MeMothisa

ผู้เขียน : MeMothisa

อัพเดท: 25 ต.ค. 2020 22.08 น. บทความนี้มีผู้ชม: 8698 ครั้ง

แหล่งรวบรวมความรู้ ศัลยกรรม ที่ครอบคลุมทุกหัวข้อตั้งแต่ จมูก คาง ปาก และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เพราะเราเชื่อว่า ใครๆก็สวยหล่อได้ แต่ต้องทำอย่างปลอดภัย และมีคุณภาพมากที่สุด โดยใช้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการประกอบการพิจารณรา


หลังเสริมคางกินไข่ได้ไหม? ห้ามกินอะไรอีกบ้าง วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

หลังเสริมคาง

หลังเสริมคาง

ก่อนเสริมคาง เราควรศึกษาหลักการดูแลตนเองหลังการ “ผ่าตัดเสริมคาง” เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากการดูแลทำความสะอาดแผลแล้ว เรื่องของอาหารการกินถือเป็นเรื่องใหญ่ของใครหลายๆคน และมักมีข้อสงสัยว่าอะไรกินได้ หรืออะไรไม่ควรกิน หากเผลอกินไปแล้วจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเมนูไข่ เมนูยอดฮิต ที่ทำง่ายทานง่าย หลังผ่าตัดเสริมคางกินได้หรือไม่ เรามีคำตอบมาฝาก

หลังเสริมคางกินไข่ได้ไหม

หลังเสริมคางกินไข่ได้ไหม?


เรื่องของการห้ามกินไข่หลังการผ่าตัด หรือการทำศัลยกรรมเสริมคาง รวมถึงศัลยกรรมอื่นๆ ไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่ารับประทานแล้วจะเป็นอันตราย จากข้อมูลพบว่าคำพูดที่ว่า “อย่าไปทานไข่นะ” กินแล้วแผลหายช้า หรือ เกิดแผลเป็น เกิดจากความเชื่อที่บอกต่อๆกันมาแต่โบราณ ว่าถ้าทานไข่เข้าไปแล้วจะทำให้เกิดเป็นแผลเป็นนูนได้ หรือเกิดแผลคีลอยด์ได้ง่าย ทำให้คนไข้หลายๆ คนกังวล

ข้อเท็จจริงคือ ในไข่มีโปรตีน ที่ช่วยสร้างคอลาเจนที่ช่วยทำให้แผลหาย ส่วนการเกิดแผลคีลอยด์นั้นอาจมาจากการที่ไม่สมดุลกันของร่างกายของแต่ละคนที่สร้างคอลาเ จนในประมาณมากเกินไป ทำให้ในขณะที่แผลหาย อาจทำให้เกิดแผลเป็นนูนได้ ซึ่งมักเกิดกับคนที่มีประวัติเป็นคีลอยด์ได้ง่ายเป็นทุนเดิม สังเกตได้จากหากคนในครอบครัวมีแผลคีลอยด์ ตัวคนไข้ก็อาจเกิดคีลอยด์ได้ง่ายเช่นกัน นั่นก็เพราะอาจได้รับการถ่ายทอดมาจากกรรมพันธุ์ โดยไม่เกี่ยวกับการรับประทานไข่แต่อย่างใด

หลังเสริมคางกินอาหารทะเลได้ไหม

หลังเสริมคางกินอาหารทะเลได้ไหม?


อาหารทะเล เป็นอีกหนึ่งข้อสงสัย ที่หลายคนกังวล ซึ่งจริงๆ ในอาหารทะเลมีธาตุเหล็กและสังกะสี ซึ่งเป็นธาตุสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสมานแผลได้ดี ช่วยสังเคราะห์โปรตีนและคอลลาเจน รวมทั้งยังช่วยผลิตเซลล์ผิวใหม่และช่วยสมานบาดแผลได้ดี โดยทั่วไปแล้วหลังผ่าตัดจะแนะนำให้กินธาตุเหล็กเพื่อที่จะได้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น อย่างน้อยวันละ 15 มิลลิกรัม ซึ่งพบได้ในอาหารจำพวก อาหารทะเล ผักใบเขียว และถั่วเหลือง เป็นต้น

ดังนั้นหลังผ่าตัดเสริมคางสามารถรับประทานอาหารทะเลได้ ยกเว้นผู้ที่แพ้อาหารทะเลควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด เพราะการแพ้อาหารในช่วงหลังทำศัลยกรรมจะยิ่งเพิ่มความรุนแรง ทำให้แผลหายช้า หรือเกิดอันตรายได้ ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าตนเองแพ้อาหารทะเลหรือไม่ แนะนำให้หลีกเลี่ยง

หลังเสริมคางกินอะไรได้บ้าง

หลังเสริมคางกินอะไรได้บ้าง


หลังผ่าตัดเสริมคางควรรับประทานให้ครบ 5 หมู่ตามปกติ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้ครบทุกด้าน โดยเน้นเป็นอาหารอ่อนๆนิ่ม รสจืดเพื่อลดการอักเสบของแผล ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สะอาด เช่น ของหมัก ของดอง ปลาร้า อาหารรสจัด อาหารร้อน หรืออาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก เพราะอาหารจำพวกนี้อาจทำให้ติดเชื้อได้

นอกจากนี้ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะเป็นสาเหตุทำให้แผลหายช้า อีกทั้งการดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดอาการมึนเมา ขาดสติ จนเกิดอุบัติเหตุที่ไปกระทบกระเทือนต่อบาดแผลได้ โดยหลังผ่าตัดเสริมคางนอกจากโปรตีนและธาตุเหล็กและสังกะสีแล้ว ยังมีอาหารที่แนะนำดังนี้

  1. ไขมันดี พบได้ในน้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันงา น้ำนมจากอัลมอนด์ เป็นต้น เนื่องจากมีคุณสมบัติให้พลังงานสูง ช่วยสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานในการสร้างและซ่อมแซมเยื้อหุ้มเซลล์ได้อีก แถมยังมีส่วนช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้น
  2. วิตามินซี สามารถพบได้จากผัก ผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ กีวี บร็อกโคลี เป็นต้น เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก และสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยเรื่องความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด ทำให้บาดแผลสมานตัวได้เร็วขึ้น ลดอาการบวมช้ำ อักเสบได้ดี ซึ่งในการพักฟื้นรักษาตัวนั้น ร่างกายควรได้รับวิตามินซีไม่น้อยไปกว่าวันละ 100-200 มิลลิกรัม
  3. น้ำ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เพราะเมื่อร่างกายมีความชุ่มชื้นเซลล์ผิวหนังก็จะสามารถเคลื่อนที่จากขอบแผลมาปิดคลุมบาดแผลได้ดีนั่นเอง

7 ข้อปฎิบัติ ดูแลตัวเองหลังเสริมคางแบบง่าย ทำตามได้ง่าย

  1. ใส่ใจรักษาความสะอาดของแผล ในกรณีที่ผ่าตัดเสริมคางแบบแผลนอกช่องปากควรทำความสะอาดแผลเพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ โดยใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดล้างแผลให้สะอาดอยู่เสมอ ส่วนการผ่าตัดเสริมคางแผลในให้งดแปรงฟัน 1-2 สัปดาห์หลังทำ และทำความสะอาดด้วยน้ำยาบ้วนปากแทน
  2. รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ยาลดบวม ยาแก้ปวด ในกรณีมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ที่เป็นผลข้างเคียง มาจาก การทานยา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนยา
  3. งดการเท้าคางหรือให้คางได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของซิลิโคน และไม่ควรเกา หรือถูบริเวณที่มีอาการคันเพราะอาจทำให้ผิวหนังถลอกและติดเชื้อได้
  4. ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากการผ่าตัดเสริมคาง ให้นอนยกหัวสูง หรือ นั่งหลับ เพื่อลดอาการบวม และควรนอนโดยใช้หมอนรองคอช่วย และงดการนอนตะแคง 1 เดือน
  5. ควรหมั่นประคบเย็น โดยประคบทาบลงเบาๆ บริเวณคาง เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นอีก 3 วัน ซึ่งจุดที่ต้องประคบคือ บริเวณข้างคางทั้งด้านซ้ายและขวา, บริเวณด้านบนคาง ใต้ริมฝีปากล่าง และบริเวณใต้คาง
  6. เมื่อแผลแห้งแล้ว ควรเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวที่สร้างใหม่ด้วยการทาโลชั่นหรือครีมเพื่อลดอาการคัน
  7. งดสูบบุหรี่ 1 เดือน

อย่างไรก็ตามหลังผ่าตัดเสริมคาง ควรปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และดูแลตัวเองดีๆ เพื่อช่วยให้แผลหายไวขึ้น ลดอาการติดเชื้อหลังทำ
รวมถึงเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีตามที่คาดการไว้ เพราะหากละเลยจนเกิดการอักเสบติดเชื้อ หรือซิลิโคนเคลื่อน จำเป็นต้องกลับมาแก้ไข เรียกว่าเจ็บตัวสองรอบและเสียเงินเพิ่มอีกด้วย

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที