MeMothisa

ผู้เขียน : MeMothisa

อัพเดท: 16 ต.ค. 2020 14.57 น. บทความนี้มีผู้ชม: 947 ครั้ง

ใคร ๆ ก็มีรอยยิ้มที่สวยงามได้ในยุคปัจจุบัน ที่เรื่องของทันตกรรมนั้นพัฒนาเป็นอย่างมาก ผู้เขียนจึงถือโอกาสมาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของทันตกรรม ให้คนไทยทุกคนได้รู้จักเกี่ยวกับทันตกรรมมากยิ่งขึ้น และมีรอยยิ้มที่สวยงาม


รากฟันเทียม คืออะไร มีกี่ชนิด และเรื่องที่ต้องรู้

ฟันของคนเราจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดคือ ฟันน้ำนมและฟันแท้ โดยฟันน้ำนมจะอยู่กับเราได้เพียงชั่วคราว ตั้งแต่อายุ 6 เดือนไปจนถึงอายุ 13 ปี แล้วฟันแท้ก็จะขึ้นมาและอยู่กับคนเราไปจนชั่วอายุไข หรือไม่อาจจะหลุดก่อนกำหนดก็ได้ แล้วแต่กรณีไป แต่หากใครที่มีปัญหาฟันหัก ฟันหลุด ฟันผุจนเกินจะรักษา ต้องถอนฟันออก ก็คงไม่มีฟันแท้ชุดที่สองเกิดขึ้นมาใหม่อย่างแน่นอน แต่ถึงอยากไรมนุษย์ก็ยังคงค้นพบวิธีการทำให้เกิดฟันชุดใหม่ขึ้นมาได้ นั่นก็คือฟันเทียมและรากฟันเทียม ฟันชุดใหม่ที่มาทดแทนฟันแท้ที่เสียไป ที่นอกจากจะช่วยเรื่องการทานอาหารได้เหมือนฟันแท้แล้ว ยังช่วยในเรื่องการเสริมความงาม พร้อมทั้งเสริมสร้างรอยยิ้มที่มั่นใจอีกด้วย

รากฟันเทียม คืออะไร

รากฟันเทียม คืออะไร

รากฟันที่ทำมาจากวัสดุชั้นดี สามารถใช้แทนรากฟันของแท้ได้ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ซึ่งรากฟันเทียมทำจากวัสดุที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของคนเรานั่นคือ ไททาเนียม ซึ่งเมื่อใส่เข้าไปจะเปรียบเสมือนเป็นรากฟันแท้และอยู่ในช่องปากได้นานเทียบเท่าฟันแท้เลย และเมื่อเวลานานเข้ารากฟันเทียมก็จะยึดติดกับกระดูก การใส่รากฟันเทียมจึงเป็นการช่วยแก้ปัญหาในเรื่องสุขภาพช่องปากที่ดีที่สุดอีกวิธีหนึ่ง

ใครบ้างที่ควรทำรากฟันเทียม

ใครบ้างที่ควรทำรากฟันเทียม

คนที่ควรทำรากฟันเทียม คือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันกรามหรือฟันหัก ฟันหลุด รากฟันเสีย และบุคคลที่ไม่สามารถรองรับการใส่ฟันปลอมแบบถอดออกได้ ที่สำคัญบุคคลนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง จึงจะสามารถทำรากฟันเทียมได้ ซึ่งแพทย์จะตรวจและวินิจฉัยก่อนทำว่าคุณสามารถทำได้หรือไม่

รากฟันเทียม มีกี่ชนิด

รากฟันเทียม มีกี่ชนิด

รากฟันเทียมนั้นมีหลายชนิด ซึ่งขึ้นอยู่กับเหงือกและโครงสร้างภายในปากของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน โดยชนิดที่นิยมนำมาใช้ได้แก่

  1. Conventional Implant เป็นรากฟันที่สามารถทำได้หลังจากถอนฟันไปแล้ว 3-6 เดือน เพื่อให้กระดูกฟันที่หายไปจากการถอนเกิดความสมบูรณ์ก่อน จึงจะสามารถใส่รากฟันเทียมและตามด้วยการครอบฟัน เป็นอันดับไป
  2. Immediate implant placement รากฟันเทียมชนิดนี้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาได้มากขึ้น โดยมีจุดเด่นคือสามารถทำได้ทันทีหลังจากถอนฟัน ไม่ต้องรอนานเหมือนวิธีอื่น ส่วนการครอบฟันนั้นต้องรอไปก่อนประมาณ 3-6 เดือน จึงจะทำได้
  3. Immediate loaded implant เป็นวิธีการที่ใช้เวลารวดเร็วและประหยัดมาก คือ สามารถใส่รากฟันเทียมแล้วทำการครอบฟันได้เลย แต่การทำรากฟันเทียมชนิดนี้ต้องได้รับการพิจารณาจากคุณหมอเป็นอย่างดีก่อนการทำ เพราะใช้เวลาไม่นาน

ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ต้องเตรียมตัวอย่างไร

สำหรับคนที่ต้องการทำรากฟันเทียม จะต้องมีการเตรียมพร้อมก่อน ซึ่งจะต้องทำอย่างไรบ้างก็ไปดูกันเลย

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ ข้อนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะขั้นตอนการทำรากฟันเทียมอาจมีขั้นตอนที่เยอะ ซึ่งการพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้พร้อมสำหรับการทำรากฟันมากขึ้น และยังทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วอีกด้วย
  2. รับประทานยาประจำตัวให้เรียบร้อย สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรรับประทานยาให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดอาการต่างๆ ขึ้นระหว่างการทำรากฟันเทียม ทั้งนี้ควรแจ้งหมอให้ทราบด้วยว่ามีโรคประจำตัวอะไรบ้าง เพื่อที่หมอจะได้พิจารณาว่าทำได้หรือไม่
  3. ทำใจให้สบาย อย่ากังวลเกี่ยวกับเรื่องการทำรากฟันมากไป เพื่อให้เกิดความสบายใจ ไม่เครียดและพยายามไม่ต้องกลัวขั้นตอนการทำว่าจะเจ็บหรือไม่

ระยะเวลาในการทำนานไหม

ระยะเวลาในการทำนานไหม

ระยะเวลาในการทำประมาณ 1 ชั่วโมงรวมการฉีดยาชาแล้ว แต่หากต้องได้รับการศัลยกรรมส่วนอื่นๆ ของช่องปากด้วยก็จะใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมงนั่นเอง

ขั้นตอนการทำ รากฟันเทียม

ขั้นตอนการทำ รากฟันเทียม

มาดูขั้นตอนการทำรากฟันเทียมกันบ้าง สำหรับผู้ที่ต้องได้รับการรักษา จะได้ลดความกังวลในการทำลงบ้าง โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. การฝังรากฟันเทียม ขั้นตอนนี้แพทย์จะตรวจสภาพกระดูกและทำการเอ็กซเรย์ในปากส่วนที่รากฟันแท้เสียไป เพื่อทำการพิมฟันและวางแผนประกอบการรักษา จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการฝังรากฟันโดยการฉีดยาชาและรอให้ยาออกฤทธิ์ จึงนำวัสดุที่ใช้ในการทำรากฟันอย่างไททาเนียมฝังลงบนเหงือก แล้วก็ทำการเย็บแผลที่เกิดจากการฝังรากฟัน
  2. การครอบฟัน ขั้นตอนนี้แบ่งได้เป็น 2 แบบคือ แบบที่รอให้รากฟันฝังตัวกับกระดูกก่อน ซึ่งใช้เวลา 3-6 เดือน จากนั้นก็มารับการทำครอบฟัน หรืออีกหนึ่งแบบคือ การทำครอบฟันได้ทันทีหลังจากที่ทำรากเทียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นแพทย์ก็จะนัดคนไข้มาเช็ครากฟันเทียมในช่วงระยะเวลา 1-6 เดือน

การทำรากฟันเทียม มีข้อดีอย่างไร

การทำรากฟันเทียม มีข้อดีอย่างไร

สำหรับข้อดีของการทำรากเทียมจะมีอะไรบ้าง ก็มาดูกันเลย

  1. ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดียิ่งขึ้น เมื่อฟันแท้มีปัญหา ก็ทำให้ใครหลายคนอาจไม่มั่นใจในรอยยิ้มของตนเอง การทำรากฟันเทียมและการครอบฟันจึงช่วยให้คุณมั่นใจมากยิ่งขึ้น สามารถยิ้มได้กว้างและกล้าที่จะเผยรอยยิ้มมากกว่าเดิม
  2. เคี้ยวอาหารได้ละเอียดขึ้น การสูญเสียฟันแท้ไป มีผลต่อการบดเคี้ยวอาหาร จึงเกิดการทำรากฟันเทียมขึ้นเพื่อให้ฟันที่อยู่ในช่องปากมีครบและทำหน้าที่ได้ดีทุกซี่ โดยการบดเคี้ยวก็จะดีขึ้นด้วยเช่นกัน
  3. พูดและออกเสียงชัดขึ้น ฟันที่อยู่บริเวณด้านหน้าของปาก มีส่วนในเรื่องการพูดและออกเสียง หากเสียไปอาจทำให้พูดไม่ชัด การทำรากฟันเทียมทดแทนจะช่วยให้การพูดชัดขึ้น เพราะลมไม่สามารถออกจากช่องว่างของฟันได้

ต้องดูแลรักษาอย่างไร หลังทำรากฟันเทียม

ต้องดูแลรักษาอย่างไร หลังทำรากฟันเทียม

วิธีในการดูแลรักษารากฟันเทียมแบบง่ายๆ คือ การหมั่นทำความสะอาดฟัน แปรงฟันบ่อยๆ และให้ไหมขัดฟันขัดตามซอกฟันเพื่อไม่ให้มีเศษอาหารตกค้าง ที่สำคัญคือการหมั่นไปเช็คสุขภาพช่องปากหลังจากการทำรากฟันเทียมเป็นประจำ เพราะหากมีปัญหาขึ้นมาจะได้ทำการรักษาได้ทันก่อนจะลุกลามไปมากกว่าเดิมนั่นเอง

รากฟันเทียมสามารถช่วยทดแทนฟันแท้ที่เสียไปได้อย่างดี แต่ก็มีราคาที่สูงมากเหมือนกัน หากใครที่ยังมีฟันแท้อยู่ ขอแนะนำว่ารักษาฟันเอาไว้ให้ดีเพื่อให้ฟันแท้อยู่กับเราได้นานๆ จะดีที่สุด


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที