GIT Information Center

ผู้เขียน : GIT Information Center

อัพเดท: 11 ก.พ. 2019 17.11 น. บทความนี้มีผู้ชม: 85 ครั้ง

เครื่องประดับที่นำเอาแนวทางการออกแบบจากในอดีตไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ ?อยู่ในกระแส? แต่มีความเป็นอมตะอยู่ในตัวเอง เราได้เห็นเครื่องประดับเหล่านี้ในหลากหลายรูปแบบตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาและยังคงเห็นมันเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปสู่อนาคตอย่างต่อเนื่อง อัญมณีและวัสดุบางชนิดซึ่งมักได้รับการส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสซึ่งยังคงได้รับแรงบันดาลใจจากยุคสมัยที่แตกต่างกันและถูกนำมาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยความกล้าที่จะผสมผสานยุคสมัยและวัสดุต่างๆ เข้าด้วยกัน การแตกแขนงจากแนวคิดเดิมไปสู่รูปแบบใหม่ๆ จึงเป็นเทรนด์ที่พลาดไม่ได้ในปี 2019 ติดตามต่อได้จากบทความนี้


เดินทางข้ามเวลา เทรนด์เครื่องประดับจากอดีตมุ่งหน้าสู่อนาคต

นักออกแบบทุกวันนี้มองย้อนกลับไปข้างหลังมากกว่าที่เคย เครื่องประดับที่หยิบยืมแนวทางจากในอดีตไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ ‘อยู่ในกระแส’ แต่มีความเป็นอมตะอยู่ในตัวเองด้วย เราได้เห็นเครื่องประดับเหล่านี้ในหลากหลายรูปแบบตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาและเราก็ยังคงเห็นมันเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปสู่อนาคตอย่างต่อเนื่อง อัญมณีและวัสดุบางชนิดซึ่งมักได้รับการส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสซึ่งยังคงได้รับแรงบันดาลใจจากยุคสมัยที่แตกต่างกันและถูกนำมาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยความกล้าที่จะผสมผสานยุคสมัยและวัสดุต่างๆ เข้าด้วยกันโดยอิสระ เครื่องประดับเหล่านี้เป็นเครื่องประดับสมัยใหม่ตามความหมายที่แท้จริง สร้างสรรค์ขึ้นโดยนักออกแบบร่วมสมัยมากความสามารถที่ได้รับอิทธิพลมาจากผลงานในยุคก่อนหน้า จึงช่วยให้ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นยังคงความทันสมัยต่อไปได้นานหลายปี

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างรูปแบบงานที่กลายเป็นกระแสด้วยเหตุผลหลายประการ การแตกแขนงจากแนวคิดเดิมไปสู่รูปแบบใหม่ๆ และแนวทางที่เรามองว่าพลาดไม่ได้ในปี 2019

ไข่มุกแห่งปัญญา

แน่นอนว่าคุณยายอาจมอบทั้งไข่มุกและปัญญาให้คุณ แต่คุณอาจรู้สึกว่ามันเคร่งขรึม เรียบร้อย หรือจริงจังเกินไป Mizuki เป็นนักออกแบบรายหนึ่งที่ช่วยปลุกไข่มุกให้มีชีวิตขึ้นมาใหม่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และในปีนี้ก็เช่นกัน เธอได้นำเสนอไข่มุกเซาธ์ซี ไข่มุกน้ำจืด และไข่มุกตาฮีติบนลวดทองเส้นบางสำหรับใช้เป็นสร้อยคอ ต่างหู และสร้อยข้อมือ ไข่มุกตาฮีติอันงดงามประดับอยู่บนต่างหูรูปแบบใหม่ล่าสุด นั่นคือต่างหูรูปเม็ดข้าว (marquise) ที่ทำจากลวดทองเส้นบาง เป็นชิ้นงานที่ดูเรียบง่ายโดดเด่นทว่ายังคงความทันสมัยได้เป็นอย่างดี

ลวดลายบนฟากฟ้า

มนตร์เสน่ห์ของดวงจันทร์และแสงระยิบระยับของดวงดาวดูเหมือนจะไม่มีทางตกยุค Toni + Chloë  Goutal ใช้ลวดลายดวงจันทร์และดวงดาวอันชวนละลานตาตามแบบวิกตอเรียนขนานแท้ในงานเครื่องประดับเพชรและอัญมณีอย่างเช่น ทับทิม แซปไฟร์ และมรกต โดยงานออกแบบหลายงานเริ่มต้นจากการเป็นเข็มกลัดก่อน จากนั้นจึงดึงนำมาใช้กับจี้ ทุกชิ้นจับคู่กับสายโซ่และสายคล้องแบบวิกตอเรียนซึ่งเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นอีกครั้งในหมู่นักสะสมของโบราณและผู้หญิงที่ชอบสายโซ่ซึ่งมีน้ำหนักกำลังพอดี ทีมงานซึ่งประกอบด้วย Toni ผู้เป็นแม่ และ Chloë ผู้เป็นลูกสาว เลือกเครื่องประดับที่ให้ความรู้สึกทันสมัยมารวมในคอลเล็กชันนี้ นอกจากนั้น คอลเล็กชันนี้ยังพุ่งเป้าไปยังความหลงใหลที่คนเรามีต่อดวงดาราบนฟากฟ้า ชิ้นงานเครื่องประดับที่ช่วยให้เราได้ “เก็บเดือนเก็บดาวมาเชยชม” สำหรับงานที่ใช้ลวดลายรูปดาวนั้น แหวนรูปดาวของ Selim Mouzannar ซึ่งประดับด้วยเพชรล้วนหรือตกแต่งด้วยทับทิมและ/หรือแซปไฟร์นั้นดูดีพอๆ กันไม่ว่าจะใส่วงเดียวหรือใส่ซ้อนกันหลายวง แล้วก็ยังมีสร้อยข้อมือรูปดาวในคอลเล็กชันนี้ที่ส่องประกายกะพริบวิบวับเช่นกัน

สร้อยสายโซ่

สายสร้อยแบบโซ่ที่ทำด้วยมือซึ่งให้น้ำหนักและสัมผัสคล้ายสายโซ่คล้องแบบโบราณ และสามารถห้อยชาร์ม หรือจี้ หรือว่าใส่แต่สายสร้อยอย่างเดียวก็ได้นั้น นับเป็นเครื่องประดับที่ควรมีติดตู้เอาไว้ สายสร้อยประเภทนี้มีรูปแบบโบราณมากมายให้เลือก แต่ถ้าคุณต้องการชิ้นงานที่ดูร่วมสมัยขึ้นมาหน่อย คุณสามารถดูงานของ Tura Sugden ซึ่งเหมาะสำหรับการตกแต่งด้วยจี้ชิ้นโปรดหรือใส่แต่สายสร้อยอย่างเดียว โดยมีสลักประดับเพชรอยู่ด้านหน้า

เครื่องประดับรูปล็อค

ความโดดเด่นของเครื่องประดับรูปล็อคที่ดูหนักแน่นแบบอินดัสเทรียลแต่ก็ยังคงความโรแมนติกนั้นสรุปรวมอยู่ในผลงานคอลเล็กชันอันหลากหลายของ Marla Aarons เธอได้ผสมผสานและถ่วงดุลระหว่างประโยชน์ใช้สอยกับความเก๋ไก๋ล้ำสมัย ชิ้นงานอัญมณี งานฝังประดับ และงานสลักลายรูปแบบต่างๆ มีให้เลือกหลากหลายขนาด ล็อคของเธอยังคงได้รับการพัฒนาไปสู่รูปแบบและรูปทรงใหม่ๆ สำหรับใช้เป็นจี้ห้อยและชาร์ม เพิ่มความยาวของสร้อยสายโซ่ หรือนำไปสวมใส่ให้เป็นจุดสนใจหลัก นักออกแบบรายอื่นๆ ก็ยังคงสร้างสรรค์ตัวเชื่อมภายนอกสำหรับเพิ่มชาร์มเข้าไปในสร้อยคอ แต่ยังไม่มีใครนำล็อคมาใช้ได้อย่าง Aaron

การกลับมาของแหวนยิปซี

แหวนยิปซีหมายถึงแหวนที่มีอัญมณีเม็ดหลักหนึ่งเม็ดหรือมีอัญมณีเม็ดหลักสามเม็ดฝังเข้าไปในตัวเรือน ทำให้อัญมณีเป็นแนวราบเสมอกันกับตัวเรือนโลหะ แหวนประเภทนี้เริ่มได้รับความนิยมในยุควิกตอเรียนและกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในช่วงต้นยุคศตวรรษที่ 20 มีตำนานเล่าขานมาว่าชื่อแหวนมีที่มาจากการที่ผู้หญิง เดินทางผ่านพื้นที่ชนบทช่วงยุคศตวรรษที่ 19 พวกเธอกลัวว่าพวกยิปซีจะมาแงะเพชรพลอยไปจากตัวเรือนแหวนที่ตนเองสวมใส่ จึงหาวิธีเลี่ยงด้วยการฝังอัญมณีให้อยู่ลึกลงไปในตัวแหวนโดยไม่ใช้ก้านแหวน ในยุควิกตอเรียนจนมาถึงช่วงเปลี่ยนศตวรรษ แหวนเหล่านี้มักประดับด้วยเพชรเป็นหลัก และ/หรือ ด้วยอัญมณีชนิดอื่นๆ Brent Neale นำแนวคิดนี้มาพัฒนาต่อ โดยได้สร้างสรรค์แหวนขนาดใหญ่และผสมผสานอัญมณีชนิดต่างๆ เข้าด้วยกัน แม้ว่าแหวนโบราณและแหวนยิปซีมีความเป็นสมัยใหม่อยู่ในตัว แต่ชิ้นงานของ Neale ได้ช่วยเพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาและสะท้อนบุคลิกของผู้สวมใส่ด้วย

เครื่องประดับเน้นสีสัน

การลงยากลายเป็นแนวโน้มที่ได้รับความนิยมในหมู่นักออกแบบอิสระ นักออกแบบ Beth Bugdaycay จาก Foundrae เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์ภาษาสมัยใหม่จากสัญลักษณ์ที่ใช้กันมาในประวัติศาสตร์ และเธอได้ออกแบบชิ้นงานของเธอด้วยการลงยาแบบ champlevé อันเป็นเทคนิคการลงยาแบบโบราณ โดยจะมีการหล่อร่องในทองคำจากนั้นจึงใส่วัสดุลงยาที่เป็นแก้ว (vitreous) ลงไปในร่องนั้น ชิ้นงานจะถูกเผาไฟจนกระทั่งวัสดุลงยาหลอมรวมกับทองคำ จากนั้นก็จะถูกขัดให้เรียบ ชิ้นงานใหม่ในคอลเล็กชันนี้ใช้สีสันที่แตกต่างหลายสีในเครื่องประดับชิ้นเดียว นั่นคือจี้ Large Compass ซึ่งทำจากทอง 18 กะรัต รูปเข็มทิศแสดงถึงการมีทิศทาง และ Foundrae ยกระดับความหมายของชิ้นงานให้พูดถึงการวางแผนหรือการเปลี่ยนแปลงทิศทางที่จะเดินไป “ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดล้วนเริ่มต้นจากภายในจากนั้นจึงเปล่งแสงออกสู่ภายนอก” Bugdaycay กล่าว

ชาร์มจากโลกยุคเก่า

กุญแจเป็นเครื่องประดับแสดงอารมณ์ในยุคจอร์เจียนและยุควิกตอเรียน แล้วจากนั้นก็กลับมาใหม่ระหว่างยุคเอ็ดเวิร์ดเดียน/เบลล์ เอป็อค (The Edwardian/Belle Époque time period) มีกุญแจรูปแบบต่างๆ สำหรับเอาไว้ใช้ไขสายคล้อง แม่กุญแจ และกุญแจทองเอาไว้เปิดหีบเครื่องประดับของขุนนางผู้มั่งคั่งโดยซ่อนเอาไว้ในแหวนและล็อคเก็ต Tiffany & Co. มีบทบาทสำคัญในการนำเสนอกุญแจซึ่งใช้เป็นชาร์มโดยทำจากเงินและทองในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 นับแต่นั้นนักออกแบบก็ได้ตีความกุญแจออกมาในหลากหลายรูปแบบ Michelle Fantaci ออกแบบกุญแจมาทุกรูปแบบ แต่กุญแจแบบไม่มีร่องที่ประดับด้วยเพชรและมรกตช่วยเพิ่มประกายให้คอลเล็กชันชาร์มและยังคงรักษาความหมายเดิมจากเมื่อ 200 ปีก่อนที่ว่า “ฉันมีกุญแจสู่หัวใจของคุณ” “คุณมีกุญแจสู่หัวใจของผม” หรือ “ปลดล็อคความรักในใจฉัน”

แม้มันอาจไม่ใช่ชาร์ม แต่ชิ้นงานเหล่านี้ก็มีลักษณะของเครื่องประดับยุคก่อนและมีเสน่ห์ดึงดูด ล็อคเก็ตยังคงเป็นของชิ้นสำคัญในคอลเล็กชันเครื่องประดับของผู้หญิงซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องสงสัยเลย มันเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเก็บซ่อนสมบัติ ความลับ และรูปถ่ายของบุคคลอันเป็นที่รัก งานออกแบบในอดีตนั้นมักใช้ลวดลายที่มีความหมายและ/หรือสื่ออารมณ์แทบทุกรูปแบบที่เรานึกออก ดังนั้นจึงนับเป็นความท้าทายสำหรับนักออกแบบในปัจจุบันที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่มีเสน่ห์และดึงดูดความสนใจได้ Adam Foster ก็เป็นนักออกแบบรายหนึ่งที่ตอบรับความท้าทายนี้และผลงานชุด Constellation ของเขาก็นำเสนอลวดลายที่แกะสลักบนทองคำและอัญมณีที่เปล่งประกายสุกใสเหมือนดวงดาว

รื้อสร้างอาร์ตเดโค

นักออกแบบยังคงพยายามนำเครื่องประดับจากยุคอาร์ตเดโคกลับมาตีความใหม่โดยใส่ความคิดสร้างสรรค์และความร่วมสมัยลงไป Nikos Koulis เป็นผู้นำในด้านนี้ ชิ้นงานของเขาหยิบยืมรายละเอียดและแรงบันดาลใจจากรูปทรงเชิงเส้นที่เพรียวบางและลายเส้นเรขาคณิต แต่เขานำเอาคุณสมบัติแบบดั้งเดิมมาปรับปรุงเสียใหม่ แล้วเพิ่มมุมมองเฉพาะตัว ตลอดจนใช้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าผู้หญิงต้องการใส่เครื่องประดับแบบไหนในเวลานี้โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือแหวนขนาดใหญ่ลงยาสีดำ 18 กะรัต ประดับด้วยเพชรรูปสามเหลี่ยมและเพิ่มรายละเอียดด้วยสายโซ่เส้นเล็กๆ

แกว่งไกวไปมา

ต่างหูซึ่งเคลื่อนไหว แกว่งไกว และเต้นระบำไปกับแสง กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ เรายังคงได้เห็นต่างหูเส้น ต่างหูห่วง รวมถึงต่างหูเม็ดและต่างหูเลื้อยหลากหลายรูปแบบ ต่างหูเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ต่างหูระย้าเป็นต่างหูที่มาแรงที่สุด ความเคลื่อนไหวและรูปทรงที่สมดุลกันช่วยส่งเสริมความงามของอัญมณี ตลอดจนเพิ่มสีสันและชีวิตชีวาให้ใบหน้าและเครื่องแต่งกายของผู้หญิงด้วย

 

ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

กุมภาพันธ์ 2562

------------------------------------------

ที่มา: “Time Travel: Jewels of The Past Continue To Head Into The Future” by Beth Bernstein. Forbes. Retrived December 18, 2018, from https://www.forbes.com/sites/bethbernstein/2018/12/11/time-travel-jewels-of-the-past-continue-to-head-into-the-future/#2417f31d27fc.

 

*** กรุณาอ้างอิง “ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)” ทุกครั้ง เมื่อนำบทความนี้ไปเผยแพร่ต่อ

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที