ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

ผู้เขียน : ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

อัพเดท: 14 ก.ค. 2017 08.39 น. บทความนี้มีผู้ชม: 159 ครั้ง

เผยเคล็ดลับการใช้เทคโนโลยีเพื่อการกำหนดกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขาย คลิกเลย!! https://goo.gl/nMmw7r หรือติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ http://infocenter.git.or.th


ก้าวทันเทคโนโลยีเพิ่มยอดขายเครื่องประดับ


 

การใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าพร้อมกับเพิ่มยอดขายในเวลาเดียวกันได้กลายเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำธุรกิจในปัจจุบัน เราคงต้องยอมรับกันว่าเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ผู้ขายทั่วไปจะตามทัน ทุกๆ สัปดาห์จะมีแนวทางใหม่ๆ ซึ่งสามารถนำมาใช้สนับสนุนงานขายได้ และอาจเป็นเรื่องยากที่เราจะรู้ได้ว่าควรลงทุนกับอะไรและสิ่งไหนที่จะให้ผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment: ROI) สูงสุด

เทคโนโลยีเป็นแก่นสำคัญของธุรกิจค้าปลีกที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน โดยท้ายที่สุดแล้วเทคโนโลยีนั้นควรรองรับกลยุทธ์ทางธุรกิจและช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้ การพิจารณาว่าเทคโนโลยีใดมีคุณค่าสูงสุดเพื่อรองรับกลยุทธ์ที่คุณใช้จะช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงความสามารถในการผลิต สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า และขับเคลื่อนยอดขายโดยรวมได้

ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในร้านของคุณ

เนื่องจากมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามากมายในแต่ละวัน การหาคำตอบว่าควรเลือกเทคโนโลยีใดบ้างจึงอาจสร้างความสับสนได้ แพลตฟอร์มหลายแห่งเสนอการรวมทางเลือกอื่นๆ เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มของตน โดยมักแสดงในรูปแบบเมนู แล้วคุณจะคัดเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมที่สุดสำหรับร้านของคุณได้อย่างไร มีทางเลือกต่างๆ มากมายที่ใช้กันอยู่ในตลาดทุกวันนี้ ซึ่งคุณอาจใช้บางข้อในธุรกิจของคุณอยู่แล้ว เช่น

 

- จุดวางจำหน่าย (Point-of-sale: POS)
- การจัดการสินค้าคงคลัง
- การบัญชี
- การจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)
- ระบบค่าจ้างและทรัพยากรมนุษย์ที่เชื่อมโยงกับจุดวางจำหน่ายและระบบค้าปลีกอื่นๆ
- การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
- อุปกรณ์เก็บข้อมูลเคลื่อนที่และคอมพิวเตอร์พกพา

 

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ ที่เพิ่งได้รับการพัฒนาและคุณอาจพิจารณานำมาใช้ ได้แก่
 

- ป้ายและจอแสดงภาพแบบดิจิตัล/อินเตอร์แอคทีฟ
- เทคโนโลยีความจริงเสมือน (Virtual Reality) และความจริงเสริม (Augmented Reality)
- พื้นที่จัดแสดงสินค้า (โชว์รูม)
- แอพพลิเคชันสำหรับลูกค้าและเทคโนโลยีบีคอน (Beacons)

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า จุดวางจำหน่ายเป็นส่วนสำคัญที่สุดในธุรกิจค้าปลีก โดยช่วยให้ความแม่นยำผ่านการสแกน รวมถึงนำเสนอทางเลือกมากมายสำหรับการวิเคราะห์เพื่อช่วยคุณในการจัดการสินค้าคงคลัง ระบุสินค้าที่ต้องสั่งเพิ่ม และวิเคราะห์แนวโน้มยอดขาย

เพิ่มเทคโนโลยีในการดำเนินงาน

เมื่ออยู่นอกจุดวางจำหน่าย คุณก็จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยี แต่การเพิ่มเทคโนโลยีใหม่เข้าไปในธุรกิจของคุณอาจเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ คุณจึงต้องแน่ใจว่าเลือกจังหวะเวลาและการลงทุนให้ถูกต้องเหมาะสม สิ่งที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรกในการตัดสินใจก็คือกลยุทธ์โดยรวม ตลอดจนเป้าหมายด้านยอดขายและเป้าหมายของกิจการ ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยกำหนดแนวทางในการตัดสินใจว่าคุณควรใช้เทคโนโลยีประเภทไหนและในเวลาใด

ตัวอย่างเช่น ร้านเครื่องประดับที่มียอดการซื้อขายไม่สูงนักจะมีความต้องการเทคโนโลยีน้อยกว่า ขณะที่ร้านซึ่งมียอดการซื้อขายสูงอาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้หากขาดเทคโนโลยี ถ้าร้านของคุณมียอดการซื้อขายต่ำ คุณอาจสามารถใช้เวลาสองสามปีค่อยๆ ทยอยนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ หรืออาจไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเลย

อีกเรื่องหนึ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือลูกค้าและประสบการณ์ที่ลูกค้าอยากได้รับจากภายในร้าน มีคนรุ่นมิลเลนเนียลที่ต้องการติดต่อสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือหรือเปล่า หรือว่าลูกค้าของคุณมีอายุมากกว่านั้น และไม่ต้องการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่บังคับให้ลูกค้าต้องใช้เทคโนโลยี ผู้ซื้อแต่ละรุ่นและแต่ละกลุ่มมีความคาดหวังแตกต่างกันไป ผู้ขายจึงควรคำนึงถึงจุดนี้อย่างรอบคอบเมื่อจะนำเทคโนโลยีมาใช้

สิ่งที่คุณน่าจะได้รับจากการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในร้านก็คือศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน เมื่อเทคโนโลยีนั้นสอดคล้องกับแผนธุรกิจโดยรวม

อย่างไรก็ดี เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ เทคโนโลยีใหม่จำเป็นต้องผ่านการพิจารณาอย่างระมัดระวังพอสมควร อย่าปล่อยให้ ‘ความเลิศหรู’ ของเทคโนโลยีใหม่มาดึงดูดความสนใจของคุณ ถึงจะดูมีเสน่ห์เร้าใจ แต่ถ้าเทคโนโลยีนั้นไม่ส่งผลดีต่อธุรกิจหรือให้ผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม คุณก็ควรจะปล่อยผ่านไปก่อน

ใช้ช่องทางที่หลากหลายเพื่อเพิ่มการเข้าถึง

ผู้ขายไม่สามารถดำเนินงานโดยใช้เพียงช่องทางเดียวได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกิจการร้านค้าแบบดั้งเดิมหรือร้านค้าออนไลน์ก็ตาม ยอดขายทางออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็วและลูกค้าก็สามารถซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การซื้อสินค้าทางออนไลน์ ร่วมกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์และช่องทางติดต่อลูกค้าช่องทางอื่นๆ ส่งผลให้ช่องทางทั้งหมดของร้านค้าประสานรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นสิ่งที่เรียกกันว่าการขายแบบหลายช่องทาง การขายแบบหลายช่องทางเป็นแนวทางซึ่งเน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง โดยช่วยให้ผู้ค้าปลีกรวมช่องทางทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน และใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายเพื่อมอบประสบการณ์ที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันให้แก่ลูกค้า

แม้ว่าลูกค้าเครื่องประดับส่วนใหญ่มักซื้อเครื่องประดับจากร้านค้าแบบดั้งเดิม แต่ลูกค้าก็คาดหวังประสบการณ์ในการซื้อที่ราบรื่นและสม่ำเสมอเช่นเดียวกับการซื้อทางออนไลน์ กลยุทธ์หลายช่องทางมีข้อดีประการสำคัญอยู่ที่การสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ยิ่งช่องทางที่คุณนำเสนอประสานเข้าด้วยกันได้ดีมากเพียงใด คุณก็ยิ่งเชื่อมโยงและสานสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีขึ้นเท่านั้น

การใช้กลยุทธ์หลายช่องทางช่วยให้คุณนำช่องทางในการขายทั้งหมดมาประสานเข้าด้วยกัน พร้อมกันนั้นก็ได้เข้าถึงลูกค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าโดยรวม นับเป็นโอกาสให้ผู้ขาย ‘พร้อมเสมอ’ ในการรับลูกค้า และช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงผู้ขายได้นอกเวลาเปิดร้านตามปกติ

วิธีการนี้ยังช่วยเพิ่มเครื่องมือในการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่หลากหลาย และสร้างประสบการณ์ที่ต่อเนื่องให้แก่ลูกค้าผ่านช่องทางการซื้อที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ ร้านค้าแบบดั้งเดิม โฆษณาทางวิทยุ จดหมายโฆษณา อีเมล และอื่นๆ

การใช้ช่องทางที่หลากหลายกลายเป็นมาตรฐานในแวดวงค้าปลีกอย่างรวดเร็ว ทั้งยังนำมาซึ่งความคาดหวังจากลูกค้าว่าจะต้องมีช่องทางเหล่านี้เพื่อพร้อมให้บริการ เช่นเดียวกับสิ่งอื่นๆ ที่คุณจะนำมาใช้ในธุรกิจ ช่องทางใหม่จะต้องสอดคล้องกับกลยุทธ์ของกิจการเพื่อสร้างโอกาสสูงสุดในการประสบความสำเร็จ

เพิ่มประสิทธิภาพของร้านและสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า

ข้อดีประการหนึ่งของเทคโนโลยีก็คือการช่วยให้ผู้ขายรู้จักธุรกิจของตนอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น รวมทั้งตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดและรวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ขายมอบประสบการณ์ที่สะดวกง่ายดายให้แก่ลูกค้าและสร้างลูกค้าประจำที่เหนียวแน่นต่อไป

เทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยให้ผู้ขายได้รับข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าและแนวโน้มในการเข้าร้าน การจัดการสินค้าคงคลัง และอื่นๆ ด้วยประโยชน์จากข้อมูลนี้ ผู้ขายจะได้เข้าใจรสนิยมของลูกค้า การจัดการสินค้า และประสิทธิภาพของพนักงานอย่างลึกซึ้งมากขึ้น เพื่อค้นหาโอกาสที่จะช่วยปรับปรุงประสบการณ์ภายในร้านให้แก่ลูกค้า อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างประสิทธิภาพของธุรกิจ

เพื่อประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญคือการหาคำตอบว่าจะสร้างปฏิสัมพันธ์อย่างที่ลูกค้าต้องการได้อย่างไร เทคโนโลยีที่หลากหลายในเวลานี้ช่วยให้คุณเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ง่ายกว่าที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น การปรับสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคลยังคงเป็นแนวโน้มที่มาแรงในธุรกิจค้าปลีก ดังนั้น หากคุณเข้าใจว่าฐานลูกค้าของคุณสนใจอะไรโดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่ คุณก็จะสามารถตัดสินใจให้ร้านของคุณได้อย่างถูกต้อง

การมีโอกาสได้รวบรวมข้อมูลผ่านการใช้เทคโนโลยียังช่วยให้คุณได้เล็งเห็นจุดมุ่งหมายของลูกค้านอกเหนือจากการซื้อขายอีกด้วย การรู้รูปแบบและพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าช่วยให้คุณได้สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากกว่าการขายเพียงครั้งเดียว

การใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเป็นเจ้าของเครื่องมือทั้งหมด คุณควรคำนึงถึงกลยุทธ์และเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะกับความต้องการของธุรกิจเพื่อจะได้สามารถดำเนินกลยุทธ์และบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่กำหนดไว้
 
ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

------------------------------------------
ที่มา: “Keeping up.” by Lisa Hutcheson. JEWELLERY BUSINESS. (May 2017: pp. 30-34).


*** กรุณาอ้างอิง “ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)” ทุกครั้ง เมื่อนำบทความนี้ไปเผยแพร่ต่อ


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที