นักแสวงหา

ผู้เขียน : นักแสวงหา

อัพเดท: 16 ม.ค. 2014 10.16 น. บทความนี้มีผู้ชม: 9884 ครั้ง

การอธิษฐานนั้น จะให้ผลจริงตามแรงอธิษฐานหรือไม่
คำตอบคือ ให้ผลได้จริงเพราะคำว่า อธิษฐาน แปลว่า การจดจ่อแน่วแน่ของจิต จิตของคนเรามีพลานุภาพมาก เมื่อจิตจดจ่อและตั้งมั่นอยู่ในเรื่องใดนานเข้า จิตจะสามารถน้อมนำสิ่งนั้นมาสู่เราได้



การอธิษฐานที่ดีเลิศที่สุด

ทุกครั้งที่เราทำบุญ ส่วนใหญ่มักจะอธิษฐานกัน เพื่อหวังอยากได้ในสิ่งที่เราพึงปารถนาการทำบุญแล้วอธิษฐานจึงเป็นสิ่งที่เราชาวพุทธมักทำคู่กันเป็นประจำ

มีคำถามว่า การอธิษฐานนั้น จะให้ผลจริงตามแรงอธิษฐานหรือไม่
คำตอบคือ ให้ผลได้จริง
เพราะคำว่า อธิษฐาน แปลว่า การจดจ่อแน่วแน่ของจิต จิตของคนเรามีพลานุภาพมากเมื่อจิตจดจ่อและตั้งมั่นอยู่ในเรื่องใดนานเข้า จิตจะสามารถน้อมนำสิ่งนั้นมาสู่เราได้

แต่สิ่งที่น้อมนำมานั้นเป็นวิบากคือผล ดังนั้นต้องสร้างเหตุก่อนแล้วผลนั้นจะตามมา

 
ก่อนที่จะอธิษฐานจิต  จึงต้องมีการทำบุญสร้างเหตุให้ดีเสียก่อน แล้วผลที่ดีจะตามมา

โดยอาศัยการอธิษฐานจิตเป็นเครื่องเหนี่ยวนำความต้องการของเรา

บางคนชีวิตนี้ต้องพบกับปัญหาด้านความรัก ต้องทุกข์เพราะคนรัก หรือไม่สมหวังในความรัก
จึงทำบุญแล้วอธิษฐานจิต ขอให้ชาติหน้าได้พบคู่ครอที่ดี หรือสมหวังในความรัก

บางคนเกิดมาร่างกายไม่สมประกอบ ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำเค็ญจึงทำบุญแล้วอธิษฐานจิต ขอให้ชาติหน้าได้เกิดมามีร่างกายที่สมประกอบครบ 32

บางคนชาตินี้ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หาย เดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหายทำให้รำคาญใจ และไม่มีความสุข จึงทำบุญแล้วอธิษฐานจิต ขอให้ชาติหน้าเกิดมามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง

บางคนชาตินี้เกิดมามีฐานะยากจน มีชีวิตที่ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตัวองอย่ายากลำบาก เมื่อได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมจึงเข้าใจเหตุและผลของกรรมและวิบากกรรมจึงทำบุญเพื่อให้พบชาติต่อไป ได้เกิดมารวย มีอันจะกิน ไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องความเป็นอยู่อีกต่อไปหรือ

บางคนเกิดมารูปร่างหน้าตาไม่งาม จึงทำบุญแล้วอธิษฐานจิตขอให้ชาติหน้าเกิดมาหน้าตาดี มีเสน่ห์

 
การอธิษฐานจิตดังกล่าวนี้ แทบจะเห็นกันอยู่เสมอๆทุกครั้งที่ปุถุชนคนส่วนใหญ่มักอธิษฐานกัน

แต่ขอให้รู้ว่า การอธิษฐานเช่นนี้ เรียกว่า

"การอธิษฐานด้วยตัณหา"

ไม่ใช่เป็นการอธิษฐานที่ดีที่สุด เพราะคนที่ตั้งจิตอธิษฐานดังกล่าวนี้ เป็นอธิษฐานที่เจือด้วยกิเลส อยากได้ใคร่มีเพราะเป็นอำนาจของความโลภ เพื่อหวังในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เพื่อสนองอัตตาของกิเลสของตนเองจึงไม่ได้ชื่อว่าเป็นการอธิษฐานที่ดีเลิศเพราะขึ้นชื่อว่ากิเลส ย่อมมีความมัวหมองในจิต

แต่การอธิษฐานอย่างไรจึงชื่อว่าเป็นการอธิษฐานที่ดีที่สุด

การอธิษฐานที่ดีเลิศคือ

"การอธิษฐานด้วยปัญญา"

ปัญญาคือการรู้แจ้งแทงตลอดในกลไกลของเหตุผลของสรรพสิ่งนั้นๆผู้ที่เข้าใจชีวิตตามแนวทางคำสอนของพระพุทธองค์จะเห็นความจริงของสรรพสิ่งทั้งหลาย ว่าทุกอย่างล้วนเป็นมายา เพราะชีวิตและธรรมชาติทั้งหลายอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์
ทุกสิ่งล้วนไม่ยั่งยืน
ทุกสิ่งล้วนเป็นทุกข์
และทุกสิ่งไช่ตัวตน


แต่ผู้มีปัญญาน้อย หรือ ปัญญาทุรพล คือผู้ที่ไม่ได้เข้าใจหลักความจริงสากลของธรรมชาติ
จึงเกิดความไม่รู้ หรือ อวิชชา และ ปรุงแต่งไปทางบุญบ้าง บาปบ้าง และต้องวนเวียนเกิดเวียนตายเสพทุกข์ สุขไปตามแรงกรรม

ผู้ที่เห็นภัยในวัฎฎะ ผู้นั้นจึงขึ้นชื่อว่า ผู้มีปัญญาได้เห็นความจริงของมายาการจึงไม่ปารถนาต้องมาพบกับความแปรปรวนของทุกข์และสุขในสังสารวัฎฎ์อีกต่อไป จึงได้หมั่นทำบุญแล้วอธิษฐานจิตเพื่อจะไม่มาเกิดอีก จึงเรียกว่า การอธิษฐานด้วยปัญญา


ส่วนการอธิษฐานด้วยตัณหา เพราะเกิดจากความไม่เข้าใจในความจริงของสรรพสิ่งของผู้นั้นจึงยึดติดในกิเลสและอุปทาน จึงทำไปด้วยอำนาจของกิเลสที่หวังในลาภ ยศ สรรเสิรญ สุขในทางโลกแม้จะได้สิ่งที่ต้องการมา แต่ก็ไม่อาจอยู่กับผู้นั้นได้นานเพราะความแปรปรวนของสรรพสิ่ง และยิ่งเป็นการเพิ่มภพชาติให้มากขึ้น และทุกข์ก็ตามมามากขึ้นตามภพชาติที่เกิด

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า " การเกิดบ่อยๆเป็นทุกข์ "

เราลองมาสำรวจตัวเราเองกันเถิด ว่าที่ผ่านมาเราทำบุญแล้วอธิษฐานด้วยอำนาจแห่งตัณหา เพื่อให้สร้างภพสร้างชาติต่อไปหรือ อธิษฐานด้วยปัญญา

หากผู้ใดเข้าใจในการความเป็นไปของชีวิตและเบื่อหน่ายในความแปรปรวนของสรรพสิ่ง
และการหลอกลวงด้วยภาพมายาชีวิตที่ไม่มีอยู่จริงและพึงหวังสิ่งที่เลิศกว่า คือการไม่มาเกิดอีก

ขอให้ท่านนั้นจงตั้งจิตอธิษฐานดังนี้ทุกครั้งภายหลังจากทำบุญแล้ว

"ด้วยผลแห่งบุญที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในครั้งนี้ ( นึกถึงบุญที่เราทำ )
ขอให้เป็นเหตุปัจจัยให้ข้าพเจ้าได้บรรลุมรรคผลนิพพานในอนาคตกาลอันใกล้นี้เถิด

แต่หากข้าพเจ้ายังต้องเวียนว่ายตายเกิดทุกภพชาติที่จะต้องเกิด ขอให้ให้เกิดในครอบครัวผู้มีสัมมาทิฎฐิขอให้ได้พบพระพุทธศาสานา ได้ฟังพระธรรมที่ถูกต้องได้พบกัลยามิตรชี้ทางสว่างให้แก่ข้าพเจ้าและได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมชั้นสูงอันเป็นปัจจัยให้บรรลุมรรคผลนิพพาน ในอนาคตกาลอันใกล้นี้เถิด"


นี่คือการอธิษฐานที่ดีเลิศที่สุด ไม่มีส่วนใดเจือด้วยกิเลสเลย
ลองมาวิเคราะห์คำอธิษฐานนี้ดู


ขอให้เป็นเหตุปัจจัยให้ข้าพเจ้าได้บรรลุมรรคผลนิพพานในอนาคตกาลอันใกล้

การเดินทางของชีวิต มีจุดหมายคือการพ้นทุกข์ เป้าหมายของเราคือการเข้าถึงพระนิพพาน
และ ในอนาคตกาลอันใกล้ เพื่อระบุให้ภพชาตินั้นไม่ยืดยาว เพื่อความทุกข์ต่างๆจากภพชาติจะได้สั้นเข้าไปอีก

แต่หากข้าพเจ้ายังต้องเวียนว่ายตายเกิด
ทุกภพชาติที่จะต้องเกิด ขอให้ให้เกิดในครอบครัวผู้มีสัมมาทิฎฐิ


หากเรายังไม่บรรลุธรรมชั้นสูง แน่นอนว่ายังต้องกลับมาเกิดอีก
แต่การเกิดนั้น หากไปเกิดในครอบครัวของผู้ที่ไม่เลื่อมใส ศรัทธาในพระพุทธศาสนา อาจทำให้เราเดินทางผิดได้ เพราะครอบครัวนั้นอาจไม่เชื่อเรื่องเวรเรื่องกรรม ไม่ทำบุญ หรือซ้ำร้ายอาจทำทุจริตเห็นผิดเป็นชอบ เราอาจถูกสอนให่ทำไปตามนั้น ซึ่งนำมาซึ่งโทษภัยได้

ดังนั้นการอธิษฐานเพื่อให้เกิดในครอบครัวผู้มีสัมมาทิฎฐิ เป็นเครื่องช่วยให้เราดำเนินชีวิตในทางที่ถูกต้องเพราะสัมมาทิฎฐิหรือความเห็นที่ถูกต้อง หรือความเข้าใจธรรมที่ถูกต้อง เป็นประตูด่านแรกแห่งการเดินทาง

สู่ทางพ้นทุกข์ สัมมาทิฎฐิจึงเป็นประธานของ มรรค 8 นั่นเองเมื่อมีสัมมาทิฎฐิ แล้วสัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา และอื่นๆจะตามมา

ขอให้ได้พบพระพุทธศาสานา ได้ฟังพระธรรมที่ถูกต้อง

การอธิษฐานเพื่อให้ได้พบพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่ประเสริฐมาก
คำสอนของพระพุทธองค์ เป็นเครื่องชี้ทางให้เราพ้นทุกข์ได้

การได้ฟังธรรมที่ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดของการเดินทางสู่การพ้นพทุกข์
เพราะ แม้ว่าเราจะได้พบพระพุทธศาสนา แต่หากได้ฟังธรรมมาผิดๆ จะทำให้เราเดินผิดทางได้

ได้พบกัลยามิตรชี้ทางสว่างให้แก่ข้าพเจ้า

การได้พบกัลยาณมิตรหรือผู้รู้ธรรมพระพุทธองค์ทรงตรัสว่าเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต
เพราะกัลยาณมิตรจะคอยแนะนำทางที่ถูกที่ควรให้เรา

ในมงคล 38 ประการ ข้อที่สำคัญที่สุดคือ มงคลข้อที่ 1"อเสวนา จะพาลานัง ปัณฑิตา ณัญจะ เสวะนา”" 

อย่าคบมิตรชั่ว ให้คบแต่กัลยานมิตร หรือคบผู้รู้

และได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมชั้นสูงอันเป็นปัจจัยให้บรรลุมรรคผลนิพพาน ในอนาคตกาลอันใกล้นี้เถิด

การได้ฟังธรรมที่ต้องแล้วยังไม่พอ ต้องฎิบัติธรรมจนบรรลุด้วยจึงจะขึ้นชื่อว่าได้เข้าถึงปัญญาในการรู้แจ้งแทงตลอดอย่างสมบูรณ์

แล้วคำถามว่า ถ้าเราอธิษฐานด้วยปัญญาแล้ว เงินทอง ลาภ ยศ สรรเสริญจะเกิดกับเราหรือไม่
คำตอบคือ เราได้รับแน่อนอนอยู่แล้วแม้ว่าจะไม่ได้อธิษฐานถึงสิ่งเหล่านี้เพราะสร้างเหตุไว้อย่างไร ผลที่ได้รับย่อมตรงตามเหตุนั้น


ดังนั้นการทำบุญครั้งต่อไป ควรอธิษฐานด้วยปัญญากันได้แล้ว

 

ขอขอบคุณที่มาhttp://www.yantip.com/viewthread.php?tid=5711

http://question.dmc.tv/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A.html

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที