เปมิกา

ผู้เขียน : เปมิกา

อัพเดท: 17 มี.ค. 2007 06.34 น. บทความนี้มีผู้ชม: 19532 ครั้ง

คงจะดี หากตลอดเวลาเรารู้ว่าจะต้องไปทางไหน


หนทางยังยาวไกลกับคำถามอีกมากมาย

“ไปไม่ยากหรอกค่ะ จากบ้านไปโรงเรียน ก็นั่งรถไฟสายจากสถานีโอดะคิวซากามิฮาระแล้วไปลงป้ายหน้าเปลี่ยนไปนั่งรถด่วนที่ซากามิโอโนะนะคะ จากนั้นก็นั่งไปเรื่อยๆเลยนะคะจนถึงสถานีชิโมะคิตะซาวะ อ้อ..ที่นั่งอยู่นั่นเป็นสายโอดะคิวนะ ลงที่นั่นแหละแล้วเปลี่ยนรถอีกที ไปนั่งสายเอะโนะคาชิระ ทีนี้ก็นั่งยาวถึงชิบุยะไปเลยจ้ะ  ใช้เวลาทั้งหมดน่าจะประมาณ ชั่วโมงครึ่งนะคะ” คุณแม่อุปถัมภ์ที่รับอุปการะฉัน อธิบายอย่างละเอียดถึงเส้นทางและวิธีการเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นที่ฉันเป็นนักเรียนอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

 

ส่วนฉันน่ะเหรอ อ้าปากหวอตั้งแต่รถด่วนแล้ว อะไรกันน่ะ รถด่วนอะไรหรอคะคุณแม่??? 

สายโอดะคิวมันต่างกับสายเอะโนะชิระอย่างไรคะ???

แล้วตอนเปลี่ยนรถหนูต้องเดินไปที่ไหนหรอคะ???  ฯลฯ

คำถามมากมายผุดขึ้นมาโจมตีฉันอย่างไม่ทันตั้งตัว  และในระหว่างที่สมองของฉันกำลังจัดเรียงรูปประโยคคำถามตามหลักไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นด้วยความงุนงงอยู่นั้น คุณแม่คงจะแอบเห็นสีหน้าเหวอๆของฉัน จึงรีบพูดขึ้นมาอย่างอ่อนโยนว่า “ไม่ต้องกลัวหรอกจ้ะ ตามป้ายไปเรื่อยๆ ถามทางคนแถวนั้นก็ได้ อย่าปล่อยให้ตัวเองหลงทางละกัน”

 

ป้ายน่ะหรอ จะช่วยฉันได้??? แต่ฉันก็ได้แต่คิดเท่านั้นค่ะ เพราะฉันไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมาเอาแต่ใจเสียด้วยค่ะ ก็ได้ ก็ได้ ฉันจะตามเธอไป  นี่เป็นครั้งแรกของฉันที่จะต้องนั่งรถไฟฟ้าไปโรงเรียนคนเดียว จึงอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นอีกครั้ง หลังจากที่ได้ตื่นเต้นกับค่ำคืนในโตเกียวไปแล้วเรียบร้อย

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที