สุวรรณี

ผู้เขียน : สุวรรณี

อัพเดท: 30 พ.ย. 2012 14.42 น. บทความนี้มีผู้ชม: 2668 ครั้ง

นายกสมาคมพ่อค้าผ้าไทยคนใหม่ยอมรับภาวะสิ่งทอผกผัน พ่อค้าผ้าสำเพ็งต้องปรับตัว มองอาเซียนเป็นฐานการผลิตและส่งออก พลิกบทบาทรับภาระต้นทุนตั้งแต่วัตถุดิบฝ้ายจนถึงผ้าสำเร็จรูป


สัมภาษณ์นายกสมาคมพ่อค้าผ้าไทย

คุณสุวิทย์ จตุจินดา นายกสมาคมพ่อค้าผ้าไทยคนที่ 9 รับตำแหน่งใหม่พร้อมเร่งสานต่อนโยบายสมาคมฯ ให้ความรู้และกระตุ้นสมาชิกให้รับรู้ข่าวสารมากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสรรหาวัตถุดิบและผลิตสิ่งทอด้วยต้นทุนที่แข่งขันได้
 
Q ทุกวันนี้บทบาทของพ่อค้าผ้าสำเพ็งต่อซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมสิ่งทอมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
A ตอนนี้สิ่งทออยู่ในภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมาก ผู้ประกอบการการ์เม้นท์เองก็ต้องการต้นทุนที่ถูกลง พยายามติดต่อกับโรงงานโดยตรงเป็นบางส่วน ในกรณีที่เขาสามารถสั่งผลิตผ้าในจำนวนที่โรงทอสามารถรับได้ สำหรับโรงทอผ้าทุกวันนี้ก็มีบางโรงงานที่ออกหาลูกค้าเองโดยตรง ซึ่งสำเพ็งเป็นเทรดเดอร์สามารถเบรคตัวเองได้ ผ้าแบบไหนที่ขายไม่ดีก็สั่งผลิตน้อย ขณะที่โรงงานทอผ้าเครื่องจักรต้องทำงานตลอดเวลา การหาลูกค้าเองจึงเป็นการเปิดช่องทางสื่อสารกับลูกค้าโดยตรงเพื่อขยายตลาด
 
Q จากบทบาทการเป็นเทรดเดอร์ เมื่อการ์เม้นท์บางส่วนพยายามตัดคนกลาง แนวทางของสำเพ็งจะเดินไปทางไหน
A การ์เม้นท์ส่วนใหญ่ก็สามารถไปซื้อผ้าเองที่เมืองจีนได้ แต่เขาอาจจะคิดว่าไม่คุ้มที่จะต้องจ่ายเงินสดโดยเฉพาะการ์เม้นท์ที่เป็นเอสเอ็มอี พร้อมทั้งรับความเสี่ยงโดยที่ไม่รู้ว่าผ้าจะมีปัญหาอะไรบ้าง ผมว่าหลายคนมองกลับมาที่สำเพ็ง ให้สำเพ็งรับผิดชอบผ้ามีปัญหา มีตำหนิก็สามารถเคลมกันได้ และได้เครดิตด้วย ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดแข็งของสำเพ็ง
สำเพ็งทุกวันนี้ต่างกับเมื่อก่อน ค้าขายก็ไม่ได้กำไรมาก ผมว่าให้สำเพ็งเป็นคนรับผิดชอบทั้งเครดิต และการันตีหากผ้ามีปัญหา น่าจะคุ้มกว่า

 

Q ผู้ประกอบการสำเพ็งต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง
A ทุกคนต้องพัฒนาสินค้าตัวเอง ออกดีไซน์เอง ทำผ้าแนวใหม่ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และต้องดูตลาดดูแฟชั่นมากขึ้น ใครต้องการหาผ้าตัวนี้ก็ต้องมาที่นี่ ที่สำคัญโรงงานผ้าเองก็ได้ออร์เดอร์ต่อเนื่องที่แน่นอนจากสำเพ็ง ขณะที่จุดแข็งของสำเพ็งก็คือการ์เม้นท์สามารถสั่งผ้าในจำนวนที่น้อยได้ และยังเป็นคนจัดการเรื่องสต็อกผ้าให้อีกด้วย
พ่อค้าผ้าสำเพ็งหลายบริษัทนำเข้าผ้าจากเมืองจีนมาค่อนข้างเยอะ เพราะผ้าจีนมีความหลากหลายมาก ซึ่งไม่ชนกับผ้าที่ผลิตในไทย
สำเพ็งต้องปรับตัวอีกหลายอย่าง ทุกวันนี้ปัญหาผ้าจากเมืองจีนเข้ามาเป็นปัญหามาก สำเพ็งต้องปรับตัวอาจจะเป็นคู่ค้ากับทางจีน เพราะเราแข่งกับเขาไม่ได้ ซึ่งตรงนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อโรงงานทอผ้าในบ้านเรา เพราะต้องแข่งขันในเรื่องต้นทุน
อีกประเด็นคือเรื่องความร่วมมือกันระหว่างสมาชิกที่มีการเปิดเผยข้อมูลกันมากขึ้น มีการเช็คลูกค้าที่ขอเครดิต เนื่องจากสถานการณ์ที่ผ่านมาสมาชิกหลายรายถูกลูกค้ารายเดียวกันขอเครดิตและค้างเงินเป็นจำนวนมาก เป็นบทเรียนที่ทำให้ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน

 

Q การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC สำเพ็งมองโอกาสตรงนี้อย่างไรบ้าง
อ่านต่อคลิก
http://logisticsviews.blogspot.com/2012/11/blog-post_5070.html

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที