CXO.Asia

ผู้เขียน : CXO.Asia

อัพเดท: 30 พ.ย. 2006 09.50 น. บทความนี้มีผู้ชม: 3432 ครั้ง

ภาคสี่ (สองภาษา) บทที่ ๓ ความสัมพันธ์ของ ระบบการสร้างและการทำลายตนเองของมนุษย์
Part 4 (two Languages) Chapter 3 Relationship of self-building and self-destroying system of human


ตอนที่ ๑

๒๗ พฤศจิกายน ๒๐๐๖ (๐๖:๐๔)
27 November 2006 (06:04)

๑ เป็นไปได้หรือไม่ว่า ระบบธรรมชาติ (เหตุ) จะประกอบไปด้วย ระบบการสร้างตัวเองและการทำลายตัวเอง เพื่อถ่วงดุล ซึ่งกันและกัน จะเป็นเหตุให้ ระบบมนุษย์ (ผล) จะประกอบไปด้วย ระบบการสร้างตัวเองและการทำลายตัวเอง เพื่อถ่วงดุล ซึ่งกันและกัน เช่นกัน
1 Is it possible that natural system (cause) compose of self-building and self-destroying system, in order to balance each other; It will cause human system (effect) compose of self-building and self-destroying system, in order to balance each other too?

๒ เป็นไปได้หรือไม่ว่า หาก ระบบมนุษย์จะประกอบไปด้วย ระบบการสร้างตัวเองและการทำลายตัวเอง เพื่อถ่วงดุล ซึ่งกันและกัน แล้ว จะเป็นเหตุให้ ระบบรับรู้และความคิดมนุษย์ จะประกอบไปด้วย ระบบการสร้างตัวเองและการทำลายตัวเอง เพื่อถ่วงดุล ซึ่งกันและกัน เช่นกัน
2 Is it possible that if human system composes of self-building and self-destroying system, in order to balance each other; It will cause perceiving and thinking system of human composes of self-building and self-destroying system, in order to balance each other too?

๓ เป็นไปได้หรือไม่ว่า หาก ระบบรับรู้และความคิดมนุษย์ จะประกอบไปด้วย ระบบการสร้างตัวเองและการทำลายตัวเอง เพื่อถ่วงดุล ซึ่งกันและกัน แล้ว จะเป็นเหตุให้ ระบบรับรู้และความคิดมนุษย์ มุ่งเน้นการสร้างตัวเองในครึ่งแรกของอารยธรรม และจะเริ่มมุ่งเน้นทำลายตัวเองในครึ่งหลังของอารยธรรม
3 Is it possible that if perceiving and thinking system of human composes of self-building and self-destroying system, in order to balance each other; It will cause perceiving and thinking system of human focus on self-building in first half of civilization and self-destroying in second half of civilization?

๔ เป็นไปได้หรือไม่ว่า หาก ระบบรับรู้และความคิดมนุษย์ มุ่งเน้นการสร้างตัวเองในครึ่งแรก และจะเริ่มมุ่งเน้นทำลายตัวเองในครึ่งหลัง แล้ว จะเป็นเหตุให้ มนุษย์ทนงตน หยิ่งยโสน้อย ในครึ่งแรกของอารยธรรม แต่กลับ ทนงตัว หยิ่งยโสมากขึ้นเรื่อยๆ ในครึ่งหลังของอารยธรรม
4 Is it possible that if perceiving and thinking system of human focus on self-building in first half of civilization and self-destroying in second half of civilization; It will cause human has less self-importance in first half of civilization but more and more self-importance in second half of civilization?

๕ เป็นไปได้หรือไม่ว่า หาก มนุษย์ทนงตน หยิ่งยโสน้อย ในครึ่งแรกของอารยธรรม แต่กลับ ทนงตัว หยิ่งยโสมากขึ้นเรื่อยๆ ในครึ่งหลังของอารยธรรม แล้ว จะเป็นเหตุให้ มนุษย์เกิดการยึดมั่นในตัวตนและความคิด มากขึ้นเรื่อยๆ จนมากพอและพร้อมที่จะเบียดเบียน ทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง หากขัดแย้ง
5 Is it possible that if human has less self-importance in first half of civilization but more and more self-importance in second half of civilization; It will cause human has more self-and-thought-stick until it’s more enough to exploit and destroy each other if conflict?

๖ เป็นไปได้หรือไม่ว่า หาก มนุษย์เกิดการยึดมั่นในตัวตนและความคิด มากขึ้นเรื่อยๆ จนมากพอและพร้อมที่จะเบียดเบียน ทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง หากขัดแย้ง แล้ว จะเป็นเหตุให้ ระบบการทำลายตัวเองของมนุษย์ ทำงานอย่างอย่างได้ผลและมีประสิทธิภาพ มากขึ้นไปอีก ในครึ่งหลังของอารยธรรม
6 Is it possible that if human has more self-and-thought-stick until it’s more enough to exploit and destroy each other if conflict? It will cause self-destroying system of human system work more effectively and efficiently than before?

๗ เป็นไปได้หรือไม่ว่า หาก ระบบการทำลายตัวเอง ของระบบมนุษย์ ทำงานอย่างอย่างได้ผลและมีประสิทธิภาพ มากขึ้นไปอีก แล้ว จะเป็นเหตุให้ ระบบป้องกันตัวเองและการโยนความผิดให้ ผู้อื่น สภาพแวดล้อม ของมนุษย์ ทำงานอย่างอย่างได้ผลและมีประสิทธิภาพ มากขึ้นไปอีก
7 Is it possible that if self-destroying system of human system work more effectively and efficiently than before; It will cause self-protecting and blaming other external things (external people or environment) system work effectively and efficiently than before too?

๗ เป็นไปได้หรือไม่ว่า หาก ระบบป้องกันตัวเองและการโยนความผิดให้ ผู้อื่น สภาพแวดล้อม ของมนุษย์ ทำงานอย่างอย่างได้ผลและมีประสิทธิภาพ มากขึ้นไปอีก แล้ว จะเป็นเหตุให้ มนุษย์มองไม่เห็น ตัวเหตุหลัก คือ ตัวเองและการยึดมั่นในความคิดของตัวเองเลย
7 Is it possible that if self-protecting and blaming other external things (external people or environment) system work effectively and efficiently than before; It will cause human hardly sees the main cause that is self-and-thought-stick?

๘ เป็นไปได้หรือไม่ว่า หาก มนุษย์มองไม่เห็น ตัวเหตุหลัก คือ ตัวเองและการยึดมั่นในความคิดของตัวเองเลย แล้ว จะเป็นเหตุให้ ตัวเหตุหลัก ของระบบการทำลายตัวเอง ไม่ได้รับการแก้ไขเลย แม้แต่น้อย
8 Is it possible that if human hardly sees the main cause that is self-and-thought-stick; It will cause the main cause of self-destroying system is not fixed at all?

๙ เป็นไปได้หรือไม่ว่า หาก มนุษย์ต้องการ หลีกเลี่ยงการล่มสลายของอารยธรรม ในยุคของตน นั้น หนทางแก้ไข มนุษย์ต้องเริ่ม อ่อนน้อมถ่อมตน ลดความหยิ่งยะโส ลดการยึดมั่นในตัวตนและความคิดของตัวเอง ลงก่อน
9 Is it possible that if human need to avoid the collaboration of civilization of our age; The way to fix is to start to be humble, has less self-importance and less self-and-thought-stick first?

๑๐ เป็นไปได้หรือไม่ว่า หาก มนุษย์เริ่มอ่อนน้อมถ่อมตน ลดความหยิ่งยะโส ลดการยึดมั่นในตัวตนและความคิดของตัวเอง ลงแล้ว จะเป็นเหตุให้ ระบบการทำลายตัวเองของมนุษย์ ทำงานช้าลง และมนุษย์อาจหลีกเลี่ยง การล่มสลายในอนาคตอันไกล้ได้
9 Is it possible that if human is humble, has less self-importance and less self-and-thought-stick; It will cause self-destroying system work less and human probably avoid the collaboration in near future?

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านมีกำลังกาย กำลังใจ ที่ดียิ่ง ในการทั้งปวง ขอขอบพระคุณยิ่ง
Finally, I wish all of you have a good health and mind in all things will be done, thank you very much.

ด้วยความยินดี เต็มใจ เปิดกว้าง เป็นเกียรติ อย่างยิ่ง ต่อความรู้สึก ความคิดเห็น ของทุกท่าน และขอเชิญทุกท่าน แวะเยี่ยมชมทั้ง ๓๓ บทความ ได้ที่
It’s my great honor, pleasure and always welcomes all of your feeling, thoughts and you can visit all 33 articles at

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=cxoasia&group=1
&
http://www.tpa.or.th/writer/author_des.php?passTo=e7c730f5848300fc6f352f248796df86&authorID=63


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที