KIEMAN

ผู้เขียน : KIEMAN

อัพเดท: 20 มี.ค. 2012 01.08 น. บทความนี้มีผู้ชม: 10222 ครั้ง

วิศวกรที่ลืมไม่ลง


เทคนิคบริหารงานขั้นสูง แบบไทยๆ

เด็กตัวเล็กๆอายุ3ขวบเดินออกไปซื้อบุหรี่ยี่ห้อตอง1 ซองล่ะ 11 บาท ให้กับพ่อเกิดสะดุดตาเข้ากับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งทำอะไรกันอยู่ จึงถามอามวลครับเค้าเล่นอะไรกันอยู่ หมากรุกเราไปยืนดูสิ เมื่อยืนดูเห็นรูปร่างตัวหมากมากมาย มีตัวเหมือนม้า แล้วก็เหมือนเจดีย์องค์เล็กใหญ่ กับฝาเบี้ยเรียงราย ผมอยากเล่นน่ะครับอามวล เราต้องโตกว่านี้ก่อนน่ะ ถึงจะเล่นได้ ครับคำตอบแบบผิดหวัง ผมกลับไปหาพ่อบอกว่าอยากเล่นหมากรุก พ่อบอกงั้นมาเรียนพร้อมกันทั้ง 3 คนเลย ตัวนี้เรียกเบี้ยน่ะเหมือนพลทหารของเราทำหน้าที่คล้ายกำแพง ตัวนี้เรียกม้าใช่มั้ยครับพ่อ ใช่แล้วแต่เดินยากที่สุดเราเรียนรู้ตัวอื่นก่อน ตัวนี้เรียก ขุน โคน เม็ด ลักษณะคล้ายๆกันเดินไม่เหมือนกัน ขุนคือแม่ทัพ ครับ อันนี้เรียกเรือน่ะคอยเป็นกำลังสำคัญ และแล้วผมก็ได้เรียนรู้ศาสตร์หมากรุกจากคุณพ่อผู้เป็นอาจารย์หมากรุกคนแรกของผม ผมสู้พี่ชายคนกลางได้สบาย แต่กับคนโตนี่สิความคิดเค้ารอบคอบแฝงลึกเกินเด็ก 3 ขวบอย่างผมจะสู้ได้ เค้า 7 ขวบแล้วแต่เราก็เรียนพร้อมกันน่ะ ผมไปยืนอยู่หน้าร้านอามวลทุกวันรอจนมีโอกาสได้ลงเล่น วันหนึ่งเค้าเกี่ยงกันผมจึงนั่งลงเล่น ปรากฏว่าทุกคนมองหน้ากันเหรอหลาเหมือนเด็กตัวกระเปี้ยกใครจะเล่นด้วย อามวลมาเล่นด้วยท่านก็สอนให้ผมรู้จักคำว่าแพ้ แพ้แล้วก็ตั้งใหม่ เดินใหม่ก็แพ้ ผมมีแต่คำว่าแพ้ แพ้ แล้วก็แพ้ แต่ผมรักหมากรุกถึงแพ้ก็จะเล่น แพ้ก็สนุกดี ผมคงนับความแพ้ไม่ได้เพราะมันเยอะมาก จำได้แต่ตาที่ชนะ ตอนเริ่มสี่ขวบผมเริ่มสู้กับนักหมากรุก หน้าร้านอามวลได้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยง แต่ผมก็ยังพ่ายแพ้ทุกครั้งที่ประมือกับพี่ชายคนโต เค้าเป็นคนละเอียดรอบคอบชนิดหาที่ติได้ยาก ผมเจาะเข้าที่กำบังเค้าไม่ได้เลย จนเมื่อผมได้โตขึ้นอายุ 5 ขวบตอนนี้ไม่มีนักหมากรุกหน้าร้านอามวลคนไหนต้านทานผมได้ และแล้วผมก็รู้ว่าจริงๆอามวลแกเก่งสุดในย่านนี้ ผมสู้แกทุกวัน ทุกวัน จนนับถือแกเป็นอาจารย์หมากรุกคนที่ 2 ของผมที่ไม่มีวันลืม พี่นัทผู้ซึ่งคุณพ่อชอบหมากรุกเป็นชีวิตจิตใจเช่นกัน ชวนผมไปเล่นที่บ้าน ฝีมือพอฝัดพอเหวี่ยงกัน ผมรู้เลยแกต้องมีครูดี วันหนึ่งคุณตาของพี่นัทมาที่บ้าน ตอนนั้นผม6ขวบแล้ว แกชวนผมเล่นโดยตะแคงเรือให้ 2 ลำ ผมชนะ แกจึงตะแคงเรือ 1 ลำผมยังชนะ แกจึงไม่ตะแคงเรือ ผมก็ชนะ จากนั้นแกบอกว่าไอ้เด็กคนนี้มีพรสวรรค์ด้านหมากรุกน่ะ ตาจะเอาจริงล่ะกัน ผมจึงแพ้ และรู้ด้วยว่าแกต้องการวัดระดับฝีมือผม จากนั้นผมกับพี่นัทก็ประลองกันเรื่อยมา คุณพ่อพี่นัทซื้อตัวหมากจากรัสเซียมา หมากรุกสากลแกสอนผม ผมจึงเล่นได้ทั้งไทยและสากล เรื่องราวผ่านไปเนิ่นนานผมก็ยังชนะอามวลไม่ได้ แล้วก็พี่ชายผมอีกคน เค้าเดินดีจริงๆ จากเด็กเล่นหมากรุก สู่นักกีฬาสี ผมไม่รู้หรอกว่าผมถนัดกีฬาอะไร ผมเล่นได้ทุกอย่างแล้วก็เป็นนักกีฬาแทบทุกอย่าง ตั้งแต่วิ่ง ปิงปอง ฟุตบอล บาสเกตบอล แฮนด์บอล แบดมินตัน แต่ทุกอย่างมีลิมิต ผมรู้ว่าเรื่องวิ่งมีคนมีพรสวรรค์มากกว่าผมเยอะ ถึงแม้ผมจะได้เหรียญทอง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวิ่งผลัด กีฬาอื่นๆเช่นกันผมเล่นแต่ไม่คิดไปถึงตัวแทนโรงเรียน ผมเลือกหมากรุกตอนนั้นอาจารย์วิชัยแกเป็นเซียนแถวจตุจักร ปะทะกันพอฟัดพอเหวี่ยง แกบอกว่าลองเป็นนักกีฬา ม.ต้นล่ะกัน ผมเจอกะเด็กอัจฉริยะ ผมเรียกมันว่าไอ้หมูอ้วน มันอยู่ ม.1 มันชนะคนทั้งโรงเรียน ผมต้องกลับไปฝึกซ้อมกับอามวลอย่างจริงจังจนเข้าที่จึงปะทะกับไอ้หมูอ้วน ผลออกมา แพ้บ้าง ชนะบ้าง เรียกว่าฝีมือพอๆกัน และแล้วสิ่งเร้นลับก็เกิดขึ้น มีนักหมากรุก ม.ปลายชื่อ พี่ปอมเม่ กับพี่ปียาวิทย์ เข้ามาทำให้หมูอ้วนกะผมรู้ตัวว่าเราแค่เด็กม.ต้น เหนือฟ้ายังมีฟ้า ผมได้ไปแข่งที่สาธิตจุฬาแล้วก็ได้เหรียญทองในคราวนั้น วงการหมากรุกเริ่มสร้างชื่อเสียงให้สาธิตเกษตรหลังจากที่เงียบหายไปนาน วันนั้นผมได้เจอกับคน คนหนึ่งท่านเล่นหมากรุกคนเดียว 30 กระดาน ผมได้ประฝีมือกับเทพเจ้าหมากรุกเข้าแล้ว ผมไม่ยอมหรอกคิดสุดๆ หมากออกมาเสมอ และแล้วผมก็ได้รู้จักนามของท่าน เซียนป่อง

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที