คือ ความรู้ของคนทำงาน ผมคิดว่า บัณฑิตจบใหม่ มักจะคิดว่าเขาจะนำความรู้ที่ได้จากตำราและจากอาจารย์ผู้สอน (ซึ่งจำนวนไม่น้อย ไม่เคยเห็นโลกความเป็นจริงของการทำงาน หรือเห็นน้อยมาก และบางท่านก็กระท่อนกระแท่น รู้ครึ่งครึ่งกลางกลางในการถ่ายทอด) โลกการทำงานของเขาจึงพึ่งการอ่านจากตำราเรียน หรือหนักกว่านั้นคือไม่อ่าน เอาความรู้เก่ามาคิด แต่การทำงานมันคือการประยุกต์ความรู้มาใช้ โดยมีฐานที่เชื่อมมาจากบรรดาทฤษฎีหรือแนวคิดจากตำรา เพียงแต่ตำราที่เรามักนำมาใช้ในการทำงาน ไม่ใช่ตำราเรียน หากแต่เป็นหนังสือพวก know-how หรือ how to ซะมากกว่า คนที่ไม่มีนิสัยรักการอ่าน หาความรู้เพื่อเพิ่มรอยหยักของสมอง จึงท้าทายอย่างย่งกับการ "ย่ำอยู่กับที่" อย่าลืมนะครับว่า สังคมสมัยใหม่เป็นสังคมที่อาศัยคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์และมีความรู้เป็นพื้นฐาน   

บัณฑิตกล่มที่เพิ่งพ้นรั้วมหาลัยจำนวนไม่น้อยคิดว่า สถานการณ์ในการทำงานไม่ต่างจากห้องเรียนที่เขาอยากจะตั้งเสียงโทรศัพท์เรียกเข้าให้ดังแค่ไหนก็ได้  เขาจะคุยกับเพื่อนเวลาไหนที่ต้องการ แต่ในโลกของการทำงานไม่เป็นอย่างนั้นเลยครับ

การมี Head นี้ หมายถึง การมีความรู้ที่จำเป็นต่อการทำงาน และทำงานได้หลายอย่าง เป็นพวก "Hybrid Workforce" หรือ "Multitasker" มากกว่าพวกทำอะไรได้อย่างเดียว  หรือเป็นอยู่อย่างเดียว เช่น ถนัดแต่งานธุรการบุคคล พอให้สัมภาษณ์พนักงานใหม่ ก็ไม่ได้ เพราะไม่เคยทำ และหนักกว่านั้นคือ ไม่เคยเรียนรู้ว่าจะทำมันให้ได้ให้เป็น 

เมื่อคุณขาด Head โอกาสที่คุณจะได้รับ เพื่อสร้างความมั่นคงเติบโตในหน้าที่การงานให้กับชีวิตคุณเองก็หายไป 

โลกยุคนี้ จะยึดเอาภาษิตโบราณที่ว่า "รู้อะไรให้กระจ่างเพียงอย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเภิดจะเกิดผล" นั้น ไม่พอแล้วครับ 

คนทำงานยุคใหม่จึงต้องไวต่อข้อมูลข่าวสาร ความรู้ที่รอบด้าน ไม่ว่าจะด้านการเมือง เสณษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม  การค้าการลงทุน พฤติกรรมของบุคคลในองค์การหรือจิตวิทยาองค์การ และจิปาถะ ความรู้พวกนี้ เป็นสิ่งที่จะช่วยให้คุณมีเส้นใยในสมองเพิ่มขึ้น พร้อมกับทำให้คุณ "look smart" ในสายตาคนรอบข้าง

แต่...น่าเสียดายที่คนทำงานจำนวนไม่น้อย สนใจแต่เรื่องละครผัวเมียตีกัน ผู้หญิงแย่งผู้ชาย รักในวัยเรียน หรือเล่ากันว่าดาราคนไหนจะเลิกกันเป็นวรรคเป็นเวร แต่หากถามวาเศรษฐกิจแบบนี้ เราจะต้องรับมือมันอย่างไร ก็เงียบ เพราะไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดี นอกจาก "ก็อยู่ไปเรื่อย ๆ" หรือ "จะทำอะไรได้ล่ะ"    

มาว่ากันต่อใน 2H ที่เหลือในตอนหน้าตอนจบครับ  
 

   




บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที