Lacin

ผู้เขียน : Lacin

อัพเดท: 24 พ.ย. 2006 13.12 น. บทความนี้มีผู้ชม: 6740 ครั้ง

เพราะความอยากรู้อยากเห็นรักสนุกและความชอบส่วนตัว ทำให้เธอต้องกลายเป็นเด็กสาวต้องคำสาป แต่ชีวิตของเธอไม่ได้มืดมน... การผจญภัยเพื่อการถอนคำสาปร่วมกับเพื่อนใหม่ที่ได้พบเจอเป็นไปอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางอันตรายต่างๆที่ไม่อาจะสั่นคลอนมิตรภาพและกำลังใจในการต่อสู้ลงไปได้.....


ตอนที่ 2 การทดสอบไหวพริบ

ตอนที่ 2 การทดสอบไหวพริบ 

  บวนแถวอันยาวเหยียดที่ทำให้หลายคนที่มาสมัครทดสอบเริ่มมีหมอกแห่งการถอดใจตั้งเค้าในความรู้สึกขึ้น สภาแอนเดสดูๆไปแล้วเนื้อที่ก็ไม่กว้างขวางมากทำให้โอลิเวียที่อยู่ในร่างของเด็กผู้ชายรู้สึกสงสัยอย่างช่วยไม่ได้


              
สภาแอนเดสดูภายนอกแล้วเหมือนกับว่าเป็นบ้านชั้นเดียวขนาดไม่ได้กว้างใหญ่อะไร ถ้าให้ประมาณน่าจะจุคนได้โดยที่เบียดเสียดกันอย่างมากที่สุดก็น่าจะได้สักสี่สิบถึงห้าสิบคน แต่ตอนนี้คนที่ต่อแถวอยู่นี่ดูท่าทางจะเยอะกว่าความจุโดยประมาณในสายตาของโอลิเวียหลายเท่าตัว มือบางปาดหยดน้ำใสๆที่ไหลลู่ตามใบหน้าเรียวคนก็แน่น อากาศก็ร้อน แล้วเมื่อไรสภาจะเปิดสักที เวลาทดสอบที่แน่นอนก็ไม่ได้แจ้งมา ให้กะจากสายตาเขาน่าจะยืนอยู่เป็นลำดับที่สามพันกว่าๆ ขนาดถ่อมาตั้งแต่เช้ามืดนะเนี่ย

 


“นาย... เป็นเจ้าชายเมืองไหนเหรอ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังของเขา โอลิเวียในร่างของเด็กหนุ่มผิวหน้าขาวเนียน พวงแก้มแต้มสีชมพูเรื่อจางๆสม่ำเสมอ เส้นผมสีบลอนด์ยาวระบ่าที่ถูกรวบไว้หลวมๆด้วยริบบิ้นสีทอง ร่างของหนุ่มน้อยสวมชุดโค้ทหนาสีขาวสว่างตาด้านหน้าติดกระดุมทองสองเม็ดกลางลำตัว ด้านหลังของโค้ทตัวยาวมีลายวิจิตรสีทองขนาดใหญ่ที่ดูสวยงาม ส่วนด้านในสวมเชิ๊ตบางและกางเกงผ้านุ่มสีขาวล้วน ดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็นเด็กหนุ่มจากตระกูลสูงศักดิ์แล้วยิ่งบุคลิกลักษณะภูมิฐานที่ดูนิ่งสงบนี่ด้วยแล้ว ไม่แปลกที่จะมีใครบางคนคิดว่าเขาเป็นเจ้าชายหรือรัชทายาทจากที่ไหนสักแห่ง เพราะที่โรงเรียนแอนเดสมักจะมีคนที่มีศักดินาใหญ่โตมาลงทดสอบเรียนแทนที่จะสมัครเข้าเรียนโดยเสียเงินปกติ สาเหตุหนึ่งก็เพื่อจะพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง

 


“ไม่ใช่หรอก” โอลิเวียตอบเสียงนุ่มด้วยมาดสงบ รักษาท่าที อยู่ในร่างผู้ชายเขาจะกระโตกกระตากมากไม่ได้และเขาก็ไม่ต้องการสุงสิงกับใครโดยไม่จำเป็น  บุคลิกนิ่ง เงียบ สุขุม ความจริงไม่ใช่ตัวตนของเขาเลย แต่เพื่อความปลอดภัย ควรจะอยู่อย่างสันโดษ นั่นคือสิ่งที่เขาประเมินไว้ในใจ


               
เด็กชายที่เอ่ยถามดูอายุไล่เลี่ยกับโอลิเวีย เส้นผมสีฟ้าอ่อนและนัยน์ตาสีเดียวกันกับผมมีประกายแห่งความสดใส ตื่นเต้น เสื้อผ้าที่ใส่เป็นชุดง่ายๆ แค่เสื้อยืดและกางเกงขายาวพอดีตัว สะพายกระเป๋าเป้ใบเล็กไว้ที่บ่า ดูทะมัดทะแมง


“แต่นายดูท่าทาง....... คุณชายมากเลยนะ ชื่ออะไรเหรอฉันชื่อ สเตฟาน คาสโตร”


“โอลิเวอร์.... โอลิเวอร์ ฮิลลารี”


“ว่าแต่.... ลูกแก้วนั่น....”  นัยน์ตาสีฟ้าคู่โตจ้องมองลูกแก้วขนาดจ้อยที่ห้อยลำคอเรียวอย่างสงสัย


“ลูกแก้วกักเวท” พูดพลางลูบลูกแก้วสีฟ้าโปร่งแสงอย่างเบามือ ลูกแก้วนี่ทำเขาหมดเงินไปเกือบครึ่งของที่มีอยู่ ทำให้สามวันที่ผ่านมาต้องอยู่อย่างอดอยากในห้องเช่าของโรงแรมรังมด


               
แต่จะไม่ลงทุนก็ไม่ได้ถ้าไม่มีเจ้านี่ลำพังพลังของเขาอาจจะมีไม่มากพอที่จะสอบผ่านได้


               
คุณประโยชน์ของมัน จะดึงเอาพลังจิตที่แข็งแกร่งของเจ้าของและบรรยากาศรอบตัวแปรเป็นพลังเวท... ถ้าอากาศหนาวพลังเวทป้องกันจะมีประสิทธิภาพแข็งแกร่ง ถ้าอากาศร้อนพลังเวทโจมตีจะมีประสิทธิภาพรุนแรง ถ้าในสภาวะอากาศปลอดโปร่งเบาสบายพลังเวทด้านการฟื้นตัวของผู้ใช้จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด....


“มีของดีขนาดนี้ ไม่ใช่เจ้าชายจริงๆเหรอ” สเตฟานหนุ่มตาซื่อยังทู่ซี่ความคิดเดิม


“ก็จริงน่ะสิ ไอ้ที่เห็นว่าดูดีมันก็ไม่ใช่ของมีค่าอะไรมากมายหรอก เป็นเจ้าชายก็อาจจะไม่จำเป็นต้องแต่งตัวแบบนี้สักหน่อย ชุดอย่างนายเจ้าชายบางองค์เขาก็ใส่กันออกเกลื่อนนะ”


“หา? ไม่จริงหรอกเจ้าชายทีไหนเขาจะแต่งตัวมอซออย่างนี้กัน”


“ของอย่างนี้มันดูแต่เปลือกไม่ได้หรอก สเตฟาน”

 


               
ลังจากที่โอลิเวียหรือโอลิเวอร์ ฮิลลารีต้องยืนแข้งขาเหี่ยวแห้ง และคุยเล็กๆน้อยๆตามแต่เจ้าคนสดใสที่ดูท่าทางไม่เมื่อยไม่เหนื่อยจะงัดมาพูดคุย เป็นเวลาร่วมสี่ชั่วโมง ก็มีเสียงประกาศจากหน้าสภาที่ได้ยินกันทั่วถึงว่าจะมีการสอบข้อเขียนเชิงปฏิบัติกันเป็นอย่างแรก ให้ค่อยๆเดินอย่างเป็นระเบียบเข้าไปด้านในสภา


               
ฟังแล้วก็อดมุ่นหัวคิ้วไม่ได้ สภาแค่นั้น มันพอเหรอ?


               
แต่มีโอกาสสงสัยได้ไม่นานแถวด้านหน้าก็ค่อยทยอยกันเข้าด้านในอย่างรวดเร็ว โดยด้านหลังก็เบียดเสียดเข้ามาอย่างไม่รีรอ ทำให้ร่างผอมเพรียวของโอลิเวียไหนตามกระแสผู้คนเข้าสู่สภา ในเวลาชั่วอึดใจ


               
ด้านในผิดจาดที่เขาคาดเกือบทั้งหมด ห้องนี้ไม่ได้จุคนได้เพียงสี่สิบถึงห้าสิบคน ที่นี้พอเข้ามาด้านในแล้วก็จะเห็นว่ามันไม่ได้มีลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียวตามที่เห็นด้านนอก.... ด้านหลังสุดของสภามีประตูที่พื้นและบันไดนำพวกเขาและผู้สมัครสอบทุกคนลงไปสู่ห้องโถงกว้างขวางใต้ดิน หรืออาจจะยิ่งกว่าห้องโถง เพราะที่นี่สามารถจุคนสองหมื่นกว่าคนที่มาสมัครหรือมากกว่านั้นเท่าหนึ่งอย่างสบายๆ


               
เจ้าหน้าที่คุมการสอบที่สวมเชิ๊ตและกางเกงสีดำสนิท ผายมือเชิญทุกคนเดินตามทางและนั่งลงที่โต๊ะตรงส่วนใดก็ได้ โต๊ะในนี้มีกี่ตัวโอลิเวียไม่สามารถใช้ดวงตาคู่เดียวนี้มองสำรวจและนับได้หมด รู้แต่เพียงลักษณะของโต๊ะนั้นเป็นโต๊ะยาว ยาวมากจนไม่เห็นอีกฝั่งของโต๊ะ ไม่มีการแยกย่อยนั่งคนละโต๊ะ การสอบครั้งนี้ผู้ออกข้อสอบคงมั่นใจมาก ว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางจะสามารถลอกข้อสอบกันได้


               
ผ่านไปอีกสองชั่วโมงการเคลียร์พื้นที่จึงสิ้นสุดลงภายในห้องกว้างสุดลูกหูลูกตาที่เงียบสงัด ด้านหน้าสุดของโต๊ะตัวยาวที่ใช้สอบ มีโต๊ะสูงสำหรับหนึ่งคนนั่งตั้งตระหง่านอยู่ แล้วชายคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นหนึ่งในคณะกรรมการในการทดสอบก็ปรากฏตัวขึ้น ณ ที่นั่น


“ข้อสอบจะปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกคุณหลังจากที่ผมพูดจบ โจทย์ของการสอบทฤษฎีเชิงปฏิบัติครั้งนี้คือ

 


จงบอกชื่อของตนบนกระดาษขาวที่เตรียมให้


 

ผู้ที่ทำเสร็จแล้วเคาะโต๊ะด้วยมือสองทีแล้วข้อสอบของคุณก็จะถูกส่งมาที่กรรมการ จากนั้นขอให้คุณเดินกลับขึ้นไปตามทางที่คุณเข้ามาตอนแรก และที่ทางออกจะมีคุณจะได้ทราบผลการทดสอบขั้นแรกของคุณเอง เริ่มได้” สิ้นเสียงกรรมการคุมสอบ แผ่นกระดาษเปล่าสีขาว ปากกา และขวดหมึก ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของผู้สมัครสอบทุกคน


               
แค่เขียนชื่อเนี่ยนะ  ง่ายเกินไปหรือเปล่า


               
โจทย์ปัญหานั่นมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังงั้นเหรอ?

โอลิเวียรู้สึกตะหงิดๆ หันไปมองผู้สมัครสอบด้านข้างที่เขียนชื่อของตัวเองลงไปบนกระดาษขาวด้วยปากกาและน้ำหมึกที่มีมาให้....


               
มองไม่เห็นตัวหนังสือ แต่หมอนั่นก็ยังเขียนต่อไปเหมือนไม่รู้เรื่อง


               
แปลว่าถ้าใช้ปากกาที่เตรียมมาก็จะมองไม่เห็นงั้นหรือ?


โจทย์บอกให้
‘บอก’ บนกระดาษที่เตรียมให้ก็แปลว่ากระดาษแผ่นนี้สามารถใช้ได้ แต่ไม่ได้ระบุว่าอุปกรณ์ที่เหลือคือเครื่องมือ....


               
และไอ้คำว่าบอก ก็ไม่ได้หมายถึงให้เขียน


โอลิเวียใช้นิ้วชี้ของมือซ้ายลูบเล็บของนิ้วชี้มือขวา.. เล็บที่สั้นก็พลันยาวและยังมีปลายเล็บที่แหลมคมมาก เธอลองใช้เล็บกรีดลงไปบนกระดาษเล็กน้อย กระดาษขึ้นรอยขาดเรียบไม่ลุ่ยเหมือนกับว่าใช้มีดคัตเตอร์ที่มีปลายคมกริบกรีดลงไป โอลิเวียใช้เล็บอันแหลมคมของตัวเองนั้น กรีด สลัก ให้ขาดเป็นรอย ชื่อตัวเองลงบนกระดาษขาว

 

โอลิเวอร์ ฮิลลารี

 

‘ก๊อกๆ’


เธอเคาะโต๊ะสองทีและอุปกรณ์ทั้งสามก็หายวับไป...


 

โอลิเวียสาวเท้านำพาร่างของตัวเองกลับไปยังที่ๆตัวเองก้าวมาในคอนแรก....ตอนนี้ในใจได้แต่เพียงภวนาขอให้มันเป็นอย่างที่เธอคิด ขอให้มันเป็นอย่างที่เธอคาดด้วย...

 


               
หน้าสภาแอนเดสมีกระดานสีขาวที่ตอนแรกไม่มีตั้งอยู่... ด้านบนตัวหนังสือสีเงินที่ส่องประกายสลักว่า
‘รายชื่อผู้ที่สอบผ่านทฤษฎีเชิงปฏิบัติ’

เลื่อนต่ำลงมามีตัวหนังสือสีแดงเข้มส่องประกายเช่นกัน สลักชื่อของผู้ที่สอบผ่านตามลำดับเวลา ซึ่งตอนนี้มีอยู่เพียงสิบสองชื่อ..... ชื่อแรกทำเอาดวงตาของเธอต้องเบิกกว้าง


1.สเตฟาน คาสโตร


               
หมอนั่นเห็นซื่อๆเซ่อๆท่าทางสนุกสนาน ไม่น่าเชื่อว่าจะ.....  นัยน์ตาสีเขียวขุ่นตวัดมองรายชื่อจนครบ ดวงตาต้องเบิกกว้างอีกครั้ง


               
ไม่มีชื่อของเธอ


               
เธอทำผิด..... ?


โอลิเวียในร่างเด็กหนุ่มจ้องมองร่ายชื่ออย่างคาดคั้น... หวังให้คนที่สิบสามเป็นเธอ แต่มันกลับไม่ใช่คนที่สิบสามก็ยังไม่ใช่เธอออยู่ดี


               
คว้าน้ำเหลว...


               
สอบไม่ผ่านตั้งแต่ขั้นแรก


               
เสียเงินไปกับลูกแก้วบ้าๆนี่อีก
!


               
แล้วทีนี้จะไปเริ่มตั้งแต่ตรงไหนอีกดีละเนี่ย.... คิดแล้วก็พาลให้รู้สึกหดหู่ขึ้นมากระทันหัน ตอนนี้เงินก็ร่อยหรอ แถมไม่มีเป้าหมายใหม่ในการเดินทาง หวังเต็มที่กับการมาทดสอบไม่คิดเลยว่ามันจะล่มไม่เป็นท่า..

 


“โอลิเวอร์!~” เสียงใสดังเจื้อยแจ้ว เสียงของสเตฟาน หนุ่มน้อยผู้ซ่อนความร้ายกาจไว้ใต้ใบหน้าสดชื่นรื่นเริง... “สอบผ่านใช่ไหม? ผ่านอยู่แล้ว” ยิ่งฟังยิ่งทำให้โอลิเวียรู้สึกเหมือนตัวเธอกำลังถูกกดให้จมลงไปในดินทีละนิดๆ น่ากลัวว่าจะทำให้เธอทะลุลงสู่ห้องสอบด้านล่าง...

 


“ไม่... มันไม่มีชื่อฉัน” เอ่ยเสียงเบา โดยยังคงรักษาท่าทีสงบ แต่ทว่าสเตฟานกลับไม่ใส่ใจเสียงของชายหนุ่มโอลิเวอร์คนนี้เลย

 


“อยู่ไหนน้า โอลิเวอร์ ฮิลลารี อยู่ไหนน้า” พูดอย่างร่าเริง พลางไล่รายชื่อที่กระดานนั้นซ้ำไป
ซ้ำมา..
“เอ อยู่ไหนกันเนี่ย”


“มันไม่มีสเตฟาน”

“อยู่ไหนน้า

“ฉันไม่ผ่าน”

“อ้ะ! เจอแล้ว”


“เฮ้อ.... ก็ฉันบอกนายแล้วว่า...... เฮ้ย! อะไรนะ” มาดเมิด นิ่งเนิ่งอะไร โอลิเวอร์ ฮิลลารี ลืมหมด ความหวังที่ดับวูบจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง นัยน์ตาสีเขียวขุ่นไล่รายชื่อขึ้นมาจากด้านล่าง

ตัวหนังสือสีแดงส่องประกายที่ค่อยๆเรืองขึ้นมา...


15. โอลิเวอร์ ฮิลลารี               


“เก่งจังๆ” สเตฟานพูดพลางปรบมือเบาๆ ตอนนี้ตัวโอลิเวียเองอยากจะกรี๊ดออกมาตามแบบฉบับของเด็กสาวซนๆปกติที่เป็นตัวเธอ แต่ตอนนี้พยายามสะกดอารมณ์แล้วนัยน์ตาที่เกือบจะเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความตื่นเต้นก็ค่อยๆคลายเป็นสีเขียวเหมือนเก่า ริมฝีปากของเด็กหนุ่มคลี่ยิ้มบาง และนั่นก็คือสิ่งเดียวที่โอลิเวอร์แสดงออกให้สเตฟานเห็น.. ว่าเขา กำลังยินดี

 


               
ผู้ที่สอบผ่านในรอบแรกมีทั้งหมดราวหนึ่งหมื่นคน โดนตัดออกไปแล้วเกินครึ่ง แต่ที่เหลือนี่ก็ยังเยอะอยู่ดี ผู้ที่สอบผ่านทั้งหมดกลับเข้ามายังห้องสอบใต้ดินซึ่งตอนนี้โต๊ะทั้งหมดได้ถูกเก็บไปหมดแล้ว  กรรมการการทดสอบกล่าวว่า การสอบขั้นแรกคือขั้นที่ผ่านมาเมื่อครู่นั้นถือเป็นการทดสอบ ไหวพริบ การสังเกต ความรอบคอบ และการใช้เวทเบื้องต้น ผู้ที่สอบไม่ผ่านไม่มีคุณสมบัติในการเข้าเรียนที่นี่ แม้แต่ผู้ที่เข้ามาเรียนโดยไม่ใช่ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่มาสมัครเรียนในแบบปกติที่ไม่ต้องมีการทดสอบหลายขั้น ก็ยังต้องสอบข้อสอบทฤษฎีเชิงปฏิบัตินี่เช่นกัน


 

“การทดสอบขั้นที่สอง เป็นการทดสอบไหวพริบอีกเช่นกัน แต่ครั้งนี้จะเป็นการปฏิบัติอย่างแท้จริง....” กรรมการการคุมสอบขั้นที่สองกล่าวเกริ่นก่อนจะกระแอมเบาๆหนึ่งครั้งแล้วกล่าวต่อ

“ขั้นที่สองเราจะทดสอบกันด้วยการ...


 

เป่ายิ่งฉุบ!!”

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที