GIT Information Center

ผู้เขียน : GIT Information Center

อัพเดท: 07 ก.พ. 2019 13.50 น. บทความนี้มีผู้ชม: 187 ครั้ง

เป็นเวลากว่าสองปีที่ UK เผชิญกับความวุ่นวายจากความไม่แน่นอนของของ Brexit จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่า UK จะออกจาก EU อย่างมีข้อตกลงหรือไม่ ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของชาว UK ไปเรียบร้อยแล้ว และกระทบต่อผู้ค้าปลีกเครื่องประดับใน UK เพราะผู้บริโภคซื้อเครื่องประดับน้อยลง หลายคู่วางแผนแต่งงานช้าลง และจะไม่ลงทุนในแหวนหมั้นเหมือนเช่นแต่ก่อน นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่เงินปอนด์จะอ่อนค่าลง ซึ่งจะกดดันราคาโลหะมีค่าและวัตถุดิบนำเข้าให้มีราคาสูงมากขึ้น และแน่นอนว่าจะทำให้ขายสินค้าได้ยากมากขึ้นด้วย และเนื่องจาก UK เป็นหนึ่งในตลาดส่งออกหลักของไทยในกลุ่ม EU ฉะนั้น ผู้ส่งออกไทยก็อาจจะได้รับผลกระทบทำให้การส่งออกไปยังตลาด UK เติบโตได้ในอัตราลดลงในปีนี้


จับตา Brexit กระทบสองต่อ ทั้งผู้ค้าเครื่องประดับ UK - ทั้งผู้ส่งออกไทย

ในรอบกว่าสองปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สถานการณ์ในสหราชอาณาจักร (UK) ยังคงมีความวุ่นวายจากความไม่แน่นอนของการเจรจาออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU) หรือ Brexit ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่า UK จะออกจาก EU อย่างมีข้อตกลงหรือไม่มีข้อตกลง ทำให้ชาว UK กังวลกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่คาดว่าจะมีผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจ จึงส่งผลให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าต่างๆ ทั้งนี้ จากข้อมูลของ Growth from Knowledge (GFK) ระบุว่านับตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ซื้อชาว UK ลดลง 6 – 13  จุด

ในด้านตลาดเครื่องประดับของ UK ก็ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนของ Brexit เช่นกัน เพราะทำให้ชาว UK ไม่แน่ใจในสถานการณ์การเงินและเศรษฐกิจในอนาคต จึงระมัดระวังการใช้จ่ายซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างอัญมณีและเครื่องประดับมากขึ้น ทั้งนี้ Chris McCullough ซีอีโอของบริษัท Rotageek กล่าวว่า ผู้ค้าปลีกเครื่องประดับของ UK ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของ Brexit เพราะผู้บริโภคซื้อเครื่องประดับน้อยลง หลายคู่วางแผนแต่งงานช้าลง และจะไม่ลงทุนในแหวนหมั้นเหมือนเช่นแต่ก่อน

หลากความเห็นในแวดวงอัญมณีและเครื่องประดับของ UK ต่างเห็นว่า หาก UK ออกจาก EU อย่างไม่มีข้อตกลง จะสร้างความยากลำบากต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ค้าปลีกเครื่องประดับเป็นอย่างมาก  Kyron Keogh กรรมการผู้จัดการ Rox Jewellery กล่าวว่า หาก UK ออกจาก EU อย่างไม่มีข้อตกลง อาจจะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินปอนด์ลงไปอยู่ที่ 1.10 เหรียญสหรัฐต่อปอนด์ ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะทำให้ราคาเพชรและพลอยสีปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 30 ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนสูงขึ้น นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังได้คาดการณ์ว่าเงินปอนด์อาจอ่อนค่าลง ซึ่งจะยิ่งกดดันราคาโลหะมีค่าและวัตถุดิบนำเข้าให้มีราคาสูงมากขึ้น และจะส่งผลให้ขายสินค้าได้ยากมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ หาก UK ไม่มีข้อตกลงจากการถอนตัวออกจาก EU กลุ่มแรงงานจากประเทศ EU ซึ่งทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับใน UK จะต้องออกจากงานกลับสู่ประเทศของตนเอง ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และน่าจะทำให้การดำเนินธุรกิจการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของ UK หยุดชะงักลง

ทั้งนี้ UK เป็นตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของไทย โดยในปี 2561 UK เป็นตลาดส่งออกในอันดับที่ 12 ของมูลค่าส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวม และเป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่ม EU โดยสินค้าส่งออกหลักเป็นเครื่องประดับทอง รองลงมาเป็นเครื่องประดับเงิน และพลอยสี ฉะนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามประเด็น Brexit อย่างใกล้ชิด เพราะดูเหมือนว่า Brexit จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาว UK เป็นอย่างมาก และอาจบั่นทอนการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยไปยังตลาด UK ได้ในปีนี้     

--------------------------------------

ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

กุมภาพันธ์ 2561

 

 

ข้อมูลอ้างอิง: What does Brexit mean for the high street jeweller? Retrieved January 31, 2019. From https://www.jewelleryfocus.co.uk/24599-what-does-brexit-mean-for-the-high-street-jeweller


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที