khwanjai

ผู้เขียน : khwanjai

อัพเดท: 22 ม.ค. 2017 06.32 น. บทความนี้มีผู้ชม: 21087 ครั้ง

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จอยู่ที่ไหน ค้นหาคำตอบดีๆได้ที่นี่

Website เจ้าของผลงาน www.2b2train.com
Facebook: https://www.facebook.com/ebook4ookbee/
Storylog: https://storylog.co/khwanjai/book/581a5bfd9d526ab1781f27ba


นาฬิกากับคุณค่าของคน

นาฬิกาสีขาว ถูกวางทิ้งไว้อย่างอาลัยอาวรณ์ กับการลาจากเจ้าของ นาฬิกาเรือนนี้อยู่รับใช้เจ้าของมาประมาณ 1 ปี ซึ่งฉันประมูลมาจาก เวบไซต์ chillindo มาในราคา 39 บาท ตั้งแต่ใช้นาฬิกาเรือนนี้ มีคนถามฉันบ่อยครั้งว่า 
      "พี่ไม่เปลี่ยนนาฬิกาเหรอค่ะ ดูไม่ hi (so) เลย" ลูกน้องถามฉันด้วยความสงสัย
      " ดูลูกน้องพี่สิ แต่ละคน นาฬิกาหลักพันทั้งนั้น พี่เป็นถึงหัวหน้า กลับใช้นาฬิการาคาไม่ถึงร้อย" ลูกน้องบางคนก็ยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้ดู แต่คำตอบที่ได้จากฉันไปคือ คำถาม ที่ถามกลับว่า 
       "เราซื้อนาฬิกาไว้ทำไม?"  
       "รู้! ว่าซื้อนาฬิกาไว้ดูเวลา แต่เวลาใส่นาฬิกาเขาดูหน้าตาของคนใส่ด้วย" ลูกน้องบางคนก็ตอบกลับด้วยความคิดที่ว่า คุณค่าของนาฬิกาคือการไว้ดูเวลา แต่ต้องมาควบคู่กับคนใส่ด้วย
       "อย่าไปคิดอะไรมากเลย มันไม่ใช่สาระสำคัญของชีวิตหรอก นาฬิกาแบบไหนก็มีค่าเหมือนกันแหละ ถ้ามันยังเดินตรงเวลาอยู่" บางคำตอบที่ฉันตอบกลับไป ในแนวทำนองเปรียบเทียบว่า สาระสำคัญของนาฬิกาไม่ใช่ราคาที่ซื้อมา

      อยู่มาวันหนึ่งนาฬิิกาสีขาวเรือนโปรดเรือนเดิม กลับเดินช้าลงเรื่อยๆ ราวกับว่าคุณค่าในตัวเองเริ่มลดลง
      "มันเริ่มหมดไฟการทำงานแล้วละ" คนที่บ้านบอกกับฉันเมื่อเห็นฉันเริ่มบ่นเกี่ยวกับนาฬิกาที่เริ่มเดินไม่ตรงเวลา 
      "อาจจะหมดไฟ (แบตเตอรี่) การทำงานแล้วจริงๆ แถมหน้าปัดก็ลอกหมดแล้ว เปลี่ยนไปใช้เรือนเก่าดีกว่า" ฉันพรึมพรัมกับตัวเอง และตั้งใจจะเปลี่ยนไปใช้นาฬิกาเรือนเดิมที่ใช้มาเกือบ 5 ปี ยี่ห้อ Vinchy ของมาเลเซีย ซึ้อตอนไปเที่ยวที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งขับรถจากหาดใหญ่ไปมาเลเซียใช้เวลาไม่ถึง 3 ชม. ก็เที่ยวต่างประเทศได้ นาฬิกาเรือนนี้ดูดีมีสไตล์ในราคาแสนถูก 199 บาท แถมไม่เคยหมดไฟในการทำงาน

      นาฬิกาเรือนเก่า ถูกนำมาปัดฝุ่นใช้งานอีกครั้ง หลังจากที่เคยลืมเลือนไปแล้วว่าเคยมีนาฬิกาเรือนนี้อยู่ เรื่องราวของนาฬิกาครั้งนี้ ทำให้ฉันนึกย้อนถึงชีวิตของการทำงานที่ผ่านมาใน 2 เรื่อง คือ คนเก่าและคนใหม่ในองค์กร
      คนเก่า คือ คนที่ทำงานกับองค์กรมาเนิ่นนาน ด้วยความที่เขาเป็นคนซื่อสัตย์ ตั้งใจทำงาน ไม่ค่อยมีปากเสียง ให้ทำอะไรก็ทำ มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานค่อยข้างสูง แต่คนกลุ่มนี้กลับไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก การพิจารณาความดีความชอบก็มักไม่ค่อยมีใครเห็น คนกลุ่มนี้มักจะอยู่ในกลุ่ม gen X (คนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2508-2522) เป็นส่วนใหญ่ และมีบางส่วนยังอยู่ในกลุ่ม baby boomer (คนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2489-2507) คนทั้ง 2 กลุ่ม จะมีความแดกต่างอย่างสิ้นเชิงกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นคนใหม่ขององค์กร
     คนใหม่ คือ คนที่เพิ่งเข้ามาทำงานมักจะอยู่ในคนกลุ่ม gen Y (คนที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2523-2540) และ gen Z (คนที่เกิดในช่วง พ.ศ.2540 เป็นต้นไป) คนกลุ่มนี้เป็นคนที่มีความไวและความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีต่างๆ มีความคิดสร้างสรรค์ ค้นหาความรู้ได้เร็วและกล้าแสดงออก จึงทำให้การพิจารณาความดีความชอบบางครั้งก็มักจะตกในคนกลุ่มนี้ เพราะด้วยพฤติกรรมของเขาที่กล้าแสดงออก ทั้งผลงานและการทำงาน แต่่การแสดงออกบางครั้งก็ทำให้มองไม่เห็นค่าของคนเก่าที่เขายังมีตัวตนอยู่ในองค์กร และที่เลวร้ายกว่านั้นคือการแสดงพฤติกรรมที่ส่อให้เห็นว่า 'ไม่เห็นหัวคนเก่า ข้าสิแน่จริง' 

      นาฬิกาเรือนเก่าถูกนำมาปัดฝุ่นอีกครั้ง ที่ฉันนั่งมองไปถึงคุณค่าของมันที่ยังคงรักษามาตรฐานการทำงานของมันได้เป็นอย่างดี ไม่มีปากเสียง ไม่เคยต้องทำให้น้อยใจ เหมือนกับนาฬิกาเรือนใหม่ที่ซื้อมาไม่ถึง 1 ปี แต่กลับพยศ ทำตัวเหมือนม้าดีดกระโหลก เหมือนคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงาน แต่ถ้ามีการเติมไฟ(แบตเตอรี่)ให้ มันก็คงกลับมาทำงานเหมือนเดิม แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังต่อไป เพราะไม่รู้ว่ามันจะพยศอีกเมื่อไหร่  สู้นาฬิกาเก่าก็ไม่ได้ที่ไม่เคยพยศเจ้าของแม้ว่ามันจะถูกทิ้งๆขว้างๆบ้างในบางเวลา แต่กลับไม่เคย ตีจากหรือด่าทอเจ้าของให้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ และเรายังคนให้เกียรติซึ่งกันและกันอยู่เสมอมา

ค่าของคน ยังคงอยู่ที่คนทำงาน -khwanjai-


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที