TPA Magazine

ผู้เขียน : TPA Magazine

อัพเดท: 22 พ.ย. 2006 09.59 น. บทความนี้มีผู้ชม: 9712 ครั้ง

ฉบับนี้ต้องขอแสดงความยินดีย้อนหลังกับนายกสมาคมส่งเสริมคุณภาพคนใหม่ ซึ่งรับตำแหน่งโดยนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี สมาชิก ส.ส.ท. หมายเลข 1-92-0010 อดีตเจ้าของคอลัมน์ Safety Digest และ Quality Times


นายกสมาคมส่งเสริมคุณภาพฯ ประกาศผลักดัน “คิวซีซี” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ฉบับนี้ต้องขอแสดงความยินดีย้อนหลังกับนายกสมาคมส่งเสริมคุณภาพคนใหม่ ซึ่งรับตำแหน่งโดยนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี สมาชิก ส.ส.ท. หมายเลข 1-92-0010 อดีตเจ้าของคอลัมน์ Safety Digest และ Quality Times

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี (ผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม) ได้เปิดใจผ่านทาง TPA News ว่า หลังจากได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมส่งเสริมคุณภาพแห่งประเทศไทย ด้วยคะแนนเอกฉันท์จากสมาชิกสมาคมฯ ว่าจะผลักดันเรื่อง “คุณภาพ” ให้เป็นเครื่องมือหลักสำหรับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของไทย โดยอาศัย “คิวซีซี” เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จในการนำธุรกิจอุตสาหกรรมไทย สู่ระดับ World Class ให้ได้

ความมุ่งมั่นดังกล่าวนี้จะสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐบาลที่ส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสังคมของผู้ประกอบการโดยมี SMEs และ OTOP เป็นฐานรากที่สำคัญ ซึ่งการที่จะทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมเหล่านั้นเติบโตอย่างยั่งยืนได้นั้น จะต้องปูพื้นด้วย “คิวซีซี” เพื่อให้เกิดจิตสำนึกแห่งคุณภาพในการปรับปรุงกิจการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คิวซีซี (QCC) มาจากคำเต็มว่า “Quality Control Circle” ซึ่งหมายถึง กระบวนการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบโดยกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน เพื่อปรับปรุงคุณภาพงาน (สินค้าหรือบริการ) โดยใช้ข้อมูลจริง (Fact) จึงมีหลายท่านเรียกคิวซีซีว่า “กิจกรรมกลุ่มเพื่อการสร้างเสริมคุณภาพ” หรือ “กิจกรรมกลุ่มเพื่อการปรับปรุงงาน”

กิจกรรม “คิวซีซี” ในบ้านเรามีประวัติยาวนานมากว่า 30 ปีแล้ว คือ เริ่มในประเทศไทยประมาณปี 2518 โดยกลุ่มบริษัทไทยที่ร่วมทุนกับญี่ปุ่น หลังจากที่ได้เห็นถึงความสำเร็จของธุรกิจ อุตสาหกรรมญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากได้นำคิวซีซีไปใช้เพื่อปรับปรุงแก้ปัญหาหน้างาน และนำไปสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ

บริษัทแรกที่เริ่มกิจกรรมคิวซีซีในบ้านเราก็คือ บริษัท ไทยบริดสโตน จำกัด ซึ่งต่อมาได้แพร่หลายอย่างรวดเร็วในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์

ญี่ปุ่นได้เริ่มกิจกรรมคิวซีซีมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนทำให้ญี่ปุ่นสามารถพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมของตนเองจากที่ผลิตสินค้าด้อยคุณภาพกลายมาเป็นผู้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงจนเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกในปัจจุบัน

จึงถึงเวลาที่ธุรกิจอุตสาหกรรมของไทยจะต้องหันกลับมาทบทวนเรื่องคิวซีซีกันอย่างจริงจังแล้ว เนื่องจากมีวิกฤตการณ์อยู่รอบด้านที่ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจอุตสาหกรรมไทยลดลง

การเริ่มกิจกรรมคิวซีซีในยุคนี้จึงไม่ใช่ทำด้วยรูปแบบเดิม ๆ แต่จะต้องมีทิศทางและวิธีการใหม่ ๆ ในการทำงาน ซึ่งผู้บริหารระดับสูงจะต้องเป็นผู้กำหนดและกระจายมาสู่ผู้ปฏิบัติระดับล่างอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำการกำหนดตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (ผลของการปรับปรุงงาน) อย่างชัดเจนในทุกระดับ

การเสริมสร้างความรู้และการพัฒนาทักษะของพนักงานอย่างต่อเนื่อง และทำแบบชาญฉลาดด้วยกิจกรรมคิวซีซีรูปแบบใหม่ จะทำให้องค์กรมีพนักงานพันธุ์ใหม่ที่มีความรู้และความสามารถใหม่ ๆ (Knowledge-based Worker) ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อความอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

นายกสมาคมส่งเสริมคุณภาพแห่งประเทศไทยคนใหม่ (นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี) ได้เน้นทิ้งท้ายว่า มีโครงการที่จะร่วมมือกับหลาย ๆ หน่วยงาน อาทิ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และหน่วยงานต่าง ๆ ในการผลักดันให้เกิด “วัฒนธรรมแห่งคุณภาพ” (Quality Culture) เพื่อการสร้าง “คุณภาพคน-คุณภาพงาน” อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของการปรับปรุงกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ธุรกิจอุตสาหกรรมและสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป


Interview : อารีย์  ยิ่งวิริยะวัฒน์


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที