วีรพล

ผู้เขียน : วีรพล

อัพเดท: 07 พ.ย. 2006 19.33 น. บทความนี้มีผู้ชม: 2532 ครั้ง

“ไม่เป็นไรค่ะ” เสียงใสๆของผู้หญิง ที่สูงเกือบเท่ากับผม(ราวๆ 170) ผมยาวสลวยของเธอที่มัดไว้อย่างเรียบร้อยนั้นทำให้ทุกจังหวะของการเคลื่อนไหวดูสดใสและทะมัดทะแมง...


“ไม่เป็นไรค่ะ”

ไม่เป็นไรค่ะ

>  DaRuMaSaN

 

 

“ไม่เป็นไรค่ะ” เสียงใสๆของผู้หญิง ที่สูงเกือบเท่ากับผม(ราวๆ 170) ผมยาวสลวยของเธอที่มัดไว้อย่างเรียบร้อยนั้นทำให้ทุกจังหวะของการเคลื่อนไหวดูสดใสและทะมัดทะแมง  แต่แฝงไว้ด้วยความสุภาพและอ่อนโยน ดังขึ้นมาในขณะที่ผมกำลังเก็บจานชาม เศษอาหารที่ตกเกลื่อนกลาด บนโต๊ะที่จัดแจงไว้สำหรับการนั่งรับประทานอาหาร ไม่รู้ด้วยความสะเพร่าหรือความตื่นเต้นที่ทำให้เธอทำงานพลาดจนเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา ตอนที่จัดแจงเก็บโต๊ะอาหารที่ผมกำลังเข้าไปจับจองเพื่อนั่งรับประทานอาหารนั้นเอง  ขณะนั้นที่เพื่อนของผมอีกคนที่มีโอกาสนานๆ ๆ ๆ ครั้งที่จะได้พบกันกำลังสั่งอาหารอยู่ที่เคาน์เตอร์รับรายการอาหาร  พวกเรานัดแนะกันมาที่นี่หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงเช้า ที่แสนจะรีบเร่งแล้วก็วุ่นวายมาพักนั่งเล่นและทานอาหารเที่ยงกันที่นี่         เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าผมไม่รู้สึกเบื่อที่จะรอรับอาหารที่สั่ง              เมื่อคิดได้อย่างนี้แล้วผมก็เลยเดินออกมาจากเคาน์เตอร์เพื่อจะหาที่นั่งอ่านหนังสือ แล้วก็รอการมาของอาหารมื้อเที่ยง ดูท่าทางจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่จะกำจัดความเบื่อหน่ายในขณะนั้น จนมาถึงที่นี่ซึ่งเป็นที่ๆเหมาะสมที่สุดในความคิดของผม เสียอยู่ก็เพียงแต่ว่าบนโต๊ะนั้นยังไม่เรียบร้อยจากการรับประทานอาหารมื้อเที่ยงของคนก่อนหน้าผมเพียงนิดเดียวเท่านั้น

 

ผมไม่สนใจหรอกเพราะตอนนี้ผมคิดเพียงแต่ว่าขอให้มีที่นั่งพักอ่านหนังสือก็เพียงพอ สักพักเธอก็เดินเข้ามาประโยคแรกที่เธอพูดกับผมนั้นก็คือเธอถามผมว่า “เช็ดโต๊ะหน่อยดีไหมคะ” แต่ผมก็ไม่ตอบอะไร จากนั้นผมก็ลุกออกมาจากโต๊ะเพื่อหลีกทางให้กับคำถามที่ได้รับการตอบรับโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดๆสักคำ และเพื่อที่เธอจะได้ทำงานได้อย่างสะดวกด้วย

โครม  เง้ง ๆๆๆๆๆๆๆ   จานใบสีขาวรูปวงรีตกลงไปอยู่ใต้โต๊ะทิ้งไว้แต่เพียงเศษอาหารที่ตกอยู่บนโต๊ะก็เท่านั้น   ขณะที่ผมยืนอยู่ใกล้ๆกับเธอ  ก็เลยช่วยเธอเก็บแต่เธอหันกลับมามองผมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและพูดขึ้นมาว่า   “ไม่เป็นไรค่ะ” แต่ผมก็ยังดื้อที่จะช่วยเธออยู่อีก...

บนโต๊ะสะอาดเรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่เพียงจานใบสีขาวรูปวงรี ที่นอนนิ่งอยู่ใต้โต๊ะขณะที่ผมมองเห็นและกำลังที่จะก้มแล้วเอื้อมมือไปหยิบ มือของเธอก็มาแตะอยู่บนมือผมและบอกผมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอีกครั้งหนึ่งว่า “ไม่เป็นไรค่ะ” ผมชะงัก อยู่ครู่หนึ่งดั่งต้องมนต์สะกด ที่ทำได้ก็ได้แต่ยิ้มตอบกลับไป                               ในใจก็คิดว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมจะต้องหยิบจานใบนั้นขึ้นมาให้ได้ เหมือนกับว่าผมกำลังเล่นเกมอยู่กับเธอแต่ก็นั้นแหละน้า.. ผมก็แพ้เธอจนได้ไม่ใช่แค่เพราะรอยยิ้มและมือของเธอที่สัมผัสอยู่บนมือทำให้ผมต้องชะงักแต่ เพื่อนนะเพื่อนเจ้ากรรมดันมาเรียกให้ไปช่วยกันยกอาหารเที่ยงมาไว้ที่โต๊ะด้วยกัน     คิดว่าไงอะครับ ( ไม่รู้นะผมคิดว่าอยากเอาถาดฟาดหัวมันสักที ) ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นไปช่วยเพื่อนผม    ผมก็หันกลับมามองที่เธอก่อนจะไปดูเหมือนกับว่าเธอต้องการที่จะพูดอะไรบางอย่างกับผม  แต่ผมก็ต้องรีบลุกไปช่วยเพื่อนก่อนเลยไม่ทันได้ฟังในสิ่งที่เธอต้องการจะบอกกับผม  หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้เจอกับเธออีก  จนผมกับเพื่อนนั่งทานมื้อเที่ยงกันจนอิ่มทั้งท้องและเรื่องราวที่คุยกัน  ขณะที่ผมกำลังลุกออกจากที่นั่งเพื่อจะออกจากร้านอาหารแห่งนี้ผมก็ได้เจอกับเธออีกครั้ง    เธอก็พูดกับผมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแต่เพียงว่า    “ขอบคุณค่ะ”  เท่านั้น แต่ว่าทำไมคำๆ นี้  สีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส แม้ว่า เธอจะทำอะไรผิดพลาดไป ของเธอยังก้องอยู่ให้หัว และติดตาติดใจผม             แม้ว่าตอนนี้ผมกับเพื่อนจะเดินไกลออกมาจากร้านอาหารร้านนั้น  ในขณะที่เหลียวหลังกับไปก็มองไม่เห็นเธอและร้านอาหารร้านนั้นแล้ว...


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที