TPA Magazine

ผู้เขียน : TPA Magazine

อัพเดท: 16 พ.ย. 2006 09.59 น. บทความนี้มีผู้ชม: 20425 ครั้ง

ค่านิยม คือสิ่งที่กลุ่มคน หรือสังคมหนึ่งเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม น่ายกย่องและควรปฎิบัติ เป็นสิ่งที่คนในสังคมนั้น ๆ ยึดถือและช่วยในการตัดสินใจเลือกที่จะกระทำหรือไม่กระทำ


ตอนที่ 1

ทุกวันนี้มีค่านิยมที่ไม่น่านิยมอยู่ในสังคมไทยหลายประการ ที่ทำให้สังคมนี้ผิดเพี้ยน เบี่ยงเบนไปอย่างน่าเป็นห่วง และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือยังไม่เห็นรัฐบาลหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ลงมาเอาใจใส่ดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่แน่ใจว่ามีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้หรือไม่ และถ้ามี ผลการวิจัยดังกล่าวได้นำไปใช้ประโยชน์ในเชิงสร้่างสรรค์ที่เป็นรูปธรรม ในทางปฏิบัติอย่างมีเป้าหมายหรือไม่หรือเพียงแต่แถลงผลการวิจัยดังกล่าว เสร็จแล้วก็ซุกเอกสารวิจัยเข้าตู้ปิดตาย แต่ละปีรัฐต้องเสียงบประมาณแผ่นดินในการทำวิจัยเป็นจำนวนมากนับร้อย ๆ ล้าน มีใครหรือหน่วยงานใดเคยสำรวจตรวจสอบบ้างไหมว่า ได้นำผลการวิจัยนั้นมาใช้ประโยชน์คุ้มค่ากับเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ที่ทุ่มเทลงไปมากน้อยเพียงใด ในฐานะผู้เสียภาษี ก็ขอเรียนถามผ่านข้อความนี้ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
 
ค่านิยม (value) มำคำจำกัดความที่กว้างขวาง แต่ขอกล่าวโดยสรุปว่า ค่านิยม คือสิ่งที่กลุ่มคนหรือสังคมหนึ่งเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า เป็นสิ่งืั้ถูกต้อง ดีงาม น่ายกย่องและควรปฏิบัติ เป็นสิ่งที่คนในสังคมนั้น ๆ ยืดถือและช่วยในการตัดสินใจ เลือก ที่จะกระทำหรือไม่กระทำ เช่น ค่านิยมในการประหยัด อดออม ค่านิยมในการมีระเบียบวินัยและเคารพกฏหมาย ค่านิยมในการใช้ของไทย กินของไทย เป็นต้น
 
ส่วนคำว่า "ข้าฯ นิยม" คือการทำอะไรตามใจตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ความเหมาะควร ไม่สนใจว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไร หรือใครจะเดือดร้อน ยึดถือความสุข ความพอใจของตนเป็นสำคัญ ข้าฯ นิยมแบบนี้จึงควรฆ่า เพราะไม่ใช่ค่านิยมในทางสร้างสรรค์ ถ้ากลุ่มคนใด สังคมใดมีข้าฯ นิยมแบบนี้มาก ๆ สังคมนั้น ๆ ก็จะอันตรายและเป็นไปในทางเสื่อม โดยเฉพาะสังคมไทยที่มีวัฒนธรรมอ่อนแอ พร้อมที่จะรับวัฒนธรรมใหม่ ๆ ของต่างชาติเข้ามาได้โดยง่ายและรวดเร็วตั้งแต่วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ การแต่งกาย อาหารการกิน สื่อบันเทิงเริงรมย์ ฯลฯ อย่างไม่ค่อยยั้งคิด ขาดสติ และไม่เป็นตัวของตัวเอง คนส่วนใหญ่ในสังคมมีค่านิยม เกาะกระแส เพราะกลัวจะตกกระแส โดยไม่เคยคำนึงว่ากระแสนั้นถูกหรือผิด เหมาะหรือควรอ่างไร ถ้าจะมีใครทวนกระแสเตือนสติสังคม ก็มักถูกกระแสสังคมนั้นทำลายย่อยยับ แทบจะหาที่ยืนไม่ได้ทีเดียว
 
1. วัตถุนิยม เป็นค่านิยมที่มีมานานดูเหมือนจะอยู่คู่สังคมไทยทีเดียว เราให้ความสำคัญกับวัตถุมากกว่าทางด้านจิตใจ เพื่อนผู้เขียนเคยมาเล่าให้ฟังว่า ถูกเพื่อนคนหนึ่งที่ลาออกจากราชกาลมาทำงานระบบขายตรง หลอกให้เป็นสมาชิกด้วยวิธีการต่าง ๆ เสียทั้งเวลาและเงินทอง ซึ่งยังไม่แย่เท่ากับเสียความรู้สึก คนที่ถูกหลอกนั้นอยู่ในระหว่างตกงาน ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เห็นเพื่อนลาออกจากราชการคิดว่าคงลำบาก ก็อยากช่วยอยู่แล้ว แต่เพื่อนไม่มาขอให้ช่วยดี ๆ กลับหลอกลวงด้วยกลวิธีต่าง ๆ คนที่ถูกหลอกก็ไว้ใจ คิดว่าเป็นเพื่อนจึงหลงเชื่อ กว่าจะมารู้ว่าเพื่อนที่มาหลอก ไม่ได้ลำบากยากเข็ญอะไร แต่มีเป้าหมายจะเอาเงินไปซื้อรถเบนซ์ ขณะที่คนถูกหลอกยังขับรถญี่ปุ่นคันเล็ก ๆ และตกงาน แต่จิตใจที่อยากช่วยเหลือเพื่อน เพราะได้ข่าวว่าเพื่อนผู้หลอกลวงนั้น เคยป่วยเป็นมะเร็งระยะแรก แต่รักษาหายแล้ว เคยเห็นผู้ป่วยเป็นมะเร็งมากมาย ที่พอชีวิตใกล้ความตายกลับละ ลด เลิก กิเลส ความรัก โลภ โกรธ หลงได้มาก ปลงอะไรได้หลายอย่าง ใช้ชีวิตสมถะมากขึ้น แต่คนเคยป่วยเป็นมะเร็งคนนี้ กินอาหารชนิดท้าทายมะเร็ง และมีเป้าหมายในชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อทะเยอทะยานทางวัตถุ โดยไม่ใส่ใจความเจริญงอกงามในจิตใจ
 
เมื่อพูดถึงรถยนต์ก็อยากเล่าประสบการณ์ที่เคยเจอกับตัวเองให้ฟัง สมัยที่น้ำมันราคาถูกกว่านี้ ผู้เขียนขับรถยุโรปคันใหญ่ เวลาไปงานโรงแรม เจ้าหน้าที่โรงแรมจะวิ่งมาโบกรถให้ไปจอดทางขึ้น-ลงของโรงแรมซึ่งสะดวกมาก แต่พอลงจากรถต้องไม่ลืมทิปอย่างต่ำก็ 50 บาท ถ้าวันไหนขับรถญี่ปุ่นคันเล็กไป เพราะคล่องตัวและสะดวก จะถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงแรม ไล่ไปจอดใต้ถุนโรงแรม ซึ่งถ้าวันไหนโรงแรมมีงานใหญ ่ก็ต้องวนหาที่จอดรถจนเหนื่อย
 
ตอนขับรถเข้า-ออกหมู่บ้านหรือที่ทำงานก็เช่นกัน วันไหนขับรถยุโรปไป จะได้รับการทำความเคารพจาก รปภ. อย่างสวยงาม ถ้าวันไหนขับรถญี่ปุ่นคันเล็ก ๆ ไป จะไม่มี รปภ. คนไหนทำความเคารพ แปลว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้น ทำความเคารพราคาของรถยนต์ มิใช่เจ้าของรถยนต์ผู้เป็นผู้จ่ายค่าจ้าง รปภ.
 
เวลาที่ไปซื้อของก็เหมือนกัน ไม่รู้ว่าใครเคยมีประสบการณ์เหมือนผู้เขียนหรือเปล่า ที่ต้องจอดรถยุโรปคันใหญ่ไว้ไกลพ้นตาแม่ค้า-พ่อค้า มิฉะนั้นผลไม้ที่คนทั่วไป ซื้อในราคากิโลกรัมละ 35 บาท จะต้องเสียเงินซื้อในราคากิโลกรัมละ 50 บาท
 
พวกวัตถุนิยมจึงมักตัดสินคนที่เปลือกนอก มีบ่อยครั้งที่คนไม่ได้สนใจเปลือก ต้องถูกพวกนิยมเปลือกดูแคลนและทำกิริยาวาจาหยาบใส่ อย่างที่คุณกนกพรรณ เหตระกูล เจ้าของกิจการนมเปรี้ยวยี่ห้อดังเคยเจอ โดยปกติคุณกนกพรรณ เธอใส่เครื่องแบบสาวยาคูลท์เป็นประจำจนชิน ลืมไปว่าคนบางคนเขาให้ราคากันที่ เปลือก จนวันหนึ่งเธอสวมเครื่องแบบนั้นเข้าห้างสรรพสินค้าดังกลางเมืองหลวง ตั้งใจจะไปซื้อเครื่องสำอางยี่ห้อโปรดที่เคยใช้ประจำ จึงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ แต่ไม่พบพนักงานขายที่เคยรู้จัก เอ่ยปากถามพนักงานขายที่ประจำการแทนว่า "น้องค่ะ น้องอีกคนไม่มาหรือค่ะ" คุณน้องไม่ตอบ แต่กวาดสายตาไปที่คนถามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วถามกลับว่า "มีธุระอะไรกับเขาล่ะ" ได้ยินน้ำเสียง ผสมกับสายตาขนาดนั้น คุณกนกพรรณเธอก็เลยหันกลับ คงคิดได้ว่า ไม่ควรเอาทองไปลู่กระเบื้อง ให้เสียราคาทอง
 
นอกจากตัดสินคนที่เปลือกนอกแล้วยังมักตื่นคนรวย เรียกว่าใครมีเงินนับน้อง ใครมีทองนับพี่ เอาอกเอาใจ รับใช้อย่างดี โดยไม่คำนึงว่าเงินทองที่เข้ามีนั้น ได้มาโดยสุจริตหรือไม่ เห็นดีเห็นงามไปในทุกเรื่อง แม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม แต่อำนาจเงินบังตา ปิดปาก ยกยอปอปั้น สรรเสริญ เจริญพร จนคนที่มีเงินลอยโลดเตลิดหลง คิดว่าอำนาจเงินนั้นซื้อได้ทุกอย่างทุกคน เพราะตัวอย่างใกล้ตัวยืนยันให้คิดได้อย่างนั้น กว่าจะรู้ตัวว่าเงินไม่สามารถซื้ออะไรทุกอย่าง ก็คงต้องหมดตัวเสียก่อน จึงจะเรียนรู้ว่า ความจงรักภักดี นั้นซื้อไม่ได้
 
2. พวกฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย นิยมสินค้า Brand Name อาจจะเป็นเพราะวัตถุนิยม จึงมีค่านิยมว่าต้องใช้ของมียี่ห้อหรือมีตราดังระดับโลก จึงจะโก้เก๋มีระดับเข้าสังคมได้ เนคไทผู้ชายผืนเล็กนิดเดียวราคาเส้นละ 12,000 บาท เข็มขัดตราสัญลักษณ์สินค้านั้น ราคาเส้นละ 18,500 บาท ผู้หญิงไม่ยอมน้อยหน้ากระเป๋าผ้าใบฝรั่งเศส ราคาใบละ 37,900 บาท รองเท้าราคาคู่ละ 24,800 บาท นี่ไม่ใช่ราคาสูงสุดแต่เป็นราคาระดับกลาง ๆ เท่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าชาวนาต้องทำนากี่ไร่ ใช้เวลากี่เดือน จึงจะแลกกระเป๋าได้สักใบ ทั้ง ๆ ที่บ้านเราเป็นประเทศยากจน ไม่ได้ค้าน้ำมันได้เหมือนบ้านเมืองอื่น แต่คนของบ้านเราใช้สินค้าราคาแพงเกินตัวและฐานะ สร้างค่านิยมที่ไม่ควรประพฤติปฏิบัติ วัยรุ่นบ้านเรานิยมลัทธอเอาอย่าง ชอบเลียนแบบอยู่แล้ว ในครอบครัวฐานะดี พ่อแม่มีเงินให้ได้ก็ยังพอทำเนา แต่ในรายที่ครอบครัวเป็นคนชั้นกลาง หรือมีฐานะยากจน พ่อแม่ไม่มีเงินซื้อของมาให้ แต่ลูกอยากเทียมหน้าเทียมตาเพื่อนฝูง ก็ต้องหาเงินเอกด้วยวิธีขายตัว ทั้งเด็กหญิงและเด็กชายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และพรหมจารีเป็นสิ่งไร้ค่า ถ้าเทียบกับสินค้าราคาแพงเหล่านั้น บางคนถึงไม่ซื้อก็ไปเช่าสินค้าเหล่านั้นมาใช้เป็นรายชั่วโมง
 
Mobile Phone หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่นี่ก็เหมือนกัน เด็กวัยรุ่นที่อยู่ในวัยศึกษายังหาเงินใช้เองไม่ได้ แต่ซื้อโทรศัพท์ราคาแพงใช้ แล้วเปลี่ยนบ่อยที่สุด ตกรุ่นไม่่ได้ ต้องทันสมัยตลอดเวลา โทรศัพท์ที่น่าจะเป็นเครื่องมือสื่อสารที่จำเป็นในการทำธุรกิจ กลายเป็นเครื่องมือที่เด็ก ๆ คุยแต่เรื่องไร้สาระเป็นชั่วโมง จึงไม่น่าประหลาดใจว่าทำไมบริษัทผู้ผลิต และผู้บริการจึงรวย
 
3. รักสนุกสุขนิยม คนกลุ่มนี้จะใช้ชีวิตอย่างสำเริงสำราญ แบบข้าฯ นิยมจริง ๆ ทั้งกิน เที่ยว เล่น ด้วยความสนุกสนาน ฟุ่มเฟือย พร่าผลาญทรัพยากรมากกว่าคนทั่วไปหลายสิบเท่า ดูเผิน ๆ ก็ไม่ได้เดือดร้อนใคร แต่ถ้าคิดดูให้ดีเป็นการใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี แล้วฤทธิ์ความคึกคะนองยังไปสร้างความเดือนร้อนให้คนอื่น เช่น เสพเหล้ายา มึนเมาขับรถไปชนคนตาย หรือนิยมและเปลี่ยนคู่นอน (Swinging) โดยที่สามีภรรยาจูงมือกันไปเป็นคู่ ๆ แล้วแลกเปลี่ยนคู่ของตนไปร่วมรักกับคู่อื่น ตามแต่อยากจะจับคู่กับคู่ของใคร ด้วยความเต็มใจและพออกพอใจของทุกฝ่าย เป็นเรื่องรสนิยมทางเพศที่เลียนแบบจากตะวันตก ที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งกับวัฒนธรรมไทย ทั้งยังเป็นการทำลายความมั่นคงแข็งแรง ความอบอุ่น ผาสุกของสถาบันครอบครัวอย่างรุนแรง
 
4. กลัวความอ้วน เห็นเด็กสาว ๆ สมัยนี้กลัวความอ้วนจนเกินเหตุ ไม่ยอมกินอาหารจนตัวผอมมาก รูปร่างมีแต่กระดูก ขณะที่ร่างกายกำลังต้องการสารอาหารไปช่วยเสริมสร้างความเจริญเติบโต ให้ร่างกายและสมอง ต้องการพลังงานไปใช้ในการเรียน การทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่คนพวกนี้จะยอมอดอาหาร เพราะกลัวไม่สวย อดอาหารจนเป็นโรคขาดสารอาหารเหมือนเด็กอดอยากยากจนในเอธิโอเปีย ทั้งที่มีฐานะความเป็นอยู่อุดมสมบูรณ์
 
เคยเห็นเด็กนักเรียนวันรุ่นเป็นลมล้มลงต่อหน้าต่อตา ทราบจากผู้ปกครองว่า เด็กไม่ยอมกินอะไรเพราะกลัวอ้วน นอกจากร่างกายจะเจ็บป่วยแล้ว สติปัญญาก็แย่ไปด้วย เพราะขาดสารอาหารไปบำรุงสมอง จึงขอให้สาว ๆ ที่อยากรักษารูปร่าง รู้จักรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอ และออกกำลังกาย ก็จะทำให้สุขภาพแข็งแรง และไม่อ้วน โดยไม่จำเป็นต้องทรมานร่างกายอดอาหาร ที่บั่นทอนทั้งสติปัญญาและความงาม เพราะคนผอมนั้นมักจะผอมแห้ง ผิวพรรณซีดเซียว ดวงตาไม่สดใส ปากแห้ง ผมแห้งกรอบ เพราะขาดสารอาหารไปหล่อเลี้ยง มีแต่โครงกระดูกเคลื่อนที่ช้า ๆ เนื่องจากไม่มีแรง น่ากลัวจะตายไป ไม่เห็นสวยตรงไหน
 
ส่วนพวกที่นิยม กิจกรรมกิน ในทุกเรื่องเป็นทางออก ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ดีใจหรือเสียใจประการใด จนร่างกายออกจะพีเกินพิกัด ก็ควรเพลา ๆ ลงเสียบ้าง เพราะความอ้วนนั้นนอกจากไม่เจริญตาเจริญใจแล้ว มักพาโรคภัยไข้เจ็บมากมายมาหาคุณด้วย
 
5. เห็นแก่เงิน เห็นแก่ได้ คนพวกนี้ทำได้ทุกอย่าง เขาจะทำให้ได้มาซึ่งเงินหรือผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมจรรยา ความถูกต้อง ยอมเป็นคนประจบสอพลอผู้มีอำนาจ อิทธิพลที่สามารถจะบันดาลทรัพย์สินเงินทองและผลประโยชน์ให้ได้ ยอมแม้แต่สร้างเรื่องเท็จเพื่อใส่ความคนอื่นให้ต้องเสื่อมเสียรับโทษ เพื่อเอาใจนาย บางคนเปลือยเนื้อหนังมังสาถ่ายภาพอนาจาร เพราะอยากได้เงินโดยปราศจากความละอาย ฉะนั้นเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเอง และวงศ์ตระกูลก็ไม่ต้องพูดถึง ถ้าขายได้พวกนี้ขายหมด หากจะใช้สอยคนพวกนี้ ต้องเอาเงินและผลประโยชน์เข้าล่อจนเขาพอใจ งานก็จะสำเร็จ ประเภทเห็นเงินแล้วตาลุก เรื่องความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดี ความกตัญญูรู้คุณ อย่าไปพูดให้คนพวกนี้ฟัง หาไม่จะถูกประนามว่า โง่เง่า คนที่จะใช้หรือใกล้ชิดคนพวกนี้ จึงต้องระวังให้จงหนัก
 
6. ค่านิยมทางเพศ


(มีต่อตอน 2)


โดย : รมณีย์
ขอขอบคุณ : วารสาร For Quality

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที