OMG!!

ผู้เขียน : OMG!!

อัพเดท: 21 ม.ค. 2020 15.49 น. บทความนี้มีผู้ชม: 4872 ครั้ง

เห็ดหลินจือ มาจากไหน ทำไมถึงได้รับความนิยม


10 ข้อเด่น สรรพคุณของเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือสรรพคุณผลข้างเคียง

เห็ดหลินจือ มาจากไหน ทำไมถึงได้รับความนิยม

เห็ดหลินจือ (Lingzhi mushroom หรือ Reishi mushroom) เป็นเห็ดหายากมีคุณค่าสูง เป็นสมุนไพรจีนที่ใช้ทำเป็นยาเพื่อรักษาทางการแพทย์ของจีนมานานกว่า 2,000 ปี เนื่องจากมีสารประกอบสำคัญที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย มีสรรพคุณบำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถยับยั้ง และช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้มากมาย

เห็ดหลินจือ สุดยอดสมุนไพรจีน

ลักษณะภายนอกของเห็ด เป็นเห็ดที่มีขนาดใหญ่ มีสีเข้ม มีพื้นผิวมันวาว คล้ายแผ่นไม้ และมีรสขม หลายคนอาจสงสัยว่ามีกี่ชนิด จากข้อมูลที่บันทึกไว้พบว่า มีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมนำมาบริโภคและมีสรรพคุณทางยาดีที่สุดคือ เห็ดหลินจือแดง (Ganoderma lucidum) ที่เราคุ้นหูนั่นเอง

มีสารสำคัญหลายชนิด โดยจำแนกออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่คือ

  1. โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เสริมสร้างเม็ดเลือดขาว บำรุงตับ ช่วยขับพิษออกจากร่างกาย ละลายลิ่มเลือด ลดอาการหลอดเลือดตีบ ลดความดันโลหิต ช่วยลดน้ำตาลในเลือด บรรเทาอาการเบาหวาน
  2. ไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoid) มีกรดกาโนเดอริค ที่ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ ช่วยลดความดันโลหิต และช่วยลดไขมันในเลือด นอกจากนี้ยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับ และต้านสารพิษที่มีต่อตับ
  3. เยอร์มาเนียม (Gemanium) พบมากในโสม กระเทียม และเห็ดหลินจือ เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย กระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงรับออกซิเจนได้มากขึ้น มีงานวิจัยหลายแห่งพบว่าเซลล์มะเร็งมักไม่ชอบเจริญเติบโตในที่ที่มีออกซิเจน สารเยอร์มาเนียมจึงนับเป็นตัวช่วยต้านมะเร็งอย่างดี
  4. นิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ออกฤทธิ์บรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันลิ่มเลือดแข็งตัวในเส้นเลือด ช่วยลดความเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสอีกด้วย

นอกจากนี้ในเห็ดยังมีสารประกอบแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายชนิด ได้แก่ วิตามิน เกลือแร่ กรดอะมิโน กรดไขมัน ใยอาหาร เอนไซม์ สารออร์โกสเตอรอล วิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีนในปริมาณสูงเพียงพอที่จะเสริมภาวะขาดแคลนต่างๆของร่างกาย รวมทั้งมีสารอื่นๆ อีกมากที่มีส่วนช่วยแก้ไขระบบเผาผลาญอาหารให้คืนสู่สภาวะปกติ

สรรพคุณ เห็ด หลิน จื อ

10 ข้อเด่น สรรพคุณของเห็ดหลินจือ

โดยในสมัยโบราณ ตามตำรับยาระบุไว้ว่า สรรพคุณเห็ดหลินจือ สามารถนำมาใช้รักษาและป้องกันโรคได้หลากหลาย  โดยมีสรรพคุณหลัก 10 ข้อดังนี้

  1. ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย ยาอายุวัฒนะ บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
  2. ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูแจ่มใส และชะลอความแก่
  3. ป้องกันการเสื่อมสรรถภาพทางเพศ
  4. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น
  5. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย กระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต้านมะเร็ง
  6. ลดความดันโลหิต รักษาโรคความดันโลหิตสูง ปรับความดันโลหิตให้สมดุล
  7. ป้องกันเส้นเลือดในสมองและหัวใจอุดตัน ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต
  8. ช่วยลดไขมันในเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมเบาหวาน
  9. ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ และหอบหืด
  10. บำรุงและรักษาโรคตับต่างๆ ทั้งตับแข็ง ตับอักเสบ และช่วยล้างพิษให้ร่างกาย

ในปัจจุบันเริ่มมีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ออกมารองรับสรรพคุณของหลินจือมากขึ้นเรื่อยๆ มากกว่า 200 รายการจากทั่วโลก อีกทั้งมีการตรวจสอบทางด้านพิษวิทยาพบว่าเห็ดชนิดนี้เป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัย ไม่มีอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด

Reishi mushroom

ตัวอย่างประโยชน์ของเห็ดหลินจือ ที่พบตามงานวิจัย

วิธีกินเห็ดหลินจือ ให้ได้ประโยชน์เต็มที่

ก่อนจะรู้ว่าวิธีทานเราควรทราบก่อนว่าเห็ดหลินจือนั้นเหมาะสำหรับใคร เนื่องจากเห็ดชนิดนี้มีสรรพคุณหลากหลายที่ช่วยป้องกันและรักษาโรค ดังนั้นจึงเหมาะกับกับทั้งบุคคลทั่วไปและคนสูงวัยที่เป็นโรคหรือมีอาการดังกล่าวข้างต้น

การรับประทานแบ่งได้ 3 รูปแบบ

1. ต้มแบบโบราณ โดยการนำเห็ดที่แห้งแล้วนำมาต้มและเคี่ยว ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างยุ่งยาก ไม่ค่อยสะดวก และไม่ค่อยนิยมในปัจจุบัน

วิธีกินเห็ดหลินจือแบบต้ม

2. วิธีบดให้เป็นผง โดยนำเนื้อเห็ดมาบดให้เป็นผงแล้วบรรจุใส่แคปซูล แต่หากไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออาจทำให้มีเชื้อราปนเปื้อนได้โดยวิธีนี้จะได้สารสำคัญที่มีความเข้มน้อยและดูดซึมได้ยาก

เห็ดหลินจือ-วิธีบดให้เป็นผง

3. ทำเป็นสารสกัดแบบแคปซูล ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะจะได้สารสกัดที่เข้มข้น มีสรรพคุณที่ดี ดูดซึมและออกฤทธิ์ได้ดีกว่า ที่สำคัญก็คือมีมาตรฐานการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย เนื่องจากผ่านการฆ่าเชื้อราที่ปนเปื้อนในเห็ดแล้ว

เห็ดหลินจือสกัด หรือเห็ดหลินจือแคปซูล

ปริมาณและวิธีทานเห็ดหลินจือสกัด หรือแบบแคปซูล

ทานตอนไหนดีที่สุด? ช่วงเวลาที่ร่างกายจะสามารถดูดซึมสารได้ดีที่สุดนั้น ก็คือช่วงเวลาที่ท้องว่าง โดยแนะนำให้รับประทานตอนเช้าในขณะที่ท้องว่าง แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ หรือก่อนเข้านอน 1 ชั่วโมง

เห็ดหลินจือ ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง

แม้มีงานวิจัยพบว่า การทานเห็ดชนิดนี้ปริมาณ 1,500-9,000 มิลลิกรัมต่อวัน ไม่พบผลข้างเคียงอย่างรุนแรง หรือมีน้อยมาก และไม่มีสารตกค้างที่ตับหรือไต แต่อาจมีผลข้างเคียงบ้างในบางคนที่มีอาการแพ้เห็ด แต่ก็ไม่ใช่อาการที่รุนแรงมาก เช่น

ข้อควรระวังในการบริโภค ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง

ในการณีผู้ป่วยที่โรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหาซื้อมาทานเอง เพราะบางโรค บางอาการ อาจจะมีผลข้างเคียงกับวิธีการรักษาโรคแผนปัจจุบันได้

การเลือกซื้อ

เดิมทีเห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่มีราคาแพง ที่ถูกนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพ แต่ในปัจจุบันราคาถูกลงมาจากแต่ก่อนมาก จึงสามารถหาบริโภคกันได้อย่างแพร่หลาย มีทั้งรูปแบบอาหารเสริมแบบแคปซูล ผงสกัด หรือแม้แต่เครื่องดื่มสำเร็จรูป พอได้ทราบถึงสรรพคุณและประโยชน์มากมายข้างต้นแล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

เห็ดหลินจือปลูกในฟาร์ม

ในปัจจุบันเห็ดหลินจือจะปลูกในฟาร์มระบบปิดที่มีการวิจัย มีการควบคุมการเพาะปลูกด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้เห็ดเติบโตขึ้นภายใต้สภาวะที่เหมาะสม และมีปริมาณสารออกฤทธิ์ที่สูงกว่าเห็ดที่เติบโตเองตามธรรมชาติ จึงได้มาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น


ที่มา : https://www.omgemperor.com/lingzhi-mushroom-chinese-herbs/


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที