KIEMAN

ผู้เขียน : KIEMAN

อัพเดท: 10 ม.ค. 2011 18.48 น. บทความนี้มีผู้ชม: 3738 ครั้ง

ล้มแล้วลุกใหม่ได้เสมอ


ล้มแล้วลุกคือนักสู้

ผมทำใจอยู่นาน ก่อนที่จะเขียนตอนนี้เพราะความรู้สึกมันย้อนกลับมากระแทกอย่างแรง เมื่อคนเราหมดแรงบันดาลใจคล้ายๆกับรถยนต์ที่ไม่มีเครื่องยนต์ ก่อนหน้านี้ 2 วัน ผมมีบ้าน มีรถ มีตึกแถว2ห้อง แล้วก็คอนโด 1 ห้อง กับ บริษัทที่ผมถือหุ้นอยู่ 2 บริษัทและร้านอาหาร 1 ร้าน วันนี้ผมนอนอยู่บนเตียงคนไข้ที่บ้านเพราะพี่ชายเป็นหมอคอยรักษาอยู่ ผมประสบอุบัติเหตุรถชนท้ายรถบรรทุกในคืนวันเลี้ยงส่งวันนั้น รถปอเต็กติ้งวิ่งมารับศพผมแต่ผมถีบประตูออกมาเองพร้อมทั้งเลือดที่ออกมาทุกลมหายใจ คืนนั้นผมเสียรถ 1 คัน พี่ที่เป็นหุ้นส่วนร้านอาหารมารับผมไปส่งที่บ้าน และแล้วผมก็เริ่มรู้ตัวว่าเสียความทรงจำระยะสั้น พี่ชายบอกสมองน่าจะเกิดการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เมื่อได้รับการตรวจจากแพทย์พบว่าเซล สมองผมเสียหายเยอะมาก 7 วันผ่านไปผมอ่านไม่ได้แม้แต่ตัวหนังสือภาษาไทย ผมอยู่โรงพยาบาลจุฬาเพื่อทำการฟื้นฟูสมอง ทุกวันต้องพยายามอ่านหนังสือพิมพ์ หมอมาฝึกให้จำ ต้นไม้ ลำธาร รถไฟ สายรุ้ง ผมจำอะไรไม่ได้เลย เวลาผ่านไป 1 เดือน ผมเริ่มจำความได้เหมือนเด็กน้อยเริ่มจำความ มานึกอีกทีแล้วทรัพย์สินธ์ของผมหล่ะ ผมจึงพยายามดิ้นรนหางานทำโดยด่วน
สรุปได้เลยว่า ไม่มีใครรับ คนอายุ 25 ไปทำงานตำแหน่งผู้จัดการ เงินเดือนเกือบ 6 หลัก หรอก แต่มีอยู่2ที่น่ะ บริษัทที่ผมสร้างมันขึ้นมาเอง ตอนนั้นบริษัท NS อยู่ในศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผมจึงได้เจอท่านพี่ไพโรจน์ เนยจะมาแย่งตำแหน่งพี่รึไง ป่าวพี่ผมมาหางานทำ ทำบริษัทไหนล่ะงานมีเยอะแยะเดี๋ยวพี่คุยให้ ผมทำที่ NS บริษัทไอ้ฮ้อคก่อนพี่ ผมเข้าไปรับงานแปลเอกสารมาปึกนึง จริงๆคืองานแปลคู่มือรถแทรกเตอร์คูโบต้าและรถดำนาคูโบต้านั่นเอง  ผมออกรถใหม่คันนึงด้วยเงินก้อนสุดท้าย วิ่งไปบางแสนนั่งริมทะเลแปลเอกสารเลี้ยงชีพ มานั่งคิดๆก็เป็นงานที่อิสระดี เพราะตอนนั้นผมดัน NS ให้เป็นVender list ของ Kubota ญี่ปุ่นแล้ว งานแปลเอกสารทั้งหมดจึงถูกส่งมาที่นี่มูลค่าปีล่ะหลายล้านบาท ความเร็วในการแปลผมตกลงมากจากเมื่อก่อนวันล่ะ 20หน้า หน้าละ 200  เหลือวันละ 2 หน้า หน้าล่ะ 200 เท่าเดิม รายได้ไม่พอแถมงานจะไม่เสร็จเอา ผมส่งงานช้าบอกฮ็อค เดี๋ยวพี่ลองไปทำงานอื่นดูก่อน ตอนนั้นเกิดปัญหาที่ร้านอาหารที่ชลบุรี พนักงานโกงเงิน หุ้นส่วนอยากปิดก็ตกลง ผมมีปัญหา CASH FLOW แล้วทุกอย่างต้องปลดหมดเหลือตัวคนเดียวกะรถ 1 คัน  
อีกบริษัท Decode ก็โดนอีก ลูกค้าไม่จ่าย 4 ล้าน หมดค่าทนายอีกหลายแสน คุณแม่บอกให้อยู่บ้านเฉยๆก่อน คุณพ่อบอกไม่ต้องไปสนใจอะไรพ่อเลี้ยงได้ค่อยๆคลายทีละปมปัญหามันก็เหมือนเชือกปมเราเยอะถ้ารีบร้อนจะแก้ไม่ได้ ค่อยๆคลายเอาสมองเรากลับมาก่อน ผมปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ใจมันไม่ตามสั่งมันอยากหนีปัญหา ฮาราคีรี ผุดขึ้นในหัวนักรบบูชิโด ผมเห็นตึกสูงๆไม่ได้เลยเห็นแล้วอยากโดด ดีวันนึงไปหาพี่ไพโรจน์ แกเรียกคุย คำพูดของแกวันนั้นยังจำได้ เนยพี่เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว ผ่านมันไปให้ได้ พี่จะคอยช่วย น้ำเสียงจริงจัง ท่าทางจริงใจ ติดตรึงถึงทุกวันนี้  พี่เอกสอนงานที่ปรึกษาบริษัทให้ผม ผมทำได้อยู่พักนึงแล้วก็กลับไปนั่งพัฒนาสมอง ใครบอกสมองสร้างใหม่ไม่ได้ผมพิสูจน์ได้เลย ตอนนั้นไอคิวผมเท่าชิมแปนซี ตอนนี้กลับมาแล้วเกิน 90% ผมอ่านเจอใน reader digest ว่าคนประสบอุบัติเหตุเป็นอย่างผมมากมาย ผมรู้วิธีพัฒนาแต่ก็ต้องอาศัยยาและหมอคอยกำกับดูแลเสมอ และแล้วช่วงเวลานั้นก็ผ่านไปผมตั้งต้นใหม่โดยเริ่มเป็นวิศวกรจบใหม่เลย สมัครงานมีที่ให้เลือกทำงานมากมาย มานึกถึงตอนนี้แล้วช่วงฮาราคีรีนั้นสุดๆ เหมือนตกนรกบนดิน พอผ่านไปได้อะไรก็ดูไม่ลำบากเท่าไหร่
นี่เป็นประสบการณ์จริงจากชีวิตจริงของผมถ้าเพื่อนๆกำลังเผชิญปัญหาลองมาอ่านบทความนี้ดูจะรู้ทุกปัญหามีทางแก้น่ะครับ

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที