รอบคอบ รอบด้าน

ผู้เขียน : รอบคอบ รอบด้าน

อัพเดท: 28 มี.ค. 2009 17.23 น. บทความนี้มีผู้ชม: 140087 ครั้ง

จิตวิทยาเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับคนทุกประเภท ผู้นำจิตวิทยาไปใช้ประโยชน์จะต้องเลือกศึกษาในสาขาที่เหมาะสมกับงานและชีวิตของตนเอง


ตอนที่ 3 จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร

ตอนที่ 3 จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร

      3.1 ความหมายของจิตวิทยาอุตสาหกรรม

          จิตวิทยาอุตสาหกรรม (Industrial Psychology) เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยพฤติกรรมของมนุษย์ในงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการนำความรู้เรื่องพฤติกรรมของมนุษย์ไปใช้ในกิจกรรมทางอุตสาหกรรม เกี่ยวกับพฤติกรรมในการจัดการและการวางแผนงาน อุตสาหกรรมการผลิต การโฆษณาสื่อสาร การจำหน่าย การบริโภค และการบริการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในการดำเนินงานอุตสาหกรรม ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการนำทฤษฎีและหลักการทางจิตวิทยาไปช่วยพัฒนาและแก้ปัญหาด้านพฤติกรรมของมนุษย์ที่ดำเนินงานอุตสาหกรรม ทั้งด้านการสร้างสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติงานและการวางตนตามบทบาทหน้าที่ในหน่วยงาน

          จากความหมายของจิตวิทยาอุตสาหกรรมดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการศึกษาจิตวิทยาอุตสาหกรรมนั้น จะต้องศึกษาตั้งแต่ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติกรรม ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานอุตสาหกรรม แล้วหาวิธีการนำความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมนั้นไปใช้ประโยชน์ในงานอุตสาหกรรมทุกด้าน ทุกขั้นตอน นับแต่ขั้นตอนการเริ่มงานอุตสาหกรรม การผลิต การติดต่อสื่อสาร โฆษณา ประชาสัมพันธ์ การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและการให้บริการที่สนองความพอใจของผู้บริโภคได้ ทั้งนี้โดยผู้ให้บริการก็ทำงานได้ด้วยความสุขความพอใจ เจ้าของกิจการก็ประสบความสำเร็จและเกิดความสุขความพอใจในงาน จึงเห็นได้ว่า การที่จะได้ชื่อว่าใช้จิตวิทยาเป็นนั้นต้องก่อให้เกิดความพึงพอใจหรือโดยสมัครใจกับทุกฝ่าย

      3.2 ความเป็นมาของจิตวิทยาอุตสาหกรรม

            งานธุรกิจมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ นับตั้งแต่มนุษย์เริ่มมีการติดต่อสื่อสาร ไปมาหาสู่กัน ทั้งในระดับครอบครัว ระดับหมู่บ้าน ระดับท้องถิ่น ระดับเมือง และระดับประเทศ เมื่อมีการติดต่อสื่อสารไปมาหาสู่กันก็มีการแลกเปลี่ยนวัตถุสิ่งของซึ่งกันและกัน แบ่งปันกัน เช่น แลกเปลี่ยนสัตว์เลี้ยงกับพืชผัก แลกเปลี่ยนอาหารกับเครื่องประดับ ต่อมาแลกเปลี่ยนสิ่งของกับสิ่งของไม่สะดวกก็เปลี่ยนเป็นใช้เงินแลกเปลี่ยนสิ่งของ จากสิ่งของที่จำนวนไม่มากมาย มีตามส่วนเกินความต้องการของครอบครัว ก็กลายเป็นผลิตมากๆ เพื่อการค้า การซื้อขายสินค้าก็ตาม เมื่อสังคมใหญ่และซับซ้อนขึ้นไปอีก ความต้องการสินค้ามีเพิ่มขึ้นเกิดมีผู้ผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นตามมา           ระบบการแข่งขันทางธุรกิจก็เกิดการแข่งขันทางธุรกิจนั้นเป็นไปทั้งในด้านการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพของผู้ประกอบการ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การให้บริการที่ทำให้ได้ลูกค้ามากที่สุด มีการศึกษาค้นคว้า และทดลองการดำเนินงานธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในรูปแบบมากมาย ได้ทฤษฎีพฤติกรรมที่เป็นประโยชน์ต่องานธุรกิจอุตสาหกรรมอีกมาก จนในที่สุดเริ่มมีการศึกษาค้นคว้าธรรมชาติพฤติกรรมมนุษย์ในงานธุรกิจอุตสาหกรรมกันอย่างแพร่หลายและอย่างจริงจัง จนได้เป็นศาสตร์อีกแขนงหนึ่ง เรียกว่าจิตวิทยาอุตสาหกรรม ซึ่งจัดเป็นจิตวิทยาประยุกต์ ว่าด้วยการนำความรู้ทางพฤติกรรมไปใช้ประโยชน์ในงานอุตสาหกรรม ซึ่งการที่วิชาเหล่านี้จะเป็นประโยชน์มากน้อยเพียงใดต่อผู้ศึกษาขึ้นอยู่กับการเรียนเพียงเพื่อรู้หรือเรียนแล้วลองนำไปปฏิบัติ ประโยชน์จะเกิดต่อเมื่อได้นำความรู้ไปสู่การปฏิบัติจริง

          ในด้านการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับจิตวิทยาอุตสาหกรรม กล่าวได้ว่าการศึกษาพฤติกรรมในวงการธุรกิจเริ่มอย่างจริงจังในสหรัฐอเมริกา ใน ค.ศ.1901 หลังจากนั้น เริ่มตื่นตัวต่อมาในอังกฤษ ประเทศทั่วไปในยุโรป อัฟริกา และเอเซีย สมัยแรกๆ ตื่นตัวศึกษาเกี่ยวกับการคัดเลือก การบรรจุพนักงาน วิเคราะห์การทำงาน การฝึกอบรมพนักงาน ต่อมาประมาณ ค.ศ. 1925 เริ่มใช้จิตวิทยาในการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม บุคคลสำคัญที่สนใจศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับจิตวิทยาในงานอุตสาหกรรม เช่น เทเลอร์ กิลเบอร์ธ สก็อต มันสเตอร์เบอร์ก ซึ่งจะกล่าวเป็นลำดับโดยสังเขป ดังนี้

          ค.ศ.1882 เฟรดเดอริค วินสโลว์ เทเลอร์ (Frederick Winslow Taylor) วิศวกรชาวอเมริกัน ทำงานในโรงงานถลุงเหล็ก ศึกษาลักษณะการทำงานของคนงานในด้านกิริยาท่าทาง การเคลื่อนไหวขณะทำงาน จับเวลาการเคลื่อนไหวและท่าทางในการทำงานแต่ละระยะตั้งแต่เริ่มการทำงาน จนเสร็จงานและได้ข้อสรุปในการทำงานว่า ผลผลิตในการทำงานของพนักงานจะสูงขึ้น ความเหนื่อยจะลดน้อยลงเมื่อทำงานถูกวิธี เป็นที่มาในการใช้จิตวิทยาในการคัดเลือกบุคลากร การจัดฝึกอบรม การจัดวางคนให้เหมาะกับงาน การสร้างสัมพันธภาพในหน่วยงาน การสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงาน ซึ่งก่อนหน้าที่เทเลอร์จะนำแนวคิดของเขาไปใช้ในการทำงานของคนงานนั้น พบว่าคนงานมีชั่วโมงการทำงานมาก ทำงานหนัก แต่ผลผลิตกลับได้น้อย

          ค.ศ.1885 แฟรงค์ และลิเลียน กิลเบอร์ธ (Frank and Lilian Gilbreth) ศึกษาพฤติกรรมด้านท่าทางและการเคลื่อนไหวของพนักงานในการเรียงก้อนอิฐ ใช้วิธีสังเกตพฤติกรรมตามธรรมชาติของคนงาน จากนั้นเขาคิดวิธีการใหม่ วางขั้นตอนการทำงานและการเคลื่อนไหวของพนักงานใหม่ ย้ายอุปกรณ์บางอย่างให้สะดวกต่อการเคลื่อนไหวและย่นเวลางาน ผลการศึกษาพบว่า เมื่อวางแผนอย่างดี พนักงานเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ได้งานมากขึ้นในเวลาเท่าๆ กัน และคนงานเหนื่อยน้อยลง ความเมื่อยล้าลดน้อยลงด้วย

          ค.ศ.1903 วอลเตอร์ ดิล สก็อต (Walter Dill Scott) เขียนตำรา “จิตวิทยาวิทยาการโฆษณา” นำจิตวิทยาเข้าไปใช้ในการขายและการโฆษณา มีชื่อเสียงและได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ทางจิตวิทยาประยุกต์ใน ค.ศ.1915 ต่อมาศึกษาจิตวิทยาด้านการคัดเลือกบุคลากรให้เหมาะกับงาน และตั้งบริษัทให้บริการแนะแนวและคำปรึกษาเกี่ยวกับจิตวิทยาอุตสาหกรรมและเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป และนับได้ว่า สก็อตเป็นนักจิตวิทยาอุตสาหกรรมคนแรกที่ได้ริเริ่มนำเอาหลักจิตวิทยามาประยุกต์ใช้ในวงการธุรกิจและอุตสาหกรรม

          ค.ศ.1913 ฮิวโก มันสเตอร์เบอร์ก (Hugo Munsterberg) เขียนตำรา”จิตวิทยาและประสิทธิภาพของงานอุตสาหกรรม” ว่าด้วยการนำจิตวิทยาไปใช้ในการคัดเลือกบุคลากรและการฝึกอบรมเพื่อการปรับปรุงงานและระบุความสำคัญของจิตวิทยาต่องานธุรกิจซึ่งช่วยให้ทราบความแตกต่างด้านความสามารถและบุคลิกภาพของพนักงาน ช่วยจัดวางตัวพนักงานในงานต่างๆ ช่วยให้ได้แนวทางในการทำให้คนงานทำงานอย่างได้ประสิทธิภาพและเป็นสุขและเป็นแนวทางในการจูงใจคนในงานอุตสาหกรรม

            ที่กล่าวมา เป็นความเป็นมาโดยสังเขปของการศึกษาค้นคว้าที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาอุตสาหกรรมในต่างประเทศ สำหรับในประเทศไทย การนำจิตวิทยาไปประยุกต์ในวงการต่างๆ มีมานานแล้ว ทั้งในด้านการปกครองและการเมือง ที่จัดว่าเป็นการนำจิตวิทยาไปประยุกต์ใช้ในงานอุตสาหกรรมจริงๆ นั้น เช่น ด้านการประชาสัมพันธ์ การสื่อสาร การจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ให้แก่บุคลากรในหน่วยงานอุตสาหกรรม จนกระทั่งต่อมามีการนำศาสตร์ทางจิตวิทยาไปประยุกต์ใช้ด้านอื่นๆ ในหน่วยงานอุตสาหกรรมและแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน

       3.3 ขอบข่ายของจิตวิทยาอุตสาหกรรม

             จิตวิทยาอุตสาหกรรมเป็นสาขาวิชาทางจิตวิทยาที่มีการศึกษาครอบคลุมถึงการผลิตและการใช้สินค้า รวมทั้งการจัดบริการในวงการเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และการจัดการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพยากรมนุษย์ โดยภาพรวมแล้วจะมุ่งศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ในแง่มุมต่างๆ ของงานอุตสาหกรรมทุกประเภทและทุกระดับ ผลจากการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับงานอุตสาหกรรมเหล่านี้ จะถูกนำไปใช้เพื่อส่งเสริมกระบวนการผลิตด้านอุตสาหกรรมและนำไปใช้ประกอบการแก้ไขปัญหาของงานอุตสาหกรรมที่อาจต้องใช้ข้อมูลความรู้ของศาสตร์สาขาอื่นด้วย เช่น การแก้ไขปัญหาด้านวิศวกรรมศาสตร์ ด้านการสื่อสาร ด้านสถาปัตยกรรม ด้านการออกแบบเครื่องมือเครื่องใช้และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ซึ่งการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์นั้นจะต้องดำเนินการและเก็บข้อมูลไว้อย่างต่อเนื่อง เพราะสภาพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานอุตสาหกรรมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลาและเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเสมอ

         3.4 วิวัฒนาการของจิตวิทยาอุตสาหกรรมในประเทศไทย

              สำหรับในประเทศไทย ทางด้านวิชาการได้เริ่มมีการสอนวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมขึ้น ในสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เป็นครั้งแรกประมาณปี พ.ศ.2507 ในระดับปริญญาตรีแต่ยังไม่ได้ให้นักศึกษาเรียนเป็นวิชาเอกโดยตรง ตำราวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมเล่มแรกของไทยเขียนขึ้นในปี พ.ศ.2511 โดยนายเด่นพงษ์ พลละคร ต่อมาก็ได้มีตำราจิตวิทยาอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอีกหลายเล่ม ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เปิดสอนสาขานี้โดยตรงในระดับปริญญาตรี สำหรับระดับปริญญาโท มีเปิดสอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

             หนังสือจิตวิทยาอุตสาหกรรม ซึ่งนายเด่นพงษ์ พลละคร ได้เขียนขึ้นมานั้น นอกจากจะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากนักวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาแล้ว ในวงการอุตสาหกรรม นักบริหารทางอุตสาหกรรมมีความตื่นตัวในการรับเอาเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆ ตลอดจนมองเห็นคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์มากยิ่งขึ้น จึงได้ให้ความสนใจและนำความรู้ในด้านนี้ไปใช้ในการบริหารงานในโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้น ปัจจุบันสังคมไทยกำลังพัฒนาไปเป็นสังคมอุตสาหกรรม ดังนั้นความจำเป็นในการนำความรู้ทางจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร ไปใช้ในการจัดการทางอุตสาหกรรม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ

      3.5 สาขาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร

                  ปัจจุบัน จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กรได้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทำให้มีการแตกกิ่งก้านเป็นสาขาเฉพาะด้านต่างๆ ดังนี้

          3.5.1 จิตวิทยาบุคลากร (Personnel Psychology) เป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับการนำความรู้ ด้านความแตกต่างระหว่างบุคคลมาประยุกต์ เพื่อใช้ในการคัดเลือก หรือกำหนดทักษะและความสามารถพิเศษของมนุษย์ให้เหมาะสมกับงานประเภทต่างๆ สนใจในการประเมินศักยภาพของลูกจ้าง การจัดอันดับผลงานของลูกจ้าง การฝึกอบรวมเพื่อพัฒนาการทำงานของคนงาน จิตวิทยาบุคลากรเป็นสาขาที่เก่าแก่ของจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร ที่สืบทอดมาช้านาน โดยเฉพาะในตอนต้นจิตวิทยาบุคลากรกับจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กรแทบจะเป็นเรื่องเดียวกัน จนกระทั่งเมื่อนักจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร หันความสนใจไปยังเรื่องอื่นๆ จึงทำให้จิตวิทยาบุคลากรกลายมาเป็นเพียงสาขาหนึ่งของจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กรในปัจจุบัน

          3.5.2 พฤติกรรมองค์กร (Organizational Behaviour) เป็นสาขาใหม่ของจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร เกี่ยวข้องกับการศึกษาอิทธิพลขององค์กรที่มีต่อเจตคติและพฤติกรรมของบุคคลที่อยู่ในองค์กรนั้น หัวข้อที่สาขานี้ให้ความสนใจคือ ปัจจัยที่เกี่ยวกับบทบาทและพฤติกรรม แรงกดดันของกลุ่มที่มีผลกระทบต่อบุคคล ความรู้สึกของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับองค์กร ตลอดจนกระบวนการสื่อสารภายในองค์กร เนื่องจากในองค์กรเป็นลักษณะของการรวมกลุ่มทางสังคม จึงมีการทำวิจัยพฤติกรรมในองค์กรที่เกี่ยวข้องอิทธิพลของสังคมแบบต่างๆ ถ้าจะเปรียบเทียบระหว่างจิตวิทยาบุคลากรกับพฤติกรรมองค์กรแล้ว จิตวิทยาบุคลากรจะเกี่ยวกับปัญหาระดับบุคคล แต่พฤติกรรมองค์กรจะเกี่ยวกับปัญหาระดับสังคมและอิทธิพลของกลุ่มมากกว่า สาขาพฤติกรรมองค์กรนี้เป็นสาขาที่วงการธุรกิจ และวิชาการด้านอื่นๆ นำมาศึกษาอยู่มากเช่นเดียวกัน

           3.5.3 จิตวิทยาวิศวกรรม (Engineering Psychology) เป็นสาขาที่สนใจด้านระบบการทำงานของคนกับเครื่องจักร หรือที่เรียกว่า “man-machine systems” ซึ่งจะต้องครอบคลุมในเรื่องของการออกแบบเครื่องมือเครื่องจักร เพื่อส่งเสริมผลผลิตและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของคนงาน การออกแบบเครื่องจักรกลต่างๆ นั้นจะต้องคำนึงถึงข้อจำกัดทางความแข็งแรงและความสามารถทางกายของมนุษย์ เช่น ความไวต่อการโต้ตอบ การประสานงานของระบบประสาทสัมผัส เป็นต้น นักจิตวิทยาวิศวกรรมจะต้องพยายามปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะกับความสามารถ และทักษะของมนุษย์ สาขานี้อาจมีชื่อเรียกอย่างอื่น เช่น Human factors Psychology และ Ergonomics เป็นต้น

          3.5.4 การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาชีพ (Vocational and Career Counseling) สาขานี้คาบเกี่ยวกันระหว่างสาขาการให้คำปรึกษา กับจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร ในขณะที่การให้คำปรึกษาใช้สำหรับบุคคลที่มีปัญหาในการปรับตัว การให้คำปรึกษาทางด้านอุตสาหกรรม ช่วยคนงานในการตัดสินใจเลือกสิ่งตอบแทนที่เป็นรางวัลหรือความพอใจในการทำงาน ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างความสนใจในงาน และไม่ใช่งาน การปรับตัวกับงานที่น่าสนใจ และการเตรียมตัวเมื่อถึงเวลาเกษียณ           นักจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กรที่สนใจด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาชีพก็จะทำการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว

          3.5.5 การพัฒนาองค์กร (Organization Development) ในสาขานี้จะเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงเพื่อให้องค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น นักจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร จะต้องสามารถวินิจฉัยปัญหาขององค์กรได้ สามารถให้คำแนะนำทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและประเมินประสิทธิภาพของการเปลี่ยนแปลงได้ การพัฒนาองค์กรจะเกี่ยวข้องกับการวางแผน วางจุดมุ่งหมายในการเปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อแก้ไขปัญหาบางประการ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเกี่ยวกับคนและกระบวนการทำงานหรือเทคโนโลยี การพัฒนาองค์กรเป็นแขนงที่ใหม่ที่สุดของจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร

          3.5.6 อุตสาหกรรมสัมพันธ์ หรือแรงงานสัมพันธ์ (Industrial Relations or Labour Ralations) เป็นสาขาสุดท้ายของจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร จะเกี่ยวข้องกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่าง นายจ้าง และลูกจ้าง โดยเฉพาะสหภาพแรงงาน นักจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กรสนใจในแรงงานสัมพันธ์ เช่น ความร่วมมือ การขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนงาน การต่อรอง การตกลงยินยอมระหว่างส่วนต่างๆ ของแรงงาน นักจิตวิทยาอุตสาหกรรมที่ทำงานด้านนี้จะต้องมีการติดต่อใกล้ชิดกับผู้ชำนาญด้านแรงงานสัมพันธ์ คือต้องมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน สิทธิของลูกจ้าง และผลประโยชน์ของกลุ่ม เป็นต้น

          จากสาขาต่างๆ ของจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร ที่กล่าวมาแล้วจะเห็นว่าจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร เป็นสาขาที่ต้องอาศัยความรู้จากหลายสาขาวิชาชีพและบทเรียนก็มักจะคาบเกี่ยวกัน เพราะเกี่ยวข้องกับคนและการทำงานนั่นเอง

     

 

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที