GIT Information Center

ผู้เขียน : GIT Information Center

อัพเดท: 20 ส.ค. 2019 20.42 น. บทความนี้มีผู้ชม: 132 ครั้ง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการเก็บภาษีต่อสินค้าที่นำเข้าจากจีนบางรายการ จากเดิมที่จะเริ่มเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 10% ในวันที่ 1 กันยายนนี้ เป็น 15 ธันวาคม 2562 แต่ยกเว้นสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับหลายรายการอาทิ เครื่องประดับแท้ที่ยังถูกเก็บภาษี 1 กันยายนเช่นเดิม ยกเว้นเพียงบางรายการซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับเทียม ส่วนสินค้าอื่นๆ จะเป็นอะไรบ้าง และจะส่งผลต่อธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับไทยอย่างไร


1 กันยา สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน รอบใหม่

แม้ว่าการเจรจาการค้ากันระหว่าง 2 ผู้นำสหรัฐฯ และจีน ในการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จะสร้างความหวังในการแสวงหาข้อตกลงยุติสงครามการค้า แต่การทวีตข้อความของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ว่า สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 10%  ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน โดยมีผลกับสินค้านำเข้ามูลค่า 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นอกเหนือจากสินค้าจีนมูลค่า 250,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ถูกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราร้อยละ 25 ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้มีแรงเทขายในตลาดทุนและราคาน้ำมันของสหรัฐฯ ดิ่งลงรับข้อมูลดังกล่าว



ที่มา : https://dailypost.ng

แต่เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเลื่อนการเก็บภาษีต่อสินค้าที่นำเข้าจากจีนบางรายการ จากกำหนดการเดิมที่จะเริ่มเก็บภาษีในวันที่ 1 กันยายนนี้ เป็น 15 ธันวาคม ได้แก่ แล็ปท็อป โทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นวิดีโอเกมจอคอมพิวเตอร์ เสื้อผ้า และรองเท้า เป็นต้น ส่วนสินค้าอื่นๆ จะยังคงมีผลตามเดิม คือวันที่ 1 กันยายนนี้ รวมทั้งสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับหลายรายการที่ถูกเก็บภาษี ยกเว้นรายการ 7116.10.10 ของทำด้วยไข่มุกธรรมชาติ 7116.20.05 ของทำด้วยไข่มุกธรรมชาติหรือไข่มุกเลี้ยง ทำด้วยรัตนชาติหรือกึ่งรัตนชาติ ซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน 40 เหรียญสหรัฐต่อชิ้น 7117.19.05 เครื่องประดับเทียมชิ้นเล็กๆ ที่เป็นสายสร้อย ซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน 8 เซนต์ต่อชิ้น 7117.90.45 เครื่องประดับเทียมที่ไม่เป็นสายสร้อย ไม่มีส่วนผสมของโลหะ ซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน 8 เซนต์ต่อชิ้น 7117.90.60 เครื่องประดับเทียมที่ไม่มีส่วนผสมของโลหะ ซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน 8 เซนต์ต่อชิ้น 7117.90.75 เครื่องประดับเทียมทำจากพลาสติก ซึ่งมีมูลค่าเกิน 20 เซนต์ต่อโหล

ทั้งนี้ ทางสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ยังเตรียมถอดสินค้าบางประเภทออกจากรายชื่อสินค้าที่จะถูกเก็บภาษีด้วย โดยการตัดสินใจตั้งอยู่บนพื้นฐานของสุขภาพ ความปลอดภัย และความมั่นคงของชาติ ขณะที่ข่าวดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกส่งผลให้ดัชนีดาวน์โจนส์เพิ่มขึ้น 372.54 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 42.48 จุด และดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 152.95 จุด โดยเฉพาะหุ้นของบริษัทแอปเปิ้ลพุ่งทะยาน 4.2% ด้านสมาคมผู้ค้าปลีกในสหรัฐฯ แสดงความยินดีต่อการตัดสินใจของรัฐบาล แต่สมาคมผู้บริโภคสินค้าเทคโนโลยีย้ำว่า ทางที่ดีรัฐบาลควรระงับการขึ้นภาษีเป็นการถาวร และใช้แนวทางอื่นที่ดีกว่ากับการค้าที่ไม่เป็นธรรมของจีน

การค้าอัญมณีและเครื่องประดับระหว่างสหรัฐฯ และจีน

สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในอันดับ 2 ของจีน (รองจากฮ่องกง) โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจีนส่งออกไปยังสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าเฉลี่ย 3,829.46 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่จีนมีการนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับจากสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา 938.03 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ล่าสุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 จีนส่งออกไปยังสหรัฐฯ 1,087.14 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 29.31 โดยสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ เครื่องประดับแท้ และเครื่องประดับเทียม ส่วนการนำเข้านั้น จีนนำเข้าจากสหรัฐฯ 287.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัวลงถึงร้อยละ 90.01 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ ของอื่นๆ ที่ทำด้วยโลหะมีค่าหรือโลหะที่หุ้มด้วยโลหะมีค่า และเครื่องประดับแท้

ผลกระทบต่อธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับไทย

สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับหลักของจีน จึงมีความเป็นไปได้ว่า ผู้นำเข้าชาวอเมริกันอาจจะหันมานำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยแทน เพราะด้วยสินค้าของไทยมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในตลาดสหรัฐฯ อยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้ไทยส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้เพิ่มมากขึ้น การปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าต่างๆ จากจีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบและสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระราคาสินค้าที่สูงขึ้น ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยของชาวอเมริกัน อันอาจกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมให้ซบเซาลง และชาวอเมริกันก็จะลดการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างอัญมณีและเครื่องประดับลง ซึ่งนั่นก็อาจทำให้ไทยส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไปยังสหรัฐฯ ไม่ได้มากเท่าที่ควร

สงครามการค้าที่ยืดเยื้อและขยายวงกว้างมากขึ้น ท้ายที่สุดแล้วจะบั่นทอนการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลก โดยนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าสงครามการค้าจะยังคงดำเนินต่อเนื่องไปอีก นอกเหนือจากการตอบโต้กันด้วยภาษีแล้ว ทางการจีนก็อาจพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าที่มิใช่ภาษีร่วมด้วย อาทิ เพิ่มเงื่อนไขและกีดกันธุรกิจของสหรัฐฯ ในจีน ลดค่าเงินหยวน การเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่จีนถือครองอยู่ 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือการจำกัดการส่งออกแร่แรร์เอิร์ธ เป็นต้น

นอกจากนี้ จีนได้ยื่นเอกสารฟ้องร้องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) จากความไม่เป็นธรรมทางการค้ากับสหรัฐฯ ในขณะที่สหรัฐฯ ก็อาจกดดันให้ธนาคารกลางปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งความไม่แน่นอนเหล่านี้ทำให้ความเชื่อมั่นทางการค้าและการลงทุนของโลกลดลง และนำไปสู่การฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกได้ในที่สุด และเนื่องจากอัญมณีและเครื่องประดับเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจเป็นหลัก ฉะนั้น การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยก็ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องได้รับผลกระทบดังกล่าวทำให้ส่งออกไปยังตลาดโลกได้น้อยลงด้วยเช่นกัน

 
 
ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
สิงหาคม 2562
------------------------------------------
ข้อมูลอ้างอิง

  1. Chinese Jewelry Will Still Be Tariffed in 3 Weeks. Retrieved August 9, 2019, from https://www.jckonline.com
  2. https://ustr.gov/sites
  3. หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 สิงหาคม 2562
  4. "ทรัมป์" ยอมถอยเลื่อนขึ้นภาษี "ไอโฟน" ผลิตในจีน https://www.nationtv.tv/main/content/378732797

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที