รอบคอบ รอบด้าน

ผู้เขียน : รอบคอบ รอบด้าน

อัพเดท: 07 ก.ย. 2011 16.09 น. บทความนี้มีผู้ชม: 62777 ครั้ง

มลพิษอากาศ


มลพิษอากาศ

 

มลพิษทางอากาศ

สาเหตุของการเกิดมลพิษทางอากาศสําคัญมีดังนี้
     1. ยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ รถยนต์เป็นแหล่งก่อปัญหาอากาศเสียมากที่สุด สารที่ออกจาก รถยนต์ที่สําคัญได้แก่ คาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน ออกไซด์ของไนโตรเจน และของกํามะถัน สารพวกไฮโดรคาร์บอนนั้น ประมาณ 55 % ออกมาจากทอไอเสีย 25 % ออกมาจากห้องเพลา ข้อเหวี่ยง และอีก 20 % เกิดจากการระเหยในคาร์บูเรเตอร์ และถังเชื้อเพลิง ออกไซด์ของไนโตรเจนคือ ไนตริกออกไซด์ (NO) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) และไน ตรัสออกไซด์ (N2O) เกือบทั้งหมดออกมาจากท่อไอเสีย เป็นพิษต่อมนุษย์โดยตรง นอกจากนี้สารตะกั่วในน้ำมันเบนซินชนิดซุปเปอร์ยังเพิ่มปริมาณตะกั่วในอากาศอีกด้วย
     2. ควันไฟ และก๊าซพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม
 จากโรงงานผลิตสารเคมี ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมัน โรงผลิตไฟฟ้า โรงงานทําเบียร์ โรงงาน สุรา โรงงานน้ำตาล โรงงานกระดาษ โรงงานถลุงแร่ โรงงานย้อมผ้า โรงงานทําแก้ว โรงงานผลิตหลอดไฟ โรงงานผลิตปุ๋ย และโรงงานผลิตกรดพลังงานที่เกิดจากสารเผาไหม้เชื้อเพลิง เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ทําให้เพิ่มสาร ต่าง ๆ ในอากาศ อาทิ สารไฮโดรคาร์บอนต่าง ๆ ออกไซด์ของไนโตรเจน และ กํามะถันในบรรยากาศ
     3. แหล่งกําเนิดฝุ่นละอองต่าง ๆ ได้แก่ บริเวณที่กําลังก่อสร้าง โรงงานทําปูนซีเมนต์ โรงงาน โม่หิน โรงงานทอผ้า โรงงานผลิตโซดาไฟ เหมืองแร่ เตาเผาถ่าน โรงค้าถ่าน เมรุเผาศพ
     4. แหล่งหมักหมมของสิ่งปฏิกูล ได้แก่ เศษอาหาร และขยะมูลฝอย
     5. ควันไฟจากการเผาป่า เผาไร่นา และจากบุหรี่
     6. การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ก่อให้เกิดละอองกัมมันตรังสี
     7. การตรวจและรักษาทางรังสีวิทยา การใช้เรดิโอไอโซโทป ที่ขาดมาตรการที่ถูกต้องในการ ป้องกันสภาวะอากาศเสีย
     8. อากาศเสียที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว ไฟป่า กัมมันตรังสีที่เกิดตามธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น ความเป็นพิษเนื่องจากสาเหตุข้อนี้ค่อนข้าง น้อยมาก เนื่องจากต้นกําเนิดอยู่ไกล จึงเข้าสู่สภาวะแวดล้อมของมนุษย์และสัตว์ได้น้อย

 

 

 

 

2.ปัญหามลพิษทางอากาศ
ความหมายและคุณสมบัติของมลพิษทางอากาศ                                                                                              มลพิษทางอากาศ (Air Pollution) หมายถึง ภาวะของอากาศที่มีการเจือปนของสารพิษ ในปริมาณที่สามารถทำให้อากาศเสื่อมคุณภาพ ก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และพืช ทั้งทางตรงและทางอ้อม
คุณสมบัติของอากาศ
อากาศบริสุทธิ์ ประกอบด้วย ไนโตรเจน 78.09 % โดยปริมาตร และออกซิเจน 20.94% โดยปริมาตร อาร์กอน 0.98% ส่วนที่เหลือ 0.01 % ประกอบด้วยฮีเลียม นิออน คริปตอน ฮีเลียม ซีนอน ก๊าซอินทรีย์และอนินทรีย์อื่นๆ โดยปกติมีไอน้ำอยู่ในอากาศประมาณ 1-3% และยังประกอบด้วย ฝุ่นละอองอีกด้วย
ชั้นบรรยากาศชั้นที่ 1 โทรโปสเฟียร์ (Troposphere) ระดับความสูงจากผิวโลกขึ้นไปราว 18 กิโลเมตร ที่บริเวณเขตศูนย์สูตร และที่ความสูง 6-8 กิโลเมตร อุณหภูมิลดลงตามความสูงอย่างสม่ำเสมอ อัตรา 5 องศาเซลเซียสทุกๆ 1 กิโลเมตรชั้นที่ 2 สตารโตสเฟียร์ (Strastosphere) อยู่ระหว่างความสูง 15-50 กิโลเมตร อุณหภูมิจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีก๊าซโอโซนดูดซึมรังสีอัลตราไวโอเลต จนกระทั่งที่ความสูง 50 กิโลเมตร อุณหภูมิจะเท่าๆ กับผิวโลกชั้นที่ 3 เมโซเฟียร์ (Mesosphere) ระหว่างความสูง 50-80 กิโลเมตร T จะค่อยๆ ลดลง จนถึงต่ำสุดที่ระดับความสูง 80 กิโลเมตร (อุณหภูมิ ประมาณ -90 ถึง -95 องศาเซลเซียส)
ชั้นที่ 4 เทอร์โมสเฟียร์ (Thermosphere) ระดับความสูง 80 กิโลเมตรขึ้นไป อุณหภูมิจะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นอีก ไปจนถึงกว่า 1000 องศาเซลเซียส
3.ผลกระทบของมลพิษทางอากาศ
          1. ทำอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ การที่สารที่มีอยู่ในอากาศจะเป็นอันตรายต่อร่างกายเพียงใดขึ้นอยู่กับปริมาณของสารนั้นๆ สารมีความเป็นพิษร้ายแรงเพียงใด ระยะเวลาที่ร่างกายสัมผัสกับอากาศสกปรกนั้นๆ ความต้านทานของร่างกายต่ออากาศสกปรก
        2. ทำอันตรายต่อพืชและสัตว์ต่างๆ
        3. ทำความเสียหายต่อทรัพย์สิน โดยก่อให้เกิดการกัดกร่อนต่อสิ่งก่อสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ทำให้เสื่อมสภาพเร็ว และทำให้สิ่งของเครื่องใช้สกปรกง่าย