วีรพล

ผู้เขียน : วีรพล

อัพเดท: 26 พ.ย. 2006 21.03 น. บทความนี้มีผู้ชม: 6404 ครั้ง

รวมเรื่องราวของเพื่อนเอกภาษาญี่ปุ่น ที่เขียนรวมเล่มแจกเพื่อนในงานรับปริญญา


G.B.

G.B.  :

 

          ชายฉกรรจ์ สายเลือดสันกำแพงโดยกำเนิด  ท่านผู้นี้มีตำแหน่งเป็นถึงประธานสโมสรคณะมนุษย์ ฯ  ถ้าจะลองสังเกตท่านผู้นี้ได้ง่ายๆ ก็คงจะเป็นคนที่ไม่ยอมตัดเล็บและปล่อยให้เล็บยาวพร้อมกับขี้เล็บสีดำๆ  แถมเวลาพูดจา สนทนาพาทีก็เอามักจะมือป้องปากเอาไว้  เพื่อนๆในชั้นปี รวมทั้งตัวผมเอง  อดกลัวไม่ได้ที่เล็บอาบขี้เล็บสีดำๆจะทิ่มจมูกทิ่มตามันให้ติดบาดทะยักตายก่อนที่จะพูดประโยคที่ว่า “ เฮ้ย! พวกเราฟังทางนี้เน้อ ”เสียไม่ได้

         แต่ชายรูปร่างสูงใหญ่และเปี่ยมไปด้วยภาวะความเป็นผู้นำคนผู้นี้  นอกจากเขาจะเป็นผู้ที่มีน้ำใจเป็นเลิศไร้เทียมทานซะจนหาผู้ที่จะมาต่อกรได้ยาก  ในความรู้สึกของผมแล้ว ผมคิดว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่เขาไม่เคย หรือ น้อยครั้งที่จะปฏิเสธ ในสิ่งที่เพื่อนขอร้อง และ ยังง่ายที่จะทำบุคคลนี้มักจะถูกวานจากคนอื่นให้ทำโน้นทำนี่อยู่เสมอ    และแล้วตำแหน่งหัวหน้าโปรแกรมจะตกเป็นของใครหล่ะ    ถ้าไม่ใช่พี่เบียร์ที่จำใจ(ต้องเป็นหัวหน้า)โดยที่พี่เขาสมัครใจ(หรือเปล่าก็ไม่รู้)

 ที่จริงแล้ว คำว่าหัวหน้าห้องเนี่ยไม่จำเป็นต้องทำในสิ่งที่สมาชิกของห้องขอร้อง (แกมสั่ง)เสมอไป  แต่ไงพี่แกต้องทำงานที่ลูกน้องในโปรแกรมสั่ง  เอ๊ย  วานด้วยก็ไม่รู้เน้อ   จนผมอดคิดไม่ได้ว่า ไอ้คำว่า G.B ที่ว่าเนี่ย คงหาใช่ (Great Beer)หรือ    เบียร์ผู้ยอดเยี่ยมไปแล้วหละ  สงกะสัยมันคงจะมีความหมายแฝง (แผง ๆ) ว่าจะเป็น ( Genaral Bae ) ซะมากกว่าหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกันนะ   อันนี้ผมคิดว่า คนที่คิดแบบนี้คงไม่ใช่ผมคนเดียวแน่นอน   

        ที่จริงแล้วนะ เนื่องจากพี่เบียร์เขาเป็นบุคคลที่ใช้งานได้ง่ายก็จริงอยู่นะ   แต่ว่าความจริงแล้วงานจะเดินหรือเปล่าก็ไม่รู้   อันนี้น่าคิดนะ    แต่ก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างให้หนาหูเหมือนกันว่า ท่านประธานสโมสรคณะมนุษย์ฯ ถูกรุ่นน้องตามตัวอยู่บ่อยครั้ง ส่งข้อความให้เบอร์ติดต่อกลับก็แล้ว แต่ก็เงียบหายไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก หรือ  พอรับก็บอกว่าติดธุระ อยู่เดี๋ยวตามไป  แล้วก็เงียบหายตามการขาดหายของสัญญาณ ที่ไหนได้ ไอ้ธุระทีว่านี้ ก็คือ...............  พูดไม่ทันขาดคำ ซักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น....

รุ่นน้อง   “พี่เบียร์ !  พี่อยู่ไหนน่ะ  มีหนังสือออกด่วนรีบมาเซ็นด่วนเลย

 พี่เบียร์   “เออทำธุระอยู่นอกวิทลัย”

รุ่นน้อง  “งั้นพี่รีบเข้ามาเซ็นเลยน่ะ”

พี่เบียร์   “เออ.......เดี๋ยวไป”

หลังจบการสนทนา  มันก็ง่วนเอาแต่เล่นเกมส์เฉยเลย!

ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าอยู่กันที่ไหน( เหตุเกิดที่ร้านเกมส์หลังวิทลัย)

 ก็เป็นเพราะว่า ด้วยความที่ต้องการจะหาเงินซื้อชุดว่ายน้ำที่สุดจะวาบหวิว ให้สาวๆในเกมส์ตีวอลเลย์บอลชายหาดนั่นแหละ    ทีนี้เพื่อนนึกออกกันหรือยังครับว่าธุระ

ของพี่เขาหน่ะ ในวันนั้นคืออะไร        ไอ้เราก็เหนื่อยใจแทนรุ่นน้องซะจริง ๆ ที่ต้องมานั่งคอยพี่เบียร์ซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาหรือเปล่าก็ไม่รู้    ถ้ารุ่นน้องรู้เข้าว่าคนที่มากับพี่เบียร์เป็นเราเนี่ยจะโดนรุ่นน้องพาลโกรธไปอีกคนไหมหนอ อันนี้ไม่น่าคิดเลยเนอะ...

 ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้รุ่นน้องที่สโมฯ สวมรอยเป็นหัวหน้าสโม ฯ ชั่วคราวเซ็นหนังสือสำคัญแทนพี่เบียร์โดยไม่รีรอ  ถ้าไม่ใช่หนังสือสำคัญจริง ๆ เสียงโทรศัพท์ก็คงไม่ดังบ่อยใช่ไหม   พี่เบียร์  เห็นไหมทำให้รุ่นน้องต้องเดือดเนื้อร้อนใจไปตามกัน…

 เฮ้อ !      รู้ไว้ใช่ว่า 

คราวต่อไปใครจะมาดำรงตำแหน่งนายกสโมสรนักศึกษาก็คิดให้ดีก่อน(ช่วยลูกน้องทำมาหากินกันหน่อยนะครับ )  

      แต่ นี่คงจะยกเป็นกรณีศึกษาเลยเชียวแหละ  ก็จะเรื่องไหนอีกหละ ก็เรื่องช่วยทำมาหากินนี่แหละ คิดและ ก็ระเหี่ยใจอยู่มิใช่น้อย   กล่าวคือ  (นิฮองไซเล็ก ปี 3  คิดว่าเพื่อน ๆ คงจำได้  ในวีรกรรมที่สุดแสนจะอภัยได้ของพี่เขา)  ขณะที่พวกเรา ๆ ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ในการทำอาหารญี่ปุ่นไปขายภายในงาน    ถ้าจำไม่ผิดนี่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านของ อาจารย์ญี่ปุ่น ( ToMoMi เซนเซ )   ซึ่งตอนนั้นขณะที่เรากำลังปั้นข้าวโอนิกิริ กันอยู่นั้น    ด้วยความว่างของพี่เขาจึงทำให้ พี่แกโผเข้ามาอาสาช่วยกันทำมาหากินพร้อมกับเปรยเสียงอันน่าโสดสดับตรับฟังว่า  

 “มา....เดี๋ยวเราช่วยปั้นข้าวเองนะ”

 แล้วเขาก็เอามือป้องปากจนเห็นเล็บอันดำและเงางาม

 ( ในความคิดของมัน)

ทันใดนั้นเอง    “อย่า!   อย่า!  ดูเล็บตัวเองซะก่อนดิ จะมาปั้นข้าวไม่สงสารคนกินเลยไง.   หยุดบัดเดี๋ยวนี้ ” เสียงของเพื่อนผู้หญิงกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นมาแทรกก่อนการกระทำพันนั้นของพี่แก      จะอุบัติขึ้น 

พวกผมก็ตกใจไม่รู้ว่าทำไม และมีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดเทศนาพี่เบียร์ว่า “  พี่เบียร์....ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากให้พี่ทำแต่พี่ไม่สงสารคนที่กินข้าวปั้นพี่หรือไง! ”  พี่เบียร์เลยทำหน้าเหมือนหมาเศร้าที่ ไม่ได้กินข้าวมาเป็นอาทิตย์ๆ 

       ลึก ๆ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำม๊าย  พี่แกเขาไม่ยอมตัดเล็บกันน้า   อันแน่  คิดเหมือนกันใช่ไหมหล่ะครับ   เพื่อน ๆ  ผ่านวันเป็นเดือน ก็ยังไม่ตัด  นี่ยังไม่เคลื่อนจากเดือนเป็นปีนะเนี่ย และแล้ววันนั้นถึงพี่เบียร์เขาจะยอมตัดเล็บตามคำขอเพื่อที่จะได้ช่วยกันทำมาหากินได้สะดวกก็ตามทีเถอะ สรุปแล้วหน้าที่ของพี่เบียร์ไม่ใช่การปั้นข้าวอย่างแน่นอน  แต่กลับกันพี่แกโดนไล่ให้ไปหุงข้าวแทนจนกลายเป็น  มือวางอันดับหนึ่งในการหุงข้าวแทน

       การฝากของอะไรไว้ที่บ้านพี่เบียร์เป็นเรื่องที่อันตราย มากฝากแป๊ปๆนะได้   แต่อย่านานจนถึงเดือนสิงหาคมนะขอบอก เพราะอะไรนะเหรอ    ถ้าเอาของไปฝากไว้ในช่วงนั้นวันดีคืนดีฝนตกขึ้นมาละก็  ซวยไปตาม ๆ กันแน่...........

มีมาแล้วไม่ใช่ไม่มี       จู่ ๆ เช้าวันหนึ่งในเดือนสิงหาคม      พวกเรา

นั่งกันหน้าห้องภาคแล้วพี่เบียร์ก็มาเหมือนเช่นเคยแต่ดูพี่แกเซอร์  (ซกกุ มกกุ)  ผิดปกติ  เห็นท่าไม่ดีผมก็ตะโกนเรียกเข้า

       “เฮ้ย ! เบียร์กูจะเอา..( ผมจำไม่ได้ว่าจะเอาอะไร )...คืนหว่ะ” 

พี่เบียร์แกก็ทำท่าอ้ำๆอึ้งๆและตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือราวกับว่าผมจะเข้าไปล้วงตับเขากินซะอย่างนั้นว่า

     “มันลอยไปตามน้ำหมดแล้วหว่ะ”......แล้วก็มองหน้าผม ก่อนจะบอกกับผมว่า บ้านพี่แกเขาน้ำท่วม ดู๊ดู  ไอ้ผมจะโกรธพี่แกรึก็คงจะไม่ได้เพราะสภาพที่ของพี่แกที่ยืนจัง ๆ อยู่ต่อหน้าผมขณะที่พูดคุยกันนั้นพอที่จะทำให้ผมเหมาความโดยรวมได้ว่าบ้าน ของพี่แกน้ำท่วมจริง ๆ  พิจารณาอย่างถ้วนถี่อีกนิด ก็ทำผมให้รู้ว่าพี่แกมาเรียนในสภาพที่ไม่ได้อาบน้ำ แถมไม่ได้นอนมาทั้งคืนอีกด้วย   ช่างน่าสงสารอะไรซะปานนั้น ท่านประธานสโมฯ

ถึงพี่เบียร์จะดูเป็นเด็กกิจกรรมที่ดี นะ แต่เรื่องเรียนพี่เบียร์ก็ให้ความสนใจอยู่ไม่ใช่น้อยเช่นกัน ถึงขั้นที่ว่าหอบสังขารไปนั่งหน้าชั้นเรียนทุกๆวิชาเลยให้ตายสิ  ถึงพี่แกจะมาสายแค่ไหนก็ตามทีเถอะ ขยันเรียนจริง ๆ นะครับพ่อคุณ !   แต่เดี๋ยว !!!!!!               ผมเชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินคำที่ว่า 

บ้านหลังที่ 2 ของเรา  ก็คือโรงเรียนตีความว่าเป็นสถาบันราชภัฎเชียงใหม่ หรือวิทลัยก็แล้วกัน

ถ้าอย่างนั้นก็สรุปได้ว่าวิทลัยก็คือบ้านหลังที่2 

 ห้องเรียนห้องเรียนก็คือห้องนอน   โต๊ะเรียนก็คือเตียงนอน  และเพื่อนก็คือผ้ากองไว้และยังไม่ได้ซัก      ส่วนผสมสุดท้ายก็คือแม่พี่เบียร์ที่คอยมาปลุกโดยที่เบียร์ไม่สนใจ นั่นก็คืออาจารย์ประจำวิชาที่เข้าสอนในคาบเรียนนั้น ๆ นั่นเอง   ที่ผมกล้าพูดได้ว่า “ อาจารย์ประจำวิชาในคาบเรียนนั้น ๆ “เพราะทุกคนก็เห็นและเข้าใจตรงกันอยู่แล้วว่าพี่เบียร์ไม่ได้ทำเรื่องนั้น เพียงแค่คาบเดียวอย่างแน่นอน     ส่วนพี่เขาทำวีรกรรมอันโดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์เรื่องไหนนั้นผมคงไม่จำเป็นที่จะต้องกล่าว เพราะเป็นเรื่องที่พี่เขาเองได้โพธนาโดยการการะทำอันโจ่งแจ้งเป็นทีเรียบร้อยแล้ว    แม้แต่คาบที่อันตรายที่สุดตอนปี 2 นั่นก็คือรายวิชา pheonetic ซึ่งทำให้เพื่อนเราหลายต่อหลายคนรักอาจารย์ไปตาม ๆ กันถึงขั้นขอลงทะเบียนเรียนเป็นรอบที่ 2 การออกเสียง pheonetic ของอาจารย์แต่ละครั้งนั้น ก็เหลือเกิน จนทำให้ผมอดคิดต่อไปได้ว่า นี่มันโครงการฝนหลวงหรือ อะไรกันแน่ ที่สาดหัวพวกที่นั่งเรียนอยู่หน้าชั้นไปตาม ๆ กัน    และสิ่งที่อันตรายอีกประการหนึ่ง ไม่แพ้กันของอาจารย์นั้นก็คือ เสียงที่นิ่งๆและราบเรียบซึ่งเป็นมนต์สะกด อย่างดีที่ให้นักศึกษาที่เข้าเรียนหลับ        ไปตามๆกัน แต่ด้วยความที่…..

 พี่เบียร์เป็นคนที่มีความเกรงใจเป็นเลิศในหลายๆต่อด้าน    แต่ด้วยมนต์สะกดของอาจารย์ต่อให้พี่เบียร์เกรงใจอาจารย์แค่ไหน ก็ต้องขอละเว้นเลยทำให้พี่เบียร์ของเรามุดมุ้งหนุนหมอนกันซึ่ง ๆ หน้าอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน   ด้วยความเกรงใจที่ศิษย์พึงจะมีต่อแม่คนที่ 2 อยู่บ้าง จะสังเกตได้ว่าพี่เขาต้องขออนุญาตอาจารย์ออกไปล้างหน้าอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ตามเคยก็คือมามุดมุ้งหนุนหมอนต่อ      แต่ถึงเบียร์จะเป็นแบบนี้ก็ให้ความเคารพและรักอาจารย์ไม่แพ้กัน    เรื่องนี้ไม่บอกก็รู้นะครับ ว่าพี่เบียร์เขาก็เป็นคนหนึ่งในบรรดาผู้ที่ของลงทะเบียนเรียนในรายวิชานี้เป็นรอบที่ 2 ครั้ง  เช่นกัน   

เบียร์ไม่ได้หลับเฉพาะรายวิชานี้แต่เบียร์หลับมันทุกคาบ  ทุกวิชาเลย  ã

การจะซื้อของอะไรสักอย่างพี่เบียร์จะศึกษาข้อมูล ของสิ่งนั้นจนเชี่ยวชาญ ประมาณว่าถ้าซื้อComputerÍซักรุ่นหนึ่ง   กล่าวคือ เป็นรุ่นที่พี่เขาตัดสินใจจะเอานั่นและ  ใครจะพูดอะไรยังไงพี่แกก็ไม่เคยฟังเลยในเรื่องการซื้อ.... แต่ด้วยความที่เขาอยากได้มันมาครอบครองอะนะ   อย่าได้เผลอไปทักทวงมันละ ...พี่แกจะชักแม่น้ำทั้ง100 สายมารวมกันและอธิบายถึงคุณประโยชน์อันสูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ให้เพื่อนฟัง ว่าสิ่งที่เพื่อนแนะนำให้นั้น ไม่เจ๋งพอ   ประมาณว่า Computerที่กูจะซื้อเนี่ยหลังจากที่  ได้จ่ายเงินก้อนโตไป

 แล้วมันจะสามารถพากูเหาะข้ามไปเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างสบายๆ  
คิดแล้วก็กลุ้มใจจริง ๆ 

          หลังจากที่พี่เบียร์ซื้อเจ้าเครื่องสมองกลเครื่องนี้ไปเชยชมนานโขเหมือนกัน      ผมก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้านของพี่แกเขา ด้วยความที่ซุกซนปนน่ารักเล็กน้อยของผมมักจะทำให้ผมได้รับความท้าทายกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าอยู่เสมอ ๆ และไอ้สิ่งที่ท้าทายที่ว่านี้ภาวนาขออย่าให้เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ก็แล้วกัน  แต่ ไงสวรรค์ ยังกลั่นแกล้งพี่เขาเช่นนี้  โอ้อารีบาบ้า  สิ่งนั้นคือComputerของพี่เขานั้นเอง  (ที่จริงก็ตั้งใจจะมาเพื่อสิ่งนี้แหละ    ฮ่ะ ฮ่ะ)  ก็เผลอไปเปิด Com ของพี่เขาเข้า        โอ้ จ๊อด ก็ จ๊อด เหอะ  เห็นแล้วต้องจี๊ด   ทันใดนั้นก็หันขวับไปหาพี่แกแล้วถาม

“  เฮ้ย เบียร์    มึงไปเอารูปพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะว่ะ ”  เอาเป็นว่าเยอะ...จนขนาดเอาหนังที่เช่ามาจาก  Tsuteya (  4 วัน 3 คืน ) เอาไปคืนรอบหนึ่งแล้วยังดูไม่หมดเลยอะ สุดยอด

เขาก็ตอบแนวเขิน(ขุ่น ๆ )ไป ว่า

พี่เบียร์    “เอามาจากเน็ตโหลดเอาน่ะ ......”

วี              “แล้วมึงโหลดมาทำไมเยอะเยอะวะ  รกเครื่องจะตาย” 
 พี่เบียร์    “กูชอบ........ผู้หญิงใส่ชุดนักศึกษาวัมๆ แวมๆ แล้วได้อารมณ์ดีว่ะ” เออว่าเข้าไปนั้น

แล้วนี่คือคุณประโยชน์ของคอมที่มันว่า....

แล้วไอ้ประโยคที่ว่า  สุราคือน้ำเปลี่ยนนิสัย   คงใช้กับพี่เบียร์ไม่ได้อีกต่อไปสำหรับพี่เบียร์ต้องใช้ว่า  เทคโนโลยีเท่านั้นที่ใช้เปลี่ยนนิสัยและใจคอพี่เบียร์มัน

จะเป็น  เทคโนโลยี  หรือ เทคโนนารี  กันแน่....

ชมมาตั้งนาน ขอด่านิ...หน่อยเหอะ

         

  ในเน็ตมีความรู้มีตั้งเป็นหมื่นกิโล   นั่งเซพแต่รูปโป๊ะดู2 เต้ารวมกันไม่ถึงโลอยู่ได้    ไอ้บ้านี่!

หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้ช่วงต้นเดือน และกลางเดือนพี่เบียร์เป็นที่ ป็อปปูล่า มากด้วยการที่เขาจะหอบหิ้วหนังสือ Cute หรือ FHM มาให้พวกผู้ชายภายในชั้นปีได้ดูกันถึงหน้าห้องภาค    ไอ้ผมก็ไม่เข้าใจทำม๊ายทีดูก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ไหนเลยมานั่ง  พิ – นิด – พิ  – สะ – ดู  -  กันหน้าห้องภาคด้วย และสักพักถูกพวกผู้หญิงในชั้นปีแย่งไปดู( เป็นนิจ )เฉยเลย     

 เอ๋.......นี่มันหนังสือผู้ชายไงผู้หญิงชั้นปีเราเอาไปดูหว่า ?


เรื่องสุดท้ายที่มิอาจจะเข้าใจได้ของพี่เบียร์ คือพี่เบียร์ไม่กินเนื้อหมู    เบียร์ไม่ใช่อิสลาม    พี่เบียร์ไม่กินเนื้อวัว    พี่เบียร์ไม่ใช่นับถือกวนอิม  พี่เบียร์ไม่กินเนื้อไก่    พี่เบียร์ไม่กลัวไข้หวัดนก  ฉะนั้นอย่าไปกินข้าวกับมันปัญหาเยอะ ......ก็ที่อ่านผ่านมาข้างบนนั้นแหละ....

จะขอบอกเป็นสิ่งและประโยคสุดท้ายว่า  พี่เบียร์ไม่ได้เป็นพี่หรือว่าอายุมากไปกว่าผม หรือไม่ก็พวกเพื่อนๆ ในชั้นปีหรอก ก็ด้วยความเคารพนะนี่ถึงได้เรียกว่า  พี่เบียร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที