KIEMAN

ผู้เขียน : KIEMAN

อัพเดท: 25 ม.ค. 2011 21.11 น. บทความนี้มีผู้ชม: 3138 ครั้ง

เสริมจุดอ่อนคนเก่ง


ทำให้คนเก่งยอมรับทำไงดี

วงการที่เข้าไปเป็นที่ปรึกษาคือเครื่องหนัง ไอ้เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหนังสักเท่าไหร่ก็ยังหวั่นใจอยู่จะเข้าไปให้คำปรึกษาเค้าอย่างไรดี จึงให้ทีมงานทั้ง 5 เตรียมข้อมูลก่อนเข้าไปวันแรก กริ้งๆๆๆ เสียงโทรศัพย์ดังขึ้น เนยอ่านบทความนี้น่ะ นี่คือคนที่เราจะเข้าไปพบวันพรุ่งนี้ โอโหท่านให้สัมภาษณ์ลงกรุงเทพธุรกิจเกี่ยวกับความเป็นไปของธุรกิจเครื่องหนังไทย มูลค่ากว่า 8000 ล้านบาทกำลังประสบปัญหาต้นทุนสูง เราไม่มีสินค้ายี่ห้อคนไทยสักเท่าไหร่ แล้วคนไทยก็ไม่ค่อยใช้ของไทยฐานการผลิตกำลังถูกย้ายไปที่ประเทศเวียดนามซึ่งมีค่าแรงถูกกว่า........ มากมายที่ท่านให้สัมภาษณ์ ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ไป2ทีมคงพอมีจังหว่ะให้เข้าทำบ้าง เช้าวันรุ่งขึ้นNST กับ KU team บุกเข้าเขตพระนครตามหาท่านผู้ประกอบการ และแล้วเราก็เจอท่านเชิญเข้าห้องเรียกพวกเราว่าอาจารย์ ท่านให้เกียรติพวกเรามากจากนั้นก็เป็นเวลาในการสำรวจรอบกาย สิ่งที่ผมเห็นคือต้นไม้ที่สดชื่น หนังสือมหาภารตะ และแผ่นเสียงที่เรียงรายล้อมรอบห้อง พร้อมทั้งเครื่องเล่นและลำโพงขนาดใหญ่ 2 ตัว ท่านผู้ประกอบการให้เด็กเสริฟน้ำชา แล้วก็เล่าให้เราฟังถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัทคือรองเท้าเด็กเรามีโรงงานด้วยกัน 2 โรงอีกโรงอยู่ที่ปิ่นเกล้าไกลไม่รู้จะควบคุมอย่างไร อีกโรงเป็นของลูกสาวแต่มีปัญหากับคนงานไม่สามารถคุมคนได้จึงต้องดูแลด้วยตนเองทั้งสองโรง ผมจึงถามว่าปัญหาที่แท้จริงคือรุ่น 2 ยังไม่สามารถดูแลกิจการได้ใช่มั้ย ท่านตอบว่าใช่เหมือนโดนใจมาก แล้วท่านก็พูดถึงของเราส่งโลตัสเป็นหลัก เดี๋ยวนี้ของจีนก็เริ่มเข้ามาไหนจะเวียดนามอาจารย์มีความเห็นอย่างไร ผมเห็นว่าสินค้าเด็กเป็นสิ่งที่พ่อแม่ยอมเสียเงินเพื่อไม่ให้มีสารพิษเข้าไปในตัวลูกเค้าที่ยุโรปเรื่องพวกนี้เค้าไปกันไกลมากถึงเฟอร์นิเจอร์แล้ว ท่านเหมือนโดนใจอีก บอกช่วงบ่ายอาจารย์ว่างมั้ยจะพาไปดูโรงงานแถวปิ่นเกล้า จากนั้นเราก็เดินทางไปโรงงานต่อไป ระหว่างทางพี่ไพโรจน์บอกเห็นท่าแล้วเค้าชอบทีมเอ็งน่ะ แต่ดาบมันมี2คมโรงงานนี้คือเบอร์1ของกลุ่มเครื่องหนังถ้าทำดีก็ดีไป ถ้าแย่ก็ตัวใครตัวมันน่ะ เดี๋ยวพี่แยกทางตรงนี้ก่อนต้องไปโรงงานแถวรามอินทรา ยังไงทำให้ดีก็แล้วกัน ผมจึงเดินทางไปพบผู้ประกอบการเพื่อไปดูโรงงานอีกโรง หลังจากได้คุยกับหัวหน้างานพบปัญหาเรื่องคนเรื่องใหญ่จึงเตรียมงานให้กับ N-man วันนั้นท่านผู้ประกอบการแนะนำให้รู้จักกับลูกๆของท่าน ซึ่งก็ไม่ค่อยได้รับการต้อนรับเท่าที่ควรเหมือนว่ามาอีกแล้วเหรอพวกมีแต่ทฤษฎีปฏิบัติไม่เป็น พี่ไม่ค่อยมีเวลาน่ะว่ามาเร็วๆ ผมก็เขียน star model เล่าถึงทีมงานให้จบภายใน 5 นาทีจากนั้นก็ขอตัวและทิ้ง N-Method ไว้ หลังจากนั้นลากลับ N-method ได้ข้อมูลที่สำคัญมากมาย ว่าโรงงานนี้คุณพ่อเป็นโคตรเซียนไม่มีใครทำอะไรได้ทั้งนั้น ปัญหาทุกอย่างเกิดจากที่คุณพ่อยังไม่ไว้ใจและปล่อยให้ลูกๆทำงานแทน ท่านอายุ 60 กว่าแล้วแต่ยังไม่ยอมวางมือ ผมเตรียมทัพใหญ่ทั้ง 5-N เข้าไปครั้งที่ 2 ทุกคนต้องมีproject ติดไม้ติดมือมาคนล่ะ1-2 project และแล้วทีมงานเราก็คิดงานกันได้มากมาย ผมด้วยสัญชาตญาณ IE ถือนาฬิกาจับเวลากับเครื่องนับจำนวนแล้วก็ใบบันทึกประสิทธิภาพการทำงานเข้าไปใน Line ผลิต อาจารย์มาทำอะไรตรงนี้ไปคุยกันที่ห้องผม ผมเหมือนโดนตบหน้าอย่างแรงเพราะเหมือนเค้าไม่ไว้ใจเรา โรงงานในเครือข่ายเรากว่า 30 โรง ท่านกลัวความลับรั่วไหล ผมก็มานั่งคุยถ้าไม่ให้ผมเข้าline ผลิต project ทั้งหมดเป็นอันยกเลิก ผมใช้เวลาคิดอยู่อาทิตย์นึงเราต้องหาจุดอ่อนเค้าให้เจอสร้างผลงานเพื่อให้เค้ายอมรับก่อน ขณะนั่งเล่นคอมวันนึง พ่อของผมก็มาขอให้ช่วยเข้าอินเตอร์เน็ตไปทำเรื่องเกี่ยวกับ สรรพากร ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าคนรุ่นนั้นจะต้องอ่อนเรื่องคอมกว่าเราแน่ ผมจึงเขียนการทำระบบnetwork ในโรงงานแล้วนำไปเสนอ ผลออกมาดีมากอนุมัติอย่างรวดเร็ว ผมก็ไม่เคยทำเรื่องพวกนี้ด้วยจะจ้างคนไปทำก็วิธีหนึ่ง อีกวิธีคือทำไปถามไป ผมวางระบบ Wi-fi ให้กับโรงงาน ทำให้การสื่อสารคล่องตัว แล้วให้ N-method เข้าสอนท่านผู้ประกอบการใช้ e-mail ท่านชมอย่างชื่นใจว่า นี่ไม่ต้องต่อสายเลยเหรอเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันไปไกลแล้วน่ะ e-mail ที่พวกเราใช้กันทั่วไปกลับเป็นมูลค่ามหาศาลในการติดต่อธุรกิจ จากเดิมที่ใช้โทรศัพท์ ท่านบอกว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก และจากวันนั้นท่านก็ใช้ e-mail ติดต่องานกับทวีปแอฟริกา ขยายตลาดสินค้าได้อย่างรวดเร็ว หลังจาก Project นี้ทุกอย่างราบรื่นผมเข้าไปทำงานอย่างมีความสุข สอนการบริหารจัดการโรงงานให้กับลูกสาวคนโตของท่านผู้ประกอบการโดยให้ระบบ มันเดินเองเราทำงานเฉพาะเวลามีปัญหา เดี๋ยวนี้เห็นพี่เค้านั่งเล่น facebook ส่งข้อมูลการลดราคานาฬิกาที่เอ็มโพเรียมมาให้ดู นี่แหละครับตัวอย่างหนึ่งของการเป็นที่ปรึกษา ในการบรรยายครั้งหนึ่งที่โรงแรมเกตุมณี ผมกล่าวกับท่านผู้ประกอบการทั้งหลายว่า สิ่งที่ยากที่สุดในการให้คำปรึกษาคือทำอย่างไรให้ท่านยอมรับในตัวพวกผม ผมเคยทำการทดลองรดน้ำต้นไม้ 2 ต้น ต้นหนึ่งผมนึก เจริญเติบโต ผลิดอก ออกผล กะอีกต้นข้างๆผมคิดแกตาย แกตาย ท่านคิดว่าต้นไหนจะสวยงามกว่ากัน ก็เป็นโรงงานโรงหนึ่งน่ะครับแต่เป็นของเบอร์1 ผมคิดว่าผมทำได้ดีอยากให้ Junior Consultant อ่านเผื่อวันนึงเป็น Senior จะได้มีลูกเล่นเพิ่มขึ้นครับ ยังไงก็ขอขอบพระคุณพี่ๆที่ให้โอกาสผมได้ทำงานในฝัน ถึงแม้ความจริงกะความฝันจะต่างกันแต่ก็ทำให้ผมรู้สึกดีเมื่อนึกถึงเรื่องนี้

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที