GIT Information Center

ผู้เขียน : GIT Information Center

อัพเดท: 11 พ.ย. 2019 23.25 น. บทความนี้มีผู้ชม: 402 ครั้ง

นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ได้กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของธุรกิจในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคของสังคมดิจิทัลซึ่งทุกอย่างนั้นเชื่อมโยงกันผ่านโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้เกิดพฤติกรรมและกระแสที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา ดังนั้นผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจในทุกๆด้านจำเป็นต้องตามนวัตกรรมต่างๆ ของโลกให้ทัน และนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนเองอย่างครบวงจร แล้วนวัตกรรมต่างๆ สามารถช่วยธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับได้อย่างไรบ้าง สามารถติดตามในบทความนี้


นวัตกรรมเทคโนโลยี ความได้เปรียบที่ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับไม่อาจมองข้าม

           นวัตกรรมหรือความคิดสร้างสรรค์นั้นก้าวขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญในทางธุรกิจ และยิ่งเพิ่มความสำคัญมากขึ้นจากการเข้ามาของสังคมดิจิทัล ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ สามารถเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต (Internet Of Things : IOT) โดยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีจะเป็นตัวแปรที่สำคัญยิ่งในยุคที่กระแสความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นนี้

           ในอดีตอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับมีนวัตกรรมด้านการผลิต อย่างการปรับปรุงคุณภาพอัญมณีด้วยกรรมวิธีต่างๆ เช่น ความร้อน ความดัน การเติมสารเคมี เป็นต้น หรือแม้แต่การผลิตทองสีชมพู ทองสีม่วง แต่สินค้าดีก็อาจขายไม่ได้แม้จะมีการใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วยด้านการผลิตแล้วก็ตาม การนำนวัตกรรมมาใช้ให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะในปัจจุบันการประยุกต์ใช้สื่อออนไลน์ถือเป็นอาวุธทางนวัตกรรมเทคโนโลยีที่สำคัญมาก ทำให้ผู้ขายสามารถติดต่อซื้อขายกับผู้บริโภคได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าทั้งสองฝ่ายจะอยู่ที่ใดในโลกก็ตาม 

          แล้วนวัตกรรมต่างๆ จะมาช่วยในธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับได้อย่างไร?

งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับออนไลน์

          ปัจจุบันการจัดแสดงสินค้าหรือการออกบูธเป็นที่นิยมเนื่องจากเป็นการรวมผู้ขายจากหลากหลายที่มาจัดแสดงสินค้าและบริการของตนเพื่อได้พบกับผู้บริโภคโดยตรง (B2C) ได้คู่ค้าทางธุรกิจเพิ่ม (B2B) หรือสำรวจคู่แข่งทางธุรกิจด้วยเช่นกัน ซึ่งการออกบูธนั้นก็มักจัดในศูนย์การประชุมขนาดใหญ่ ศูนย์การค้าที่สำคัญในย่านธุรกิจ แต่ข้อเสียคือ ผู้ค้าที่อยู่ห่างไกลจากสถานที่จัดงานทำให้ไม่สามารถพบปะลูกค้าได้หลายงานจัดแสดงสินค้า รวมถึงค่าขนส่งและค่าจ้างพนักงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการออกบูธ ซึ่งผู้ค้ารายย่อยอาจไม่คุ้มทุนได้

          การจัดงานแสดงสินค้าออนไลน์จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ซึ่งนอกจากสามารถลดค่าใช้จ่ายในการออกบูธได้เป็นอย่างมากแล้ว ยังเป็นการนำเสนอสินค้าของตนต่อผู้บริโภคทุกภูมิภาคทั่วโลกได้โดยง่ายเพียงคลิกเดียว สำหรับงานแสดงอัญมณีและเครื่องประดับออนไลน์เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นตามสังคมออนไลน์ที่แพร่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก มีตัวอย่างงานที่น่าสนใจ ได้แก่ www.jewelryvirtualfair.com ซึ่งได้พัฒนาสังคมออนไลน์ด้านอัญมณีและเครื่องประดับเป็นแห่งแรกของโลก ให้บริการด้านข่าวสารและข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ปัจจุบันมีเครือข่ายให้บริการกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

          แม้แต่สภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (Hong Kong Trade Development Council) ก็ได้จัดงาน Hong Kong International Jewellery Show Online เพื่อสนับสนุนธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับแก่ผู้ค้าทั้งในประเทศและทั่วโลก ภายในหน้าเว็บไซต์ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดจากนานาประเทศ ซึ่งผู้ซื้อสามารถติดต่อกับผู้ขายได้โดยตรงไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์หรืออีเมล์ รวมทั้งข้อมูลการออกบูธในฮ่องกงและข่าวสารอัพเดตในวงการอัญมณีและเครื่องประดับ

 

หน้าเว็บไซต์ //event.hktdc.com/fair/hkjewellery-en/
 

           นอกจากงานแสดงอัญมณีและเครื่องประดับออนไลน์ที่นำมาตอบโจทย์ผู้ซื้อและผู้ขายแล้ว อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการจัดแสดงสินค้าและซื้อขายออนไลน์ก็คือ การประมูล เช่น www.gemrockauctions.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่มีการรักษาความปลอดภัยข้อมูลตามกฎข้อบังคับของ EU ในหน้าเว็บไซต์มีการแบ่งประเภทอัญมณีและเครื่องประดับแต่ละชนิดไว้อย่างละเอียด ตลอดจนสามารถใช้การค้นหาจากช่วงราคา ประเภท สี หรือตามรูปแบบการประมูล โดยผู้ซื้อสามารถใช้การชำระแบบ PayPal บัตรเครดิต หรือโอนเข้าบัญชีโดยตรงได้อีกด้วย

AI นวัตกรรมเพื่ออนาคตอัญมณีและเครื่องประดับ

           ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในหลายอุตสาหกรรมเพื่อใช้วิเคราะห์ข้อมูลที่มีจำนวนมาก มีความซับซ้อน หรือแม้แต่ความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งหากใช้คนเป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลนี้ก็อาจกินเวลายาวนาน และไม่สามารถตอบสนองลูกค้าได้ทันท่วงทีในยุคสมัยสังคมดิจิทัลนี้

           หากพิจารณาถึงอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เราจะใช้ AI ทำอะไรได้บ้าง?

           The Sahajanand Group ในอินเดีย เป็นกลุ่มบริษัทที่วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรการผลิต พัฒนายาและเวชกรรม หรือชีววิทยศาสตร์ ล่าสุดได้ออกเครื่องจักรที่ใช้ AI ประมวลผลในการตัดเพชรก้อนได้อย่างแม่นยำและเที่ยงตรง รวมทั้งการบรรจุชิ้นงานลงกล่อง โดยการทำงานแต่ละขั้นตอนไม่จำเป็นต้องมีผู้ควบคุมเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

เครื่องจักรที่ใช้ระบบ AI ประมวลผลการทำงานอย่างครบวงจรตั้งแต่ตัดเพชรก้อนจนถึงบรรจุลงกล่อง จาก www.malakjewelers.com

 
            ขณะที่ Sarine Technologies Ltd. ของอิสราเอล ก็ไม่น้อยหน้า คิดค้นเครื่อง Sarine Clarity™ เพื่อใช้ตรวจสอบความสะอาดของเพชรได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ และเครื่อง Sarine Color™ ที่ช่วยในการเปรียบเทียบสีของเพชรได้เร็วยิ่งกว่าการทดสอบในห้องปฏิบัติการฯ ทำให้ประหยัดเวลาและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น

            ในประเทศไทยเองก็เริ่มมีการนำ AI มาใช้ ดังเช่น Jubilee Diamond ได้ใช้ AI มาผสานเข้ากับแอปพลิเคชั่น Jubilee iMOMENT เพียงแค่เปิดแอปฯ และสแกนสัญลักษณ์ที่ประทับไว้บริเวณก้านแหวน ก็สามารถเห็นภาพและวีดีโอเรื่องราวความประทับใจผ่านแหวนเพชรของ Jubilee ซึ่งจะมีการต่อยอดจากแหวนเพชรไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมทั้งขยายฟีเจอร์ในแอปฯ ให้มีลูกเล่นมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ Jubilee Diamond ยังมีระบบป้องกันและรักษาข้อมูลลูกค้า แม้แหวนจะไม่อยู่ในมือเจ้าของ ผู้อื่นก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้เป็นเจ้าของแหวนได้

 

ตัวอย่างแหวนและหน้าแอปพลิเคชั่น Jubilee iMOMENT จาก forbesthailand


Sharing Economy กับธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ

            Sharing Economy นั้น เป็นอีกกระแสหนึ่งที่มาแรงจากการเติบโตของโลกออนไลน์ ทำให้การเชื่อมโยงอุปสงค์และอุปทานเข้าหากันทำได้โดยง่ายผ่านอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเลต ซึ่งผู้ให้บริการธุรกิจนี้อาจไม่จำป็นต้องมีสินค้าอะไรที่เป็นรูปธรรมเลย เป็นเพียงนายหน้านำผู้ซื้อและผู้ขายมาพบกันก็สามารถทำกำไรได้มหาศาล หากยังไม่เห็นภาพว่าธุรกิจอะไร ขอยกตัวอย่างธุรกิจที่เราคุ้นเคย เช่น UBER, GRAB หรือ Airbnb ซึ่งเป็นที่นิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็ว

            กลับมาที่ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ แม้ว่าธุรกิจในรูปแบบ Sharing Economy จะยังไม่แพร่หลายมากนัก เพราะเป็นสินค้าราคาแพง ผู้ขายต้องระวังในเรื่องการสูญหายหรือสินค้าถูกเปลี่ยนเมื่อนำมาคืน แต่ในหลายประเทศก็เริ่มมีธุรกิจประเภทนี้ให้เห็นแล้ว เช่น ในสหรัฐอเมริกา Rocksbox เป็นธุรกิจให้เช่าเครื่องประดับที่มีราคาแพง Renttherunway และ Vinted ที่เป็นธุรกิจให้เช่าเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับแฟชั่นที่มีราคาไม่สูงนัก หรือในฝรั่งเศสก็มี MonLuxe ที่ให้บริการครอบคลุมหลายประเทศในยุโรป ด้วยบริการให้เช่ากระเป๋าและเครื่องประดับแบรนด์ดัง พร้อมทั้งรูปแบบการให้เช่ารายวันหรือรายเดือน

 

ที่มา : ตัวอย่างเครื่องประดับให้เช่าจาก renttherunway.com
 

            จะเห็นได้ว่า ธุรกิจ Sharing Economy นี้ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มคนรสนิยมสูงแต่รายได้ไม่มาก กลุ่มคนที่ใช้เงินอย่างคุ้มค่าซึ่งไม่ต้องการซื้อสินค้าราคาแพงๆ เพื่อใช้งานไม่กี่ครั้งแล้วเก็บไว้อย่างไร้ประโยชน์ รวมทั้งกลุ่มคนขี้เบื่อชอบตามแฟชั่นใหม่ๆ ธุรกิจนี้จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่มาได้ถูกที่ถูกเวลาเป็นอย่างยิ่ง 

การใช้สื่อออนไลน์ของธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ

           นอกเหนือจาก 3 วิธีการข้างต้นแล้ว ยังมีการใช้นวัตกรรมอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมในการทำธุรกิจคือ การนำช่องทางออนไลน์มาใช้สื่อสารทางการตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้อ่านได้มองเห็นภาพชัดเจนในการนำสื่อออนไลน์มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะขอยกตัวอย่างแบรนด์ระดับโลกเหล่านี้ ซึ่งสามารถใช้สื่อออนไลน์ได้อย่างทรงพลังและสามารถสร้างกระแสให้วงการนี้เป็นอย่างมาก ดังนี้

            David Yurman เป็นแบรนด์ดังระดับโลกสัญชาติอเมริกันรายนี้ ใช้การร่วมมือกับผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียล (Influencer) ในการสร้างเนื้อหาผ่านเว็บบล็อคและสื่อออนไลน์ต่างๆ รวมทั้งยังใช้อินสตาแกรมเพื่อผลักดันยอดขายโดยตรงอีกด้วย นอกจากนี้ ในปี 2017 แบรนด์นี้ยังขยายความร่วมมือกับนิตยสาร Elle เพื่อการเข้าถึงผู้ติดตามในเฟสบุ๊คกว่า 4.7 ล้านคน ของนิตยสาร Elle สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของแบรนด์นี้ในการร่วมมือกับผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียลที่มีภาพลักษณ์เหมาะสมกับแบรนด์จะเป็นผู้ถ่ายทอดค่านิยมไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่ค้นหา

            Van Cleef & Arpels แบรนด์ชั้นนำของฝรั่งเศสรายนี้มีภาพลักษณ์ที่ดีงาม สืบทอดต่อเนื่องมานับร้อยปี ได้ก้าวเข้ามาทำตลาดในสื่อออนไลน์ในรูปแบบการสร้างเรื่องราวให้ผลิตภัณฑ์เพื่อสะกดผู้ติดตามราวกับอยู่ในโลกแฟนตาซี ทั้งยังมีการผสมผสานใส่เรื่องราวให้แบรนด์เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ติดตามอินสตาแกรมเสมอๆ เช่น การนำเสนอแต่ละคอลเลคชั่นผ่านการ์ตูนเทพนิยาย เหล่านี้ไม่เพียงสร้างความน่าประทับใจให้ผู้ติดตามยังเป็นการสั่งสมประสบการณ์ให้แบรนด์เองอีกทางหนึ่ง

 

เครื่องประดับชุด Grimm’s Fairy ของ Van Cleef & Arpels จาก theadventurine.com
 

            Bvlgari แบรนด์อิตาลีที่มีชื่อเสียงในฐานะแบรนด์เครื่องประดับชั้นสูง ได้มีการใช้สื่อออนไลน์ผ่านผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียลมายาวนาน โดยหนึ่งในบทเรียนที่น่าสนใจจาก Bvlgari คือ การที่แบรนด์ระดับโลกต้องปรับการโฆษณาเผยแพร่ให้เป็นไปตามความแตกต่างของตลาดแต่ละภูมิภาค

           แบรนด์นี้ใช้การคัดเลือกกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลให้เหมาะสมกับการแบ่งส่วนตลาดเชิงภูมิศาสตร์ ทั้งยังมีการใช้แพลตฟอร์มจัดการของ Launchmetrics (บริษัทเทคโนโลยีวิเคราะห์จัดการข้อมูลในธุรกิจแฟชั่น สินค้าหรูหรา และเครื่องสำอาง) นอกจากนี้ Bvlgari ยังมีการเจาะตลาดตะวันออกกลางโดยใช้ Tara Emad และ Rym Saidi ซึ่งเป็นนักแสดงและนางแบบซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียลของย่านตะวันออกกลาง

 

Tara Emad นักแสดงสาวชาวอียิปต์ กับแบรนด์ Bvlgari จาก en.vogue.me
 

            Buccellati เป็นอีกแบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์ทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความคิดก้าวล้ำที่เชื่อว่า สิ่งที่ใช้โปรโมทแบรนด์ในโลกออนไลน์ไม่จำเป็นต้องป็นบุคคลก็ได้ นำมาสู่การสร้างผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียลชื่อ “Noonoouri” ลักษณะเป็นตุ๊กตาผู้หญิงเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ ปัจจุบันมีผู้ติดตามเกือบสามแสนคน อาจกล่าวได้ว่าการใช้ Noonoouri เป็นสิ่งที่น่าจดจำและน่าตื่นตาตื่นใจจนกลายเป็นนางแบบหรือสัญลักษณ์ของ แบรนด์ไปแล้ว

         แต่กระนั้น Buccellati ก็ยังรักษาสมดุลย์การทำตลาดวัยรุ่นและแบบดั้งเดิมผ่านนางแบบและเซเลบที่มีชื่อเสียงด้วยเช่นกัน

 

Noonoouri นางแบบคอมพิวเตอร์กราฟิกของแบรนด์ Buccellati จาก vaaju.com
 

            Damiani อีกหนึ่งแบรนด์ไฮเอนด์จากอิตาลีรายนี้ ใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์อย่างชาญฉลาดด้วยวิธีการผสมผสานช่องทางในโลกความเป็นจริงและสื่อออนไลน์เข้าด้วยกันในทุกช่องทาง การเปิดงานอีเวนท์มีการเชิญแขกซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลในโลกโซเชียลมาเข้าร่วมงาน ซึ่งคนเหล่านี้จะช่วยกระจายภาพและวีดีโอผ่านช่องทางออนไลน์ของตัวเอง ทำให้การออกแคมเปญใหม่ๆ เป็นที่รับรู้และได้รับความนิยมในวงกว้างอย่างรวดเร็ว

            จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่า นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ก้าวเข้ามาสู่ทุกแวดวงของสังคม รวมทั้งธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ การหันหลังหรือปิดกั้นกระแสนวัตกรรมโดยเฉพาะเทคโนโลยีย่อมทำให้เราเดินได้ช้าและตามคนที่ปรับใช้ไม่ทัน หรืออาจถูก Digital Disruption ดูดกลืนจนหายไป ดังจะเห็นได้จากเทคโนโลยีหลายอย่างเลิกผลิตไปแล้วในปัจจุบันเพราะมีสิ่งใหม่ที่เป็นที่ต้องการมากกว่า ทำงานได้ดีกว่า และเหมาะสมกว่าเกิดขึ้นตลอดเวลา

            เมื่อธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องปรับตัวและใช้นวัตกรรมเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จากขั้นตอนการผลิตจนถึงขั้นตอนการขายให้ครบวงจร ย่อมสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับของตนมีคุณภาพสูง ลดต้นทุน สร้างอัตลักษณ์ของสินค้า และเข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ได้อย่างทันกระแสและยั่งยืนนั่นเอง  

           นวัตกรรมจึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่ชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การรู้เท่าทันและนำมาใช้ จะทำให้เราก้าวทันโลกได้อย่างเข้าใจและไม่ตกเทรนด์อย่างแน่นอน
 
 
ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
พฤศจิกายน 2562
 
------------------------------------------
ข้อมูลอ้างอิง
1)   ARTIFICIAL INTELLIGENCE IN THE DIAMOND INDUSTRY. Retrieved JUNE 7, 2019, from www.malakjewelers.com/blog/artificial-intelligence-in-the-diamond-industry
2)   5 Stellar Examples of Successful Jewelry Digital Campaigns. Retrieved JUNE 7, 2019, from https://www.launchmetrics.com/resources/blog/successful-jewelry-digital-campaigns
3)   แม้แต่การค้าเพชรก็ยังใช้ AI ดังกรณีศึกษาของ Jubilee. Retrieved JUNE 6, 2018. from  https://techsauce.co/corp-innov/ai-jubilee-imoment
4)   ส่องธุรกิจให้เช่ากระเป๋าหรู ถอดรหัสความสำเร็จจาก 7 เจ้าดังในตลาด. Retrieved JUNE 6, 2019 from https://www.smethailandclub.com/aec-3362-id.html
5)   www.jewelryvirtualfair.com
 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที