GIT Information Center

ผู้เขียน : GIT Information Center

อัพเดท: 21 พ.ค. 2019 15.57 น. บทความนี้มีผู้ชม: 186 ครั้ง

อัญมณีสีรุ้ง โอปอล (Opal) จัดเป็นอัญมณีในตระกูลควอตซ์ มีน้ำเป็นองค์ประกอบในสัดส่วนราวร้อยละ 3 ? 10 แหล่งผลิตโอปอลที่สำคัญและมีชื่อเสียงได้แก่ ออสเตรเลีย เอธิโอเปีย เม็กซิโก และบราซิล ชาวอาหรับในสมัยโบราณเชื่อกันว่า โอปอลคืออัญมณีที่ตกมาจากสวรรค์ในยามที่เกิดปรากฏการณ์สายฟ้าฟาด ขณะที่ชาวกรีกและโรมันเชื่อว่าโอปอลจะช่วยป้องกันอันตรายและนำมาความโชคดีมีสุขมายังผู้ที่ครอบครอง ทั้งยังเป็นเครื่องรางบอกเหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคตได้อีกด้วย


โอปอล อัญมณีสีรุ้งแห่งความหวัง

 

โอปอล” อัญมณีสีรุ้งแห่งความหวัง

สายรุ้งที่พาดผ่านท้องฟ้าเมื่อยามหลังฝน เปรียบได้กับเครื่องประดับชิ้นงามที่แต้มแต่งท้องฟ้าให้สดใส ทั้งยังเปรียบเสมือนข้อความจากธรรมชาติที่ต้องการสื่อว่า ไม่ว่าจะต้องเจอพายุหรืออุปสรรคมากมายสักเพียงใด ขออย่าสิ้นหวัง เพราะ “ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ”

ในบรรดาอัญมณีชนิดต่างๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นใต้พื้นพิภพนี้ มีอยู่ชนิดหนึ่งที่มีความพิเศษแตกต่างจากอัญมณีชนิดอื่นๆ ด้วยมันมีปรากฏการณ์ประหลาดของการให้ประกายเหลือบรุ้งแวววาวยามต้องแสงไฟ เจ้าอัญมณีสีรุ้งที่กำลังพูดถึงอยู่นี้มีชื่อเรียกว่า โอปอล’ (Opal)

ภาพโดย: Cody Opal

ทำความรู้จักโอปอล

 โอปอล  (Opal) จัดเป็นอัญมณีในตระกูลควอตซ์เช่นเดียวกับแอเมทิสต์ จะแตกต่างกันบ้างก็ตรงที่โอปอล มีน้ำเป็นองค์ประกอบในสัดส่วนราวร้อยละ 3 – 10 โดยทั่วไปโอปอล มีอยู่ด้วยกันหลากหลายเฉดสี ไม่ว่าจะเป็นสีขาว ดำ แดง หรือเขียว เป็นต้น โดยแหล่งผลิตโอปอล ที่สำคัญและมีชื่อเสียงได้แก่ ออสเตรเลีย เอธิโอเปีย เม็กซิโก และบราซิล  

แหวนโอปอลตกแต่งด้วยเพชรและพลอยสีบนตัวเรือนแพลทินัม

เครื่องประดับโดย: Cartier

โอปอล เป็นคำในภาษาสันสกฤตว่า Upala แปลว่า หินมีค่า เป็นอัญมณีซึ่งเป็นที่รู้จักและเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับอารยธรรมและความเชื่อต่างๆ ในหมู่มนุษย์มาอย่างยาวนาน โดยชาวอาหรับในสมัยโบราณเชื่อกันว่า  โอปอล คืออัญมณีที่ตกมาจากสวรรค์ในยามที่เกิดปรากฏการณ์สายฟ้าฟาด ขณะที่ชาวกรีกและโรมันเชื่อว่าโอปอลจะช่วยป้องกันอันตรายและนำมาความโชคดี มีสุขมายังผู้ที่ครอบครอง ทั้งยังเป็นเครื่องรางบอกเหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคตได้อีกด้วย

ยังมีความเชื่อที่ว่าโอปอล สามารถบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยของโรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตา อีกทั้งยังช่วยบำบัดอาการทางจิตใจ ช่วยให้ผู้สวมใส่เกิดความมั่นใจในตนเอง รวมถึงช่วยดึงศักยภาพและผลักดันพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น นอกจากนี้ โอปอล ยังเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง และถูกยกให้เป็นอัญมณีแห่งความยุติธรรม จึงไม่น่าแปลกใจที่มันเป็นอัญมณีประจำเดือนเกิดของผู้ที่เกิดเตือนตุลาคม อันมีสัญลักษณ์เป็นรูปตราชั่งนั่นเอง

กำไลโอปอลตกแต่งเพชรและพลอยสี

เครื่องประดับโดย: Chaumet

ในแง่มุมของความรัก โอปอล ก็มีความโดดเด่นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร ด้วยเชื่อกันว่าเป็นอัญมณีแห่งความรัก ความภักดี และศรัทธา ที่มีให้แก่กันระหว่างคนสองคน อีกทั้งยังเป็นอัญมณีที่เป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงานครบรอบปีที่ 14 อีกด้วย

“The Burning of Troy” โอปอล จอมขี้อาย

จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่าภายใต้บทบาทของกษัตริย์นักรบผู้องอาจห้าวหาญ ‘นโปเลียน’ ก็เป็นเพียงชายธรรมดาผู้หนึ่งที่มีแง่งามของความโรแมนติกให้กับหญิงผู้เป็นที่รักเช่นกัน ด้วยนโปเลียนมักจะมีของขวัญของกำนัลเล็กบ้างใหญ่บ้างมอบให้แก่โจเซฟีนอยู่เสมอ

มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาถึงหนึ่งในของขวัญชิ้นพิเศษระดับตำนานซึ่งจอมจักรพรรดิได้มอบให้แก่จักรพรรดินีโจเซฟีนก็คือ โอปอลดำ (Black Opal) คุณภาพเลิศขนาดมหึมาด้วยน้ำหนักราว 700 กะรัต (ประมาณ 140 กรัม) ที่มีชื่อว่า ‘The Burning of Troy’ ว่ากันว่าเจ้าโอปอล ชิ้นนี้เป็นหนึ่งในอัญมณีซึ่งเป็นที่โปรดปรานของโจเซฟีน ด้วยเธอมักนำมันมาใช้ประดับตกแต่งร่างกายอยู่เสมอ

แต่ดูเหมือนว่า The Burning of Troy ออกจะเป็นโอปอล ที่มีนิสัยขี้อายอยู่ไม่น้อย อีกทั้งนโปเลียนอาจต้องการให้โอปอล นี้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่รู้กันเพียงแค่สองคน เราจึงไม่สามารถสืบเสาะหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใดๆ แม้แต่ภาพวาดสักชิ้นที่จะสามารถเผยให้เห็นถึงรูปร่างหน้าตาของโอปอลนี้ได้  

ภายหลังจากการเสียชีวิตของจักรพรรดินีโจเซฟีน เมื่อปี 1814 โอปอล The Burning of Troy นี้ก็ได้หายสาปสูญไป และมันก็ได้ปรากฎตัวอีกครั้งในราว 100 ปี ให้หลัง ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อมีชาวเวียนนาผู้ซึ่งไม่ประสงค์จะออกนาม ได้ซื้อโอปอลนี้ในราคาสูงถึง 50,000 เหรียญสหรัฐ จากนั้นไม่นานนักก็มีข่าวแพร่สะพัดว่ามันได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นโอปอลนี้

การเดินทางของเวลาล่วงเลยเนิ่นนานมาจนถึงปัจจุบัน แต่โอปอลจอมขี้อาย ‘The Burning of Troy’ นี้ก็ยังคงเก็บตัวเงียบ ไม่ออกมาปรากฎตัวให้เราได้ยลโฉมกันสักที

ตัวอย่างโอปอลดำ (Black Opal)

ภาพโดย: GIA

           

ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

--------------------------------------------------------------

ข้อมูลอ้างอิง:

1. October Birthstone: Where Does Opal Come from?. GIA. https://4cs.gia.edu/en-us/blog/october-birthstone-where-opal-comes-from

2. The Superstitious History of Opal Jewelry. The Jewellery Editor. (29 September 2015)

    http://www.thejewelleryeditor.com/jewellery/vintage/article/opal-jewellery-superstitious-history

3. Opal Meaning, Powers and History. Jewels for Me. https://www.jewelsforme.com/opal-meaning

4. Napoleon’s Black Opal. Australian Black Opal. http://australianblackopal.blogspot.com/2011/10/napoleons-black-opal.html

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที