ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

ผู้เขียน : ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

อัพเดท: 27 ธ.ค. 2016 03.03 น. บทความนี้มีผู้ชม: 176 ครั้ง

เครื่องประดับทองมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นในจีนมาตลอด ช่วยให้เครื่องประดับกลุ่มนี้ทำยอดขายได้มหาศาลในตลาดจีน ทว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้เหตุผลที่เครื่องประดับทองได้รับความนิยมกลับเปลี่ยนแปลงไป ก่อนหน้านี้คนมักมองว่าการซื้อเครื่องประดับทองเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง แต่ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาซื้อเครื่องประดับทองเพื่อสวมใส่เองมากขึ้น โดยเป็นไปตามสไตล์ความชอบของแต่ละบุคคล ผู้ผลิตหลายรายจึงต้องพัฒนาเครื่องประดับทองที่เน้นแฟชั่นมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคปัจจุบัน ติดตามบทความ "นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ขับเคลื่อนอุปสงค์เครื่องประดับทองแนวแฟชั่นในจีน" ได้ที่ https://goo.gl/odOXxn หรือติดตามบทความอื่นๆ ที่ http://infocenter.git.or.th


นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ขับเคลื่อนอุปสงค์เครื่องประดับทองแนวแฟชั่นในจีน

เครื่องประดับทองมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นในจีนมาตลอด ช่วยให้เครื่องประดับกลุ่มนี้ทำยอดขายได้มหาศาลในตลาดจีน ทว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้เหตุผลที่เครื่องประดับทองได้รับความนิยมกลับเปลี่ยนแปลงไป ก่อนหน้านี้คนมักมองว่าการซื้อเครื่องประดับทองเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง แต่ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาซื้อเครื่องประดับทองเพื่อสวมใส่เองมากขึ้น โดยเป็นไปตามสไตล์ความชอบของแต่ละบุคคล ผู้ผลิตหลายรายจึงต้องพัฒนาเครื่องประดับทองที่เน้นแฟชั่นมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคปัจจุบัน
 
ในการให้สัมภาษณ์กับ JNA ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับทองชั้นนำได้เล่าให้ฟังว่า บริษัทใช้แนวทางใดเพื่อปรับตัวตามสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยอาศัยความคล่องแคล่วทางธุรกิจ งานออกแบบร่วมสมัย และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี
 
แสวงหานวัตกรรม
 
Ye Xiangzhou ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท Shenzhen Foreway Jewelry Co Ltd กล่าวว่า ในประเทศจีนเมื่อราว 10 ปีก่อน เครื่องประดับทองมักมีรูปแบบตามธรรมเนียมนิยมและผลิตด้วยเทคโนโลยีอันล้าสมัย ในเวลานั้นผู้บริโภคชาวจีนให้ความสำคัญกับระดับความบริสุทธิ์ของทองคำมากกว่างานออกแบบและฝีมือช่าง ทว่าสิ่งเหล่านี้ไม่อาจขัดขวาง Ye ผู้เชื่อมั่นว่าเครื่องประดับทองแบบแฟชั่นสามารถสร้างฐานที่มั่นในจีนแผ่นดินใหญ่ได้
 
Shenzhen Foreway Jewelry Co Ltd
 
ด้วยทักษะความเชี่ยวชาญด้านช่างทองและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้นาน 12 ปี เขาได้ก่อตั้งบริษัทของตนเองในปี 2005 และเปิดตัวเครื่องประดับทองแบบแฟชั่นที่ตกแต่งด้วยอัญมณี เปลือกหอย หรือแม้กระทั่งไม้ เครื่องประดับดังกล่าวชนะใจลูกค้าในหลายส่วนของประเทศ รวมถึงเครือข่ายร้านค้าระดับประเทศด้วย Ye กล่าวว่า เครื่องประดับที่เขานำเสนอเมื่อ 10 ปีที่แล้วยังคงเป็นที่ต้องการจนถึงทุกวันนี้และสร้างกำไรให้ทางบริษัทเป็นสัดส่วนสูง
 
Ye กล่าวเสริมว่า เมื่อธุรกิจเครื่องประดับของจีนต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตเครื่องประดับจึงจำเป็นต้องปรับตัวอย่างทันท่วงทีและใช้นวัตกรรมเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน “นวัตกรรมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้ผลิตจำเป็นต้องนำกำไรไปลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน คุณจะหล่นจากอันดับถ้ายังหวังพึ่งความสำเร็จแบบเดิมๆ” เขาอธิบาย
 
Shenzhen Foreway Jewelry Co Ltd
 
“เราลงทุนไปมากเพื่อพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรและกระบวนการจัดการ เราจึงมีต้นทุนโดยรวมสูงกว่าคู่แข่งและเสียเปรียบในแง่การทำสงครามราคา แต่เราก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วจากการพัฒนาสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่คู่แข่งพยายามเลียนแบบเทคโนโลยีของเรา ซึ่งต้องอาศัยเวลา ระหว่างนั้นเราก็ได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นแล้วด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากกว่า สินค้าที่มีคุณภาพสูงกว่า และต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มได้เสมอ” ผู้บริหารบริษัทรายนี้กล่าว
 
Ye ระบุว่า เนื่องจากเศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก เขาจึงเชื่อว่าผู้ผลิตเครื่องประดับหลายรายอาจเข้าร่วมสงครามราคาในปีนี้ แต่ก็จะมีบริษัทที่เน้นปรับปรุงด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการบริการด้วยเช่นกัน ผู้ที่เลือกใช้กลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสมและมีความยืดหยุ่นเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ
 
ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
 
Shenzhen United BlueOcean Technology Development Co Ltd
 
เทคโนโลยีเป็นความสามารถหลักของ Shenzhen United BlueOcean Technology Development Co Ltd. บริษัทแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 และได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีการขึ้นรูปด้วยไฟฟ้าที่เรียกว่า Complete Ion-Controlled Penetration Electroforming เพื่อการผลิตทองเนื้อแข็ง อันเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรหลายรายการและชนะรางวัลมากมาย “สุดยอดทองเนื้อแข็ง” ของ BlueOcean เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีคุณสมบัติทางกายภาพอันโดดเด่น เทคโนโลยีนี้นับได้ว่าเป็นการปฏิวัติการผลิตเครื่องประดับทอง ช่วยให้บริษัทสามารถผลิตเครื่องประดับทองได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นพร้อมกับนำเสนองานออกแบบอันทันสมัย

ในมุมมองของ Wang Tong ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท BlueOcean ธุรกิจรูปแบบเดิมๆ ซึ่งใช้กำลังคนมาก รวมถึงพึ่งพิงอัตราค่าจ้างแรงงานที่ต่ำและการขยายพื้นที่ออกไปนั้น ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้วในตลาดทุกวันนี้ “ถ้าไม่มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ธุรกิจเครื่องประดับก็จะกลายเป็นสนามรบของสงครามราคา ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น บริษัทต่างๆ ก็จะไม่สามารถพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ นวัตกรรมเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานของภาคอุตสาหกรรมที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเทคโนโลยีก็นับเป็นส่วนสำคัญที่สุดของนวัตกรรม” Wang กล่าว

เครื่องประดับทองเนื้อแข็งเป็นพิเศษของทางบริษัทนั้นทำยอดขายได้ดีในปีที่แล้ว ด้วยคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ สินค้าเหล่านี้จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ขายรายใหญ่หลายรายในจีน แม้ว่าผู้ผลิตรายนี้จะคิดค่ากำเหน็จสูงถึง 70 หยวน (ประมาณ 10.65 เหรียญสหรัฐ) ต่อกรัม

Wang กล่าวว่า BlueOcean จะเน้นพัฒนาระบบการผลิตอัจฉริยะในช่วงสองปีข้างหน้านี้ โดยระบุว่ายุคของการผลิตเครื่องประดับเป็นจำนวนมากๆ ใกล้จะถึงจุดจบแล้ว ลูกค้าทุกวันนี้มักสั่งสินค้าเป็นจำนวนน้อยลงเพื่อให้ตรงตามความต้องการของเครื่องประดับแบบสั่งทำ บางครั้งโรงงานของทางบริษัทจะผลิตชิ้นงานแบบหนึ่งๆ เป็นจำนวนเพียง 100 ชิ้นเท่านั้น เขาเสริมว่าระบบการผลิตอัจฉริยะช่วยประหยัดต้นทุนการผลิตและลดโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดจากมนุษย์

ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของ BlueOcean ช่วยให้บริษัทมีโอกาสสร้างความหลากหลายให้ธุรกิจด้วย บริษัทกำลังสำรวจความร่วมมือรูปแบบใหม่ๆ เช่น การส่งต่อเทคโนโลยีและการร่วมลงทุน ตลอดจนการนำเสนอบริการด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการผลิตแก่ผู้ผลิตเครื่องประดับรายอื่นๆ Wang ระบุว่า บริษัทใหญ่ๆ ในหลายพื้นที่ของจีนได้แสดงความสนใจที่จะใช้บริการด้านเทคโนโลยีของ BlueOcean โดยข้อตกลงบางส่วนจะได้รับการยืนยันภายในปลายปีนี้
  
ความคล่องแคล่วทางธุรกิจ
 
ในยุครุ่งเรืองของตลาดเครื่องประดับทองในจีน ยอดขายส่วนใหญ่มาจากการซื้อเพื่อการลงทุนและเป็นของขวัญ ในเวลานั้น Ruiking International Investment Co Ltd เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเครื่องประดับทองแบบดั้งเดิมของทางบริษัทเป็นสินค้าเพื่อการลงทุนที่วางขายตามร้านค้าเฉพาะทางและห้างสรรพสินค้า ในปี 2014 ส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เมื่อยอดขายเครื่องประดับลดฮวบและผู้บริโภคไม่ซื้อสินค้าเพื่อการลงทุนตามร้านค้าอีกต่อไป Ruiking ตอบสนองอย่างทันท่วงทีเพื่อรับมือกับยอดขายที่ลดลง ในเดือนกันยายน 2014 บริษัทได้เปิดตัว Future เครื่องประดับทองชุดแรกของทางบริษัทที่เป็นเครื่องประดับแฟชั่นร่วมสมัย
 
Chen Haifeng ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทระบุว่า Ruiking ศึกษาเครื่องประดับทองแบบแฟชั่นมานานก่อนที่จะเปิดตัวคอลเล็กชันนี้ โดยใช้เวลาศึกษามุมมองของผู้ค้าเครื่องประดับและผู้บริโภค เพื่อหากลยุทธ์ที่เหมาะสมมากำหนดตำแหน่งทางการตลาดที่จะช่วยให้เครื่องประดับกลุ่มนี้ประสบความสำเร็จ ภายในเวลาสองปีนับตั้งแต่เปิดตัว เครื่องประดับชุด Future ทำผลงานได้เป็นอย่างดี โดยมียอดขายสูงเป็นพิเศษในเมืองชั้นหนึ่งและชั้นสอง นอกจากนี้ Chen กล่าวเสริมว่า บริษัทกำลังทำงานร่วมกับผู้ค้าปลีกกว่า 300 รายในหลายส่วนของประเทศ
 
Ruiking จ้างนักออกแบบยุโรปมาพัฒนาคอลเล็กชันนี้ Chen อธิบายว่า “นักออกแบบชาวยุโรปมีแนวทางที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง แทนที่จะเริ่มต้นจากการออกแบบชิ้นงานเครื่องประดับ นักออกแบบยุโรปกลับเริ่มต้นจากการค้นหาความต้องการในแง่อารมณ์ของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย”
 
Chen กล่าวว่า Future ได้รับการออกแบบมาให้ตอบสนองความต้องการและความใฝ่ฝันในวัยเยาว์ของผู้หญิง ตัวอย่างเช่น คอลเล็กชันนี้มีเครื่องประดับรูปรถฟักทองสำหรับคนที่ยังเก็บความฝันว่าอยากเป็นซินเดอเรลลาเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีการนำภาพจินตนาการของเจ้าหญิงมาใช้ ด้วยการนำเสนอแหวนรูปมงกุฎซึ่งปรากฏว่าได้รับความนิยม และเนื่องจากนักออกแบบชาวยุโรปบางรายต้องการให้ชิ้นงานมีคุณภาพสูงสุด เครื่องประดับหลายชิ้นจึงผ่านการผลิตแบบพิเศษในยุโรป
 
ปีนี้ Ruiking จะยังคงพัฒนาเครื่องประดับชุด Future ต่อไปโดยลงทุนเพิ่มเติมด้านการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมในงานช่างฝีมือ ตลอดจนการร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ บริษัทยังได้วางแผนที่จะพัฒนาสินค้าเครื่องประดับทองที่ทำด้วยมือเพื่อตอบสนองความต้องการของนักสะสมเครื่องประดับด้วย นอกจากนี้ Chen กล่าวว่าบริษัทจะทดลองทำงานร่วมกับ
นักออกแบบแฟชั่นและรองเท้าอิสระซึ่งอาจช่วยให้มุมมองที่แปลกใหม่ในการออกแบบเครื่องประดับด้วย
  
 
------------------------------------------
ที่มา: “Creativity and innovation driving demand for fashion gold jewellery in China.” by Dodo To. JNA. (July 2016: pp. 18-20).
 
 
*** กรุณาอ้างอิง “ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)” ทุกครั้ง เมื่อนำบทความนี้ไปเผยแพร่ต่อ
  
 
 

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที