จักรกฤษณ์

ผู้เขียน : จักรกฤษณ์

อัพเดท: 12 พ.ย. 2006 08.23 น. บทความนี้มีผู้ชม: 2278 ครั้ง

เรื่องสั้น ซึ้งใจของเด็กชายกับต้นไม้ต้นหนึ่ง


ต้นกล้า-ต้นใหม่

ต้นกล้า ต้นใหม่

            ฉันลืมตาตื่นด้วยความสดชื่นเพราะแสงสีทองของดวงอาทิตย์กำลังฉายอยู่ที่ขอบฟ้า เสียงมวลหมู่นกต่างๆ กำลังขับขานบทเพลงรับอรุณด้วยความไพเราะเป็นสัญญาณให้เหล่าสรรพสิ่งทั้งหลายในทุ่งหญ้าแห่งนี้ให้ตื่นขึ้นและและเริ่มดำเนินชีวิตต่อไป สายหมอกสีขาวลอยอยู่บนทุ่งหญ้าสีเขียวชอุ่ม พาเอาความสดชื่นและชีวิตชีวากลับคืนสู่ตัวฉันอีกครั้ง ฉันยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าแห่งนี้ด้วยความสุขใจ ดวงอาทิตย์เริ่มลอยขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ แสงแดดสีทองไล่สายหมอกสีขาวจนหายไป เหลือไว้แต่เพียงหยดน้ำใสเกาะตามใบหญ้าที่ส่องประกายระยิบระยับยามต้องแสงแดด เด็กชายคนหนึ่งเดินฝ่าทุ่งหญ้ามาเรื่อยๆจนมาถึงตัวฉัน พร้อมยื่นมือลูบตัวฉันเบาๆด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

                        “ขอฉันวาดรูปเธอหน่อยนะ”เด็กชายพูดแล้วหยิบกระดาษพร้อมดินสอในกระเป๋าออกมา

                        “ได้สิ”ฉันได้แต่ตอบคำถามกับตัวเองเบาๆ ใช่สิ ก็ฉันมันพูดไม่ได้นี่ เด็กน้อยคนนั้น นั่งลงบนผืนหญ้าแล้วเริ่มทำงาน

            เด็กชายคนนี้มาหาฉันทุกวัน บางวันมาวาดภาพ บางวันมานั่งเล่น บางวันมานั่งร้องไห้ บางวันมาคุยกับฉันทั้งๆที่เขาก็รู้ว่าฉันพูดไม่ได้ เขาเป็นเด็กที่อ่อนโยน ใจดี จนฉันอยากจะให้ของขวัญตอบแทนกับเขา แต่ฉันก็ไม่สามารถทำได้ ที่พอจะให้ได้ก็มีเพียงแต่ร่มเงาเท่านั้น

            “นี่เธอ ฉันจะย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วนะ”วันหนึ่ง เด็กชายคนนั้นกอดฉัน น้ำตาของเขาไหลผ่านผิวกายสีน้ำตาลที่แข็งกระด้างของฉัน นี่เธออย่าย้ายไปไหนเลย อยู่กับฉันที่นี่แหละ ถ้าเธอไป ฉันคงเหงาแย่เลย

            “ฉันไปก่อนนะ ฉันสัญญาว่าเมื่อถึงเวลาฉันจะมาอยู่ข้างๆตัวนาย เป็นเพื่อนนายตลอดไป”เด็กชายเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อ แล้วเดินจากไปในยามพระอาทิตย์อัสดง โธ่ เด็กน้อย เธอช่างใจร้ายกับฉันจริงๆ

**********

            วันเวลาผ่านไป จากวัน เป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ฉันก็ยังเฝ้านึกถึงวันเวลาที่ผ่านมา เฝ้านึกถึงใบหน้าอันมีความสุขของเด็กชายคนนั้น เฝ้านึกถึงหยาดน้ำตาของเขาที่ไหลรินรดผิวกายของฉัน แต่เอ๊ะ! นั่นใครกำลังเดินมาทางนี้นะ

            “มะขามต้นนี้ต้นใหญ่จริง คงขายได้หลายบาทนะ”ชายวัยกลางคนคนหนึ่งในกลุ่มบอกกับเพื่อนๆของเขา

            “เสียดาย ไม่ออกฝัก ไม่งั้นก็เอาไปทำมะขามเปียกขายได้อีก”ผู้ชายผิวคล้ำอีกคนหนึ่งบอก แล้ว ก้มหยิบเครื่องมือโลหะ ที่มีฟันแหลมคมเต็มไปหมด เขากดลงบนปุ่มนูนบนเครื่องมือชิ้นนั้น มันส่งเสียงคำรามจนฉันรู้สึกตกใจ เขานำฟันแหลมคมมาจี้ไปที่ตัวฉันแล้วกดลงไป

            “โอ๊ย...............”

            ความเจ็บปวดแสนสาหัสแผ่มาจากบาดแผล พวกนั้นมันกำลังตัดลำตัวของฉันโดยไม่ได้คำนึงว่าตัวฉันจะรู้สึกอย่างไร คนกลุ่มนั้นตัดตัวฉันออกเป็นชิ้นๆ แล้วเอารถบรรทุกขนออกไป  ฉันได้แต่มองร่างของฉันที่อยู่บนรถด้วยใจอาลัยและเจ็บแค้น มนุษย์ทำไมช่างใจร้ายเช่นนี้  จากวันนั้นฉันที่เคยสูงใหญ่ เคยให้ร่มเงาแก่สัตว์เล็กๆ ก็กลายมาเป็นเพียงตอไม้แห้งๆ ที่ไร้ค่า โธ่...เด็กน้อยคนนั้น เธอจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเธอกลับมาแล้วเห็นฉันในสภาพแบบนี้

**********

            วันเวลาล่วงเลยมานานแล้วฉัน วันนี้ฉันได้แต่มองและเฝ้ารอเด็กชายคนนั้นซึ่งป่านนี้คงจะกลายเป็นชายชราที่แสนใจดีที่อยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ แต่นั่นใครกำลังเดินมาทางนี้

            “ ......”

ชายชราผมสีดอกเลาคนหนึ่งกำลังเอามือที่หยาบกร้านลูบไปมาบนแผลที่ถูกตัดอย่างช้าๆ น้ำตาของเขาไหลเอ่อลงมาอาบแก้ม

            “โธ่...เพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน”ชายชราพูดซ้ำไปซ้ำมา ในขณะที่ความทรงจำทั้งหมดในอดีตไหลวนอยู่ในจิตใต้สำนึกของฉัน ใช่แล้วชายชราผู้นี้คือเด็กชายเพื่อนของฉันนั่นเอง เขานั่งลงบนตัวฉันพร้อมทั้งเล่าประสบการณ์ การเดินทางในชีวิต พร้อมให้สัญญาว่าจะอยู่เป็นเพื่อนกับฉันตลอดไป บัดนี้ฉันได้หลับลงภายใต้แสงระยิบระยับจากดาวประกายพรึกที่อยู่บนฟากฟ้า

***********

            เสียงนกร้องเพลงได้ปลุกให้ฉันตื่นขึ้น เพื่อจะบอกอรุณสวัสดิ์ชายชราคนนั้น แต่ฉันไม่พบใครเลย พบเพียงแต่สายลมฤดูหนาวที่ส่งเสียงหวีดหวิวและต้นมะขามต้นเล็กๆต้นหนึ่ง ข้างๆตัวฉัน

 

จบ


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที