ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

ผู้เขียน : ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

อัพเดท: 19 ก.พ. 2018 04.29 น. บทความนี้มีผู้ชม: 195 ครั้ง

“อารมณ์ความรู้สึกอันบริสุทธิ์นั้นเป็นคุณสมบัติที่ทรงพลังและโน้มน้าวใจผู้คนได้มากที่สุด แบรนด์สามารถนำอารมณ์มาถ่ายทอดและสื่อสารได้ แต่ว่าอารมณ์นั้นจะต้องเกิดขึ้นอย่างจริงใจ” Positive Luxury ให้ความเห็นว่า “ทุกวันนี้ผู้รับสารสามารถสนับสนุนหรือรื้อโครงสร้างการสื่อสารได้ และมีอำนาจที่จะส่งเสียงได้ว่าตนเองชอบหรือไม่ชอบอะไรผ่านช่องทางออนไลน์ ดังนั้น ถ้าปี 2016 เป็นปีที่คำว่าการเล่าเรื่องกลายเป็นกระแส และปี 2017 ถูกยึดครองด้วยแนวคิดเรื่องการให้ข้อมูลตามความเป็นจริง อิทธิพลจากอารมณ์ก็น่าจะเป็นแนวคิดสำคัญที่ควรจับตามองในปี 2018 หากแบรนด์สินค้าต้องการประสบความสำเร็จ ก็จะต้องเรียนรู้วิธีสร้างอิทธิพลผ่านอารมณ์ด้วยวิธีที่จริงใจและดึงดูดความสนใจ”


‘อิทธิพลทางอารมณ์’ จะขับเคลื่อนยอดขายเครื่องประดับหรูหราในปี 2018


Positive Luxury ระบุในรายงานคาดการณ์แนวโน้มช่วงปี 2018 ว่า พลังทางอารมณ์จะส่งผลช่วยขับเคลื่อนยอดขายมากขึ้นในปีนี้ ถ้าปี 2016 เป็นปีที่คำว่าการเล่าเรื่องกลายเป็นกระแส และปี 2017 ถูกยึดครองด้วยแนวคิดเรื่องการให้ข้อมูลตามความเป็นจริงและระบบประทับตรา (Trust Mark) เพื่อยืนยันความถูกต้องเชิงจริยธรรม Positive Luxury ระบุว่า “อิทธิพลทางอารมณ์” จะเป็นแนวคิดที่ควรจับตามองในปี 2018 นี้

รายงานดังกล่าวระบุว่า “อะไรเป็นตัวขับเคลื่อนให้ผู้บริโภคทุกวันนี้ลงทุนหรือมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์สินค้าหรูหรา นี่เป็นคำถามสำคัญประจำห้องประชุมผู้บริหารในยุคสมัยแห่งความผันผวนนี้ ความมีเหตุมีผลเป็นปัจจัยลำดับแรกๆ ที่ช่วยเสริมสร้างอำนาจในเชิงเศรษฐกิจและการเมืองมานานแล้ว เป็นที่เข้าใจกันว่าความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีข้อมูลผ่านการวิเคราะห์อย่างจริงจังนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญในระบบเศรษฐกิจของมนุษย์สมัยใหม่ กระนั้น การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ของนักประสาทวิทยาชั้นนำ ศาสตราจารย์ Antonio Damasio ว่าด้วยเรื่องการตัดสินใจ น่าจะทำให้เราทุกคนต้องคิดใหม่ งานวิจัยของเขาแสดงให้เห็นว่าบางครั้งมนุษย์ก็ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องที่ง่ายที่สุดโดยปราศจากอิทธิพลจากอารมณ์”

ในปี 2018 ความสามารถของแบรนด์สินค้าหรูหราในการสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นนั้น เป็นสิ่งจำเป็นต่อการเติบโตอย่างประสบความสำเร็จ

“เรื่องนี้เป็นความจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแบรนด์ที่ต้องการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภครุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นตลาดของสินค้าหรูหราและภาคแรงงานที่สำคัญในอนาคต” รายงานของ Positive Luxury ระบุ “แน่นอนว่าการเล่นกับอารมณ์นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ในภาคธุรกิจ ผู้บริหารบริษัทโฆษณาย่านเมดิสันอเวนิวยุคปี 1950 หรือที่เรียกกันว่า ‘Mad Men’ นั้น เข้าใจดีว่าทำอย่างไรจึงจะใส่เสน่ห์ดึงดูดทางอารมณ์ให้สินค้าและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทุกวันนี้ส่งผลให้เกิดผู้บริโภคที่รู้เท่าทันและเลือกซื้อสินค้าในตลาดที่โปร่งใสมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งรู้จักแยกแยะการสื่อสารที่ไม่จริงใจด้วย



“แนวคิดเรื่องการโฆษณาจากบนลงล่างนั้นเริ่มล้าสมัยแล้ว แทนที่จะทำเช่นนั้น การมีปฏิสัมพันธ์ที่จริงใจและสื่ออารมณ์ความรู้สึกระหว่างแบรนด์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยถ้าจะให้ดีก็ควรปรากฏทั้งในโลกดิจิทัลและโลกภายนอก ถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อความสำเร็จด้านการขายและการรักษาความภักดีต่อแบรนด์ในปัจจุบัน”

การเติบโตของสื่อสังคมออนไลน์ช่วยให้การสร้างแบรนด์และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคง่ายยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ช่องทางนี้ก็นำความท้าทายมาให้แบรนด์เช่นกัน

“อารมณ์ความรู้สึกอันบริสุทธิ์นั้นเป็นคุณสมบัติที่ทรงพลังและโน้มน้าวใจผู้คนได้มากที่สุด แบรนด์สามารถนำอารมณ์มาถ่ายทอดและสื่อสารได้ แต่ว่าอารมณ์นั้นจะต้องเกิดขึ้นอย่างจริงใจ” Positive Luxury ให้ความเห็นว่า “ทุกวันนี้ผู้รับสารสามารถสนับสนุนหรือรื้อโครงสร้างการสื่อสารได้ และมีอำนาจที่จะส่งเสียงได้ว่าตนเองชอบหรือไม่ชอบอะไรผ่านช่องทางออนไลน์ ดังนั้น ถ้าปี 2016 เป็นปีที่คำว่าการเล่าเรื่องกลายเป็นกระแส และปี 2017 ถูกยึดครองด้วยแนวคิดเรื่องการให้ข้อมูลตามความเป็นจริง อิทธิพลจากอารมณ์ก็น่าจะเป็นแนวคิดสำคัญที่ควรจับตามองในปี 2018 หากแบรนด์สินค้าต้องการประสบความสำเร็จ ก็จะต้องเรียนรู้วิธีสร้างอิทธิพลผ่านอารมณ์ด้วยวิธีที่จริงใจและดึงดูดความสนใจ”

แนวทางนี้เหมาะเป็นพิเศษกับคนรุ่นมิลเลนเนียล ซึ่งปัจจุบันมีกำลังซื้อคิดเป็นมูลค่า 2.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จต้องเข้าใจว่าผู้บริโภคเหล่านี้ได้รับแรงขับเคลื่อนจากความผูกพันทางอารมณ์

การวิจัยเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่าชาวมิลเลนเนียลร้อยละ 70 ยินดีใช้เวลาและใช้เงินกับแบรนด์สินค้าซึ่งสนับสนุนประเด็นที่ตนใส่ใจ ตามข้อมูลจากรายงาน ในการสำรวจครั้งหนึ่งพบว่า ผู้ใหญ่ร้อยละ 87 ระบุว่าการคำนึงถึงประเด็นด้านความยั่งยืนนั้นส่งผลต่อค่านิยม ทัศนคติ และการกระทำของตนอย่างน้อยในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ หลักฐานใหม่ยังระบุว่าผู้บริโภคร้อยละ 50 จะยังคงภักดีต่อแบรนด์หากรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนของแบรนด์นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนในพื้นที่ทางกายภาพหรือพื้นที่บนโลกดิจิทัลก็ตาม
 
 
ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

------------------------------------------
ที่มา: “‘Influence through emotion’ will drive luxury jewellery sales in 2018, new report reveals.” PROFESSIONAL JEWELLER. by Stacey Hailes. Available from http://www.professionaljeweller.com/ (January 24, 2018).
 
 
*** กรุณาอ้างอิง “ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)” ทุกครั้ง เมื่อนำบทความนี้ไปเผยแพร่ต่อ


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที