คนคุณภาพ

ผู้เขียน : คนคุณภาพ

อัพเดท: 04 พ.ย. 2010 15.50 น. บทความนี้มีผู้ชม: 82715 ครั้ง

ก็กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องไม่รู้ว่าใครเรียกครับ แต่ก็จะมีเพิ่มมาเรื่อยๆนะครับ ก็อย่างไรก็ตามนะ ก็ช่วยกันเปิดอ่านหน่อยก็แล้วกันนะครับ
คนเขียนจะได้มีกำลังใจ
เชิญอ่านต่อกันได้เลยครับ


วัดพระบาทน้ำพุเรื่องราวที่ไม่มีใครอยากรับรู้

วัดพระบาทน้ำพุกับบางเรื่องราวที่ไม่มีใครอยากรับรู้

วัดพระบาทน้ำพุกับบางเรื่องราวที่ไม่มีใครอยากรับรู้

วันนี้อยากพาไปเที่ยวครับ

บางคนเคยร่วมบริจาคเงินให้กับวัด แต่ไม่เคยเห็นความเป็นไปในวัด

นึกภาพไม่ออก จิตนาการไม่ชัด

แต่ถ้าได้เห็น ได้รับรู้ แม้เพียงไม่กี่ภาพ

ความสุขใจจากการได้บริจาคเงิน ช่วยต่อลมหายใจให้กับผู้ติดเชื้อเอดส์ อาจมีเพิ่มมากขึ้นแม้เพียงน้อย

นิด..ก็ยังดี

ภายในวัดค่อนข้างร่มรื่น โดยเฉพาะวันที่ฝนตก

วันนี้เป็นวันหยุด ผู้คนมาเที่ยวหนาตา..ไม่เงียบเหงาวังเวงเหมือนวันปกติ

 บ้านพักหลังน้อยของผู้ป่วย เรียงเป็นแถวปานรีสอตร์

บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ ด้านหลังพิงภูเขา

คนปกติแม้มีเงินก็หมดสิทธิ์ที่จะมาอ้อนวอนขอเข้าอยู่อาศัย

ต้อนรับเฉพาะผู้ติดเชื้อไร้บ้านเท่านั้น

ชุมชนแหล่งสุดท้ายของผู้ติดเชื้อ

ถูกขับออกจากบ้าน ไม่มีครอบครัว บ้างก็ถูกนำมาทิ้งไว้ที่โคนต้นไม้หน้าวัด

บ้างก็เสียชีวิตเพียงเข้าพักในคืนแรก

ด้วยร่างกายที่อ่อนแอ ถูกหอบหิ้วมาไกลแสนไกลจากภาคเหนือ

แถมถูกทิ้งให้นอนหนาวอยู่หน้าวัดตลอดคืน

กว่าเจ้าหน้าที่ของวัดจะไปพบในตอนเช้าก็สายเสียแล้ว..

พิพิธภัณฑ์ชีวิต..

บางคนบอกเป็นสุสานที่ไม่มีดินกลบหน้า

หลายคนไม่อยากเฉียดเข้าไปใกล้

หลายคนบอกดูแล้วกินข้าวไม่ลง

แต่หลายคนก็ได้แง่คิดติดกระเป๋ากลับบ้าน..

 พิพิธภัณฑ์ที่นี่ไม่ได้มีไว้แสดงงานศิลปะ

ไม่มีของที่มีค่า หรือของเก็บสะสมของใคร..

ภายในมีซากศพของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคเอดส์ ที่บริจาคเป็นวิทยาทานให้ทางวัดจัดแสดง เพื่อกระตุ้น

เตือนต่อมรักสนุกของผู้ที่ยังมีลมหายใจ..ว่าเอดส์ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ไกลตัวเหมือนที่หลายคนคิด

ภาพแรกเป็นเด็กชายอายุเพียง 5 ขวบที่ติดเชื้อเอดส์จากแม่

ส่วนใหญ่ผู้เป็นแม่จะตายก่อน เด็ก ๆ จะวิ่งเล่นในวัดได้นานหลายปี

ปัจจุบันเด็กเล็ก ๆ ที่ติดเชื้อเอดส์จากแม่จะถูกย้ายไปอยู่โครงกาน 2 ที่อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี

ที่วัดไม่มีเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นให้เห็นเหมือนก่อน..

 เมื่อตอนที่ผมอายุ 5 ขวบ ผมจำความไม่ได้

เด็กคนนี้จำแม่ของเขาเองได้หรือเปล่าคงไม่มีใครรู้

ถ้าเป็นสมัยก่อน เมื่อผู้เป็นแม่ใกล้เสียชีวิต

หลวงพ่อจะไปจูงมือลูกมาเพื่อให้กราบเท้าแม่เป็นครั้งสุดท้าย

เด็กหลายคนจะรีบกราบ ๆ ให้เสร็จเพื่อวิ่งออกไปเล่นต่อกับเพื่อน ๆ

ปล่อยให้ผู้เป็นแม่นอนน้ำตาไหลด้วยความห่วงใยในอนาคตข้างหน้าของลูก

เหมือนคนที่เป็นแม่ทั่วไป..

เด็กหลายคนรู้เพียงว่าแม่ไปสวรรค์แล้ว

และอีกไม่นานเขาก็จะได้พบกับแม่ของเขาอีกครั้ง..

 ร่างนี้เป็นร่างของสาวประเภท 2..

หน้าตา(เคย)ดี จากป้ายประวัติข้างตัวบอกว่าเป็นสาวบริการ..

 คนนี้อดีตนักร้องสาวค่าเฟ่ และขายบริการเช่นกัน

ป่านฉะนี้ ผู้ที่เคยใช้บริการกับเธอคงตามเธอไปเรียบร้อยแล้ว..

 บริเวณห้องรับบริจาค..

มีคนค่อนข้างมาก ผู้ติดเชื้อบางคนบอกว่า ถ้าวันไหนที่ห้องบริจาคมีผู้คนคับคั่ง..จะเป็นอีกวันที่พวกเขามี

ความสุข

เขาไม่ได้สนใจในปริมาณเงินว่าจะมากน้อยขนาดไหน

เพียงแต่เขารู้ว่า..ผู้คนในสังคมยังไม่หลงลืมพวกเขา

แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่เหลือญาติพี่น้องอีกแล้ว

แต่อย่างน้อยก็ยังมีใครบางคนที่แม้ไม่เคยรู้จัก แม้จะไม่ใช่ญาติ..ยังคอยเป็นห่วง 

ส่วนใหญ่ผมจะหยอดเงินใส่กล่องบริจาคที่วางอยู่ด้านหน้าห้องบริจาค

ภายในห้องมีไว้สำหรับออกใบอนุโมทนาบัตรสำหรับผู้ที่ต้องการหลักฐานเอกสาร

บริเวณกุฏิหลวงพ่อ วันนี้ผู้คนพลุกพล่าน

ส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัว ที่นี่ถูกบรรจุเข้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรีเรียบร้อยแล้ว

หลวงพ่อกำลังต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างไม่รู้จักเหนื่อย

มีการแจกภาพถ่ายพร้อมลายเซนต์เป็นที่ระลึก..

ด้านหน้าอาคารผู้ป่วยระยะสุดท้าย..

คนไข้บางคนยังพอมีเรี่ยวแรงก็สามารถออกมาเดินเล่นได้

ภายในอาคาร กลิ่นยาโชยเข้าจมูก

หลายคนนอนหมดแรงอยู่บนเตียง

เจ้าหน้าที่มาบอกให้ผมสามารถถ่ายภาพภายในห้องได้

แต่ผมยิ้มเขิน ๆ ไม่อยากเอากล้องไปจ่อถ่ายภาพพวกเขา

ไม่อยากให้คนป่วยรู้สึกว่าพวกเขาเป็นตัวประหลาด

ทำได้เพียงเดินดูบรรยากาศภายในห้องเท่านั้นเอง..

คงมีสถานพยาบาลของวัดพระบาทน้ำพุเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ที่มีโลงศพวางกองอยู่หลังห้องผู้ป่วย

วางท้าทายสายตาของผู้ป่วย และทุกคนก็มองเห็น ไม่มีใครมองว่าเป็นลางร้าย หรือบั่นทอนสุขภาพจิต

ของผู้ป่วย เพราะทุกคนไม่มีใครออกไปจากวัดแห่งนี้ได้ทั้ง ๆ ที่ยังมีลมหายใจ..เขาอยู่ไปแต่ละวันเพื่อ

รอคอยวันตายเท่านั้นเอง

กองเถ้ากระดูกมนุษย์นับพันเพื่อรอคอยญาติมารับ

และมีไม่ถึง 1% ที่ถูกนำกลับบ้าน..

ลองหลับตาและจินตนาการเล่น ๆ..

ถ้ากองกระดูกเหล่านี้กลายร่างเป็นคน..บริเวณนี้คงแออัดยัดเยียด

บ้างก็คงนั่งกอดเข่า บ้างก็ยืนชะเง้อมองหาบุคคลอันเป็นที่รัก

บ้างก็คงร้องไห้จนน้ำตาเหือด..ช่างเป็นการรอคอยที่ไร้จุดหมายจริง ๆ

วันนี้ฝนตก..

ยามที่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ จะได้กลิ่นอับจาง ๆ

อยากมีหูทิพย์..

อยากฟังว่าพวกเขาจะมีเรื่องราวอะไรมาเล่าให้ฟัง

แต่ถ้าเป็นจริง..หูของผมคงอื้ออึงจนฟังไม่รู้เรื่อง

บางส่วนถูกบดเป็นผง บรรจุลงกล่อง เพียงหวังว่าจะได้ง่ายและไม่อุดจาดตา ยามที่ญาตินำกลับบ้าน

แต่เมื่อความพยายามของทางวัดไร้ผล

แม้จะอำนวยความสะดวกให้ปานใดก็ตาม แต่กองเถ้ากระดูกก็ไม่เคยลดน้อยลง..ไม่เคยมีใครมาแสดง

ความเป็นเจ้าของ

สุดท้ายความเพียรพยายามก็หมดแรง..

ผมถามเจ้าหน้าที่ว่า แล้วอนาคตของกองกระดูกเหล่านี้จะเป็นอย่างไร

แกบอกว่า..

ในอนาคตจะใช้เถ้ากระดูกพวกนี้ผสมปูนหล่อเป็นองค์หลวงพ่อเพื่อให้คนมากราบไหว้

ไม่รู้แกพูดประชด..หรือเป็นความตั้งใจจริง

ก่อนจะเดินจากมา..

แกชี้มือให้ผมมองดูสองแม่ลูก ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของวัด

แต่แกบอกว่า..ผมเข้าใจผิด

แม่ลูกคู่นี้คือผู้ติดเชื้อรายล่าสุดที่ถูกนำมาทิ้งไว้ที่หน้าวัดเมื่อคืนที่ผ่านมา

ทั้งสองคนกอดคอกันร้องไห้จนตาบวม แกบอกว่าเพียงเห็นใบหน้าที่ขาวซีดของผู้เป็นแม่เพียงแว๊บเดียว

แกก็รู้ว่าผู้เป็นแม่เข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้ว ส่วนลูกสาวตัวน้อยยังไม่มีใครรู้ว่าติดเชื้อจากผู้เป็นแม่หรือไม่

แกบอกให้ผมถ่ายภาพ..

ผมจะอ้อมไปถ่ายที่ด้านหลังเพื่อไม่ให้มองเห็นหน้าชัดเกินไป แต่แกบอกว่าไม่จำเป็น..เพราะคุณจะไม่มี

โอกาสได้เห็นผู้ป่วยที่นี่ออกไปใช้ชีวิตในสังคมภายนอก

วัดพระบาทน้ำพุคือแดนประหารทางสังคม

ไม่มีใครได้ออกไปจากวัด ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนถูกขับไล่ออกมาจากบ้าน จากครอบครัว จากสังคม..เป็น

เพียงขยะมนุษย์ที่ไร้ค่าในสายตาของผู้คนภายนอก

แต่ผมก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีขอพรางหน้าเธอไว้หน่อยก็แล้วกัน

ผมนั่งมองดูสองแม่ลูกอยู่เป็นนาน สำหรับผมวัดแห่งนี้เป็นแดนประหลาด

ถ้าเป็นนักโทษ ยังมีเวลาพ้นโทษ ยังมีโอกาสที่จะฝันถึงอนาคต

ถ้าเป็นคนป่วย ก็ยังมีวันหาย มีวันที่จะกลับออกไปใช้ชีวิตภายนอกท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น

แต่ที่นี่เหมือนเป็นอีกโลก..อีกสังคม

ที่นี่ไม่มีอนาคต ไม่มีวิมานในอากาศที่สวยหรู และไร้ซึ่งความฝัน

มีแต่ความจริงของชีวิต..ว่าทุกคนกำลังจะตายไม่มีข้อยกเว้นว่าเด็กหรือผู้ใหญ่

จากอดีตอัตราการเสียชีวิตจะอยู่ที่ 3-5 รายต่อวันเผาศพจนเมรุแตก

แต่ปัจจุบันด้วยเงินบริจาคที่มากพอจะหายาดี ๆ มาผู้ป่วยได้ใช้ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตลดลงเป็นเดือนละ

4-5 ราย

แต่ถ้าไม่มีรายได้จากการบริจาคของผู้ใจบุญและถ้าวัดแห่งนี้มีอันต้องปิดตัวลง ผู้ป่วยเหล่านี้จะไปอยู่ที่ไหน

.ผมหันหน้าไปถามลุงสัปเหร่อ แกส่ายหน้าบอกไม่รู้เหมือนกัน

รู้แต่ว่างานของแกคงเพิ่มมากขึ้น อัตราการตายอาจกลับไปเหมือนยุคก่อน คงได้เห็นเมรุเผาศพต้องแตก

อีกครั้ง..

แล้วเราสองคนก็นั่งกอดเข่ากันเงียบ ๆ ..

มองดูเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งเล่นอย่างไม่รู้ประสา

จะมีคนภายนอกสักกี่คนที่จะรู้ว่าภายในวัดพระบาทน้ำพุมีเรื่องเศร้ามากมายที่เล่าไม่รู้จบ

วัดพระบาทน้ำพุอ่อนแรง รายจ่าย 3.5 ล้าน/เดือน

กด 1900 222 200 ทำบุญให้ วัดพระบาทน้ำพุ

กด 1 ครั้ง ทำบุญ9 บาท


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที