ชัชวาล อรวงศ์ศุภทัต

ผู้เขียน : ชัชวาล อรวงศ์ศุภทัต

อัพเดท: 16 พ.ค. 2009 23.01 น. บทความนี้มีผู้ชม: 4949 ครั้ง

เกร็ดความรู้...เพื่อเป็นมนุษย์งานมือโปร
HR Contribution

ในสภาพการณ์ของสังคมที่ความรู้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด และเป็นสิ่งจำเป็นของการเรียนรู้เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับหน้าที่การงานและชีวิต ในฐานะที่ผู้เขียนทำงานในสายงานบริหารทรัพยากรบุคคล จึงขอฝากเกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับการทำงานไว้ให้ได้เรียนรู้กัน ทั้งผู้เขียนและท่านผู้อ่าน ในลักษณะเรียนรู้ร่วมกัน สรรค์สร้าง HR เพื่อความเป็นมืออาชีพนะครับ....


5 ขั้นตอนของการสร้างความสำเร็จและความสุขในการทำงานของโยชิโนริ โนงุจิ....

หลายท่านคงได้ติดตามอ่านผลงานเขียนของโยชิโนริ โนงุจิ ผู้เขียนหนังสือขายดีเล่มหนึ่งชื่อ “กฎแห่งกระจก” ซึ่งได้รับการนำมาตีพิมพ์เป็นภาษาไทยแล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ และมียอกขายหลายหมื่นเล่มมาบ้างแล้ว และเชื่อว่าท่านคงจะได้แง่มุมความคิดหลายเรื่องเกี่ยวกับวิธีของการสร้างความสำเร็จและความสุขในการทำงาน รวมไปถึงการใช้ขีวิต

 

จากแก่นความคิดของโยชิโนริ โนงุจิ ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาบำบัด การทำอะไรให้สำเร็จและมีความสุขกับมันนั้น สามารถทำได้ไม่ยากนัก เพียงแต่เราจะต้องเปิดใจให้กว้าง รับรู้และเข้าใจมัน ยอมรับตนเอง และยอมรับผู้อ่าน รวมไปถึงลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังมุ่งมั่น  หลายสิ่งที่ว่าไปนี้  ท่านผู้อ่านคิดว่า หากนำไปใช้จริงจะเป็นผลดีหรือเปล่าครับ  ในส่วนตัวผมเอง ผมคิดว่า น่าสนใจที่จะนำไปทดลองเพื่อพิสูจน์อย่างที่หลักกาลามสูตรว่าไว้   

 

มีหลักการง่าย ๆ ที่น่าสนใจของโยชิโนริ โนงุจิ ที่เสนอไว้แล้วผมเชื่อว่าสามารถนำมาใช้เป็นวิธีการของการเพิ่มพลังความสำเร็จได้ สรุปได้ 5 ขั้นตอน  ไม่เชื่อก็ต้องลองลงมือทดสอบดูนะครับ  

 

ขั้นแรก เขียนมุมมองชีวิตของคุณออกมา

ลองเขียนออกมาสิครับว่า ตัวตนของคุณเป็นคนแบบไหน และชีวิตที่คุณต้องการนั้นมีอะไรบ้าง หลังจากที่คุณได้มองดูตัวตนของคุณแล้ว  การลองเขียนออกมา ช่วยให้เรา focus สิ่งนั้น และคุณก็จะได้เห็นว่า แท้จริงนั้น ชีวิตของคุณ ยังต้องการอะไรอีกมากเลย และจะได้เห็นอีกเช่นกันว่า สิ่งที่คุณต้องการ มันจะมีโอกาสเป็นจริงได้หรือเปล่า  ผมขอยกตัวอย่างเช่น  หากตัวตนของคุณคือการมีความสุขกับการติดตามข่าวสารบันเทิงมากกว่าที่จะเรียนรู้การพัฒนาตนเอง มีความสุขกับการดื่มเที่ยว แต่คาดหวังที่จะเติบโตก้าวหน้าในหน้าที่การงานโดยเร็ว สองสิ่งนี้ มันก็เลยดูขัดแย้งกัน การเขียนออกมา จึงช่วยให้คุณได้เห็นว่าคุณจะปรับมุมมองหรือการประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร และเพียงใด

 

ขั้นที่สอง จะลงมือทำอะไร

โยชิโนริ โนงุจิ เรียกมันว่า” Attack Point”  หรือจุดที่เราจะลงมือทำ โยชิโนริ โนงุจิ ได้แนะนำให้คุณกำหนดออกมาว่า สิ่งใดที่คุณอยากได้หรือเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด โดยการที่คุณรู้ได้ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดนั้น ขอให้ดูจากเกณฑ์ 3 เรื่องคือ (1) เป้าหมายที่ว่านั้น ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นเมื่อมันจะบรรลุหรือเปล่า (3) เป้าหมายนั้นสามารถทำให้เป็นจริงได้ภายใน 3 ปี และ (3) เป้าหมายนั้น ไม่ทำให้ชีวิตของคุณเสียสมดุล หากเข้าเกณฑ์ 3 ข้อนี้ ก็จะมาพิจารณาต่อในเรื่อง Attack Point ของคุณล่ะครับ


ขั้นที่สาม
ค้นหาความเชื่อ (Belief)

ความเชื่อต่าง ๆ ที่อาจจะชัดขวางให้การทำในสิ่งที่คุณคาดหวังหรือต้องการให้บรรลุมันไม่อาจเกิดขึ้นได้ อธิบายง่าย ๆ ได้ว่า ขอให้คุณค้นหาว่า มีความเชื่ออะไรของคุณที่มันจะให้ความคาดหวังทั้งหลายที่คุณคิดไว้ก่อนหน้า ติดขัด  ซึ่งผมเสนอแง่คิดต่อจากโยชิโนริ โนงุจิ โดยขอให้คุณสำรวจได้ว่า ความเชื่ออันไหนบ้างที่คุณมี และมันจะทำให้เป้าหมายที่คุณต้องการสำเร็จได้ ควบคู่กันไปครับ

 

ขั้นที่สี่ ลดความเชื่อที่ขัดขวางการมุ่งไปสู่เป้าหมายของคุณ

โดยการลดความเชื่อที่ว่านั้นอย่างน้อง 1 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณคิดว่า มันขัดขวางการก้าวไปสู่จุดหมายที่คุณคาดไว้มากที่สุด แล้วลดมันลงซะ จากนั้น ก็ขยายผลไปยังความเชื่ออื่น ๆ  ที่มีความสำคัญในลำดับรองลงไป  อย่าไปยึดติดกับความคิดความเชื่อที่ไม่มีประโยชน์  หรือไม่สมเหตุสมผลกับเป้าหมายของคุณ จากตัวอย่างที่ผมได้ยกมากล่าวถึงช่วงต้น ได้แง่คิดว่า หากคุณต้องการเติบโตก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้องการเป็นคนเก่งขององค์การ แล้วยังรักสนุกไปวันวัน ความสุขที่คุณกำลังทำนั้น มันก็จะเบียดเบียนโอกาสไปสู่เป้าหมายที่ว่านั้นของคุณ  หากคุณไม่ลดหรือตัดมันออกไป ก็เท่ากับคุณกำลังพลาดโอกาสก้าวหน้าและเป้าหมายของคุณเอง

 

ขั้นที่ห้า เรียนรู้วิธีคิดที่จะก่อให้เกิดผลดี

เพื่อนำเอามันมาทดแทนความคิดความเชื่อที่ขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายของคุณ อย่างไรก็ตาม ขอให้คุณระลึกว่า ความคิดของคุณนั้น  ซึ่งมันจะดีกับคุณนั้น ไม่จำเป็นที่มันจะต้องดีกับคนอื่นเสมอไป และอาจจะทำให้คนอื่นเกิดความไม่พอใจด้วยซ้ำไป ซึ่งคุณเองคงต้องหลักแน่น โดยให้ความสำคัญกับตนเองด้วยเช่นกัน ไม่งั้นก็จะเก็บความคิดเล็กเล็กน้อยน้อยมาปะปนอลเวงไปหมด แต่ก็ไม่ใช่จะไม่แคร์ชาวบ้านไปเสียทีเดียว  เพราะสิ่งที่คุณต้องการที่จะทำนั้น  มันก็จะต้องไม่ไปเบียดเบียนกับสิทธิของผู้อื่นด้วย

 

ผมเชื่อว่า ท่านผู้อ่านจะนำไปใช้ประโยชน์ได้จากข้อเขียนนี้ และหากจะอ่านต้นฉบับได้ก็จะเป็นการดีที่จะได้รายละเอียดมากขึ้น เพราะตัวผมเองแม้จะเขียนเรื่องพวกนี้มามากพอสมควร แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสามารถสร้างสูตรสำเร็จเพื่อสอนใครเช่นเดียวกับผู้รู้หลายท่าน ที่ได้สั่งสมประสบการณ์ ความคิด ความรู้มาเนิ่นนานยาวนาน จนตกผลึกเป็นความคิดที่มีคุณค่า  ผมเองจึงต้องการเพียงอยากแลกเปลี่ยนมุมมองกับทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านเรื่องน่าสนใจเหล่านี้ 

 

จึงขอเชิญชวนทุกท่าน  เข้ามาช่วยกันสร้างชุมชนของของการเรียนรู้เพื่อการเป็นมนุษย์งานมือโปรครับ


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที