Yanie

ผู้เขียน : Yanie

อัพเดท: 30 ก.ค. 2020 15.37 น. บทความนี้มีผู้ชม: 153 ครั้ง

โดยปกติแล้ว สมาร์ทโฟนที่เราใช้กันทุกวันนี้จะมีอยู่ 2 ระบบปฏิบัติการด้วยกัน ระบบแรกคือ ระบบ iOS ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับมือถือสมาร์ทโฟนของตัวเองคือ iPhone และระบบที่สองคือ ระบบ Android ซึ่ง Google เป็นผู้เผยแพร่ และนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในสมาร์ทโฟนหลายยี่ห้อทั่วโลก ซึ่งถ้าอ่านถึงตรงนี้จะพบว่า Android ถือว่าสามารถซัพพอร์ตจำนวนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนได้จำนวนมากทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งสมาร์ทโฟน Android หรือมือถือ Android แต่ละตัวก็มีความโดดเด่นกันไป ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่มีความต้องการหลากหลายต่างกันไป เช่น บางคนอยากให้ใช้ได้นาน ๆ แบตเตอรี่เยอะ ๆ, บางคนเน้นการเล่นเกม, บางคนเน้นการถ่ายรูป ฯลฯ

ดังนั้นบทความนี้ ผมจะพาทุกคนไปตะลุยในโลกของสมาร์ทโฟน Android เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้ว่า เราจะเลือกมือถือ Android ให้เหมาะกับเราได้อย่างไร รวมไปถึง 10 อันดับมือถือ Android ที่ผมอยากแนะนำ เพื่อทุกคนจะได้มีตัวเลือกในใจได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญ หาซื้อได้ตามร้านค้าออนไลน์ง่าย ๆ เลยครับ
ผู้เชี่ยวชาญสำหรับบทความนี้

วิธีการเลือกมือถือ Android
ก่อนอื่นนะครับ ผมขอแนะนำวิธีการเลือกมือถือ Android เพราะแม้จะเป็นระบบปฏิบัติการ Android เหมือนกัน แต่ก็มีจุดเด่น จุดด้อยที่แตกต่างกัน บางรุ่นเหมาะมากกับเรื่องนี้ แต่อีกเรื่องกลับไม่เหมาะ ดังนั้นลองอ่านวิธีการเลือกให้ดีเพื่อเลือกมือถือที่ใช่ที่โดนใจสำหรับคุณนะครับ
เลือกจากเงื่อนไขในตอนซื้อ
เงื่อนไขในตอนซื้อมีความสำคัญค่อนข้างมากในการซื้อมือถือก็ว่าได้ เพราะว่ามีผลผูกขาดในการใช้มือถือในระยะยาว ดังนั้นจึงต้องเลือกให้เหมาะสมครับ
ซื้อแบบผูกสัญญาเครือข่ายมือถือ
ซื้อแบบผูกสัญญาเครือข่ายมือถือ
การซื้อแบบแรกจะเป็นการที่เราซื้อมือถือแบบติดสัญญากับเครือข่ายมือถือนั้นไปด้วย กล่าวคือ เราต้องจ่ายเงินค่าบริการเครือข่าย (ซิมการ์ด) ของเขาไปตลอดระยะเวลาตามเงื่อนไขที่สัญญาได้ระบุไว้ ซึ่งส่วนมากเครือข่ายมือถือจะกำหนดไว้ประมาณ 12 เดือน (1 ปี) โดยเงื่อนไขของสัญญาที่ผูกกับมือถือจะมี 3 ระดับคร่าว ๆ ได้แก่
1. แบบไม่ผูกมัด คือ ใช้ซิมอะไรก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าบริการให้ครบ ซึ่งจะสะดวกในกรณีเราจะใช้การบริการทางเครื่องข่ายของค่ายอื่นควบคู่ไปด้วย
2. แบบกึ่งผูกมัด คือ ต้องใช้ซิมนั้น หรือเบอร์นั้นเท่านั้นตลอดอายุสัญญา ง่าย ๆ คือใช้เครือข่ายอื่นไม่ได้เลยตลอด 1 ปี เพราะเครื่องจะล็อคถ้าใช้เครือข่ายอื่น และจะปลดล็อคอัตโนมัติเมื่อครบสัญญา
3. แบบผูกมัด คือ ห้ามใช้ซิมเครือข่ายอื่นตลอดการใช้งาน แบบนี้ถือว่าปิดโอกาสย้ายเครือข่ายแบบถาวรเลยครับ
ซึ่งข้อดีของการซื้อแบบนี้คือเรื่องของ ?ราคา? เพราะว่าราคาเฉพาะตัวเครื่องจะถูกกว่าท้องตลาดมาก แต่ก็ติดสัญญาค่าบริการรายเดือนของเครือข่ายนั้น ๆ ซึ่งมักเป็นอัตราบังคับที่ทางเครือข่ายกำหนด และบางทีบวกลบไปมากลายเป็นว่าราคาแพงเกินความจำเป็นก็มี ดังนั้นหากจะซื้อด้วยเงื่อนไขแบบนี้ ดูโปรโมชั่นเครือข่ายให้สอดคล้องกับการใช้งานของเราด้วยนะครับ
ซื้อเครื่องเปล่าทั่วไป
ซื้อเครื่องเปล่าทั่วไป
การซื้อแบบนี้ง่าย ๆ เลยคือการไปซื้อเครื่องมือถือจากแหล่งไหนก็ได้ที่มีการขาย ไม่ว่าจะบริษัทมือถือ, ร้านขายมือถือ ฯลฯ ซึ่งราคาอาจจะสูงกว่าแบบแรกพอสมควร แต่ก็ไม่มีภาระผูกพันอะไรให้ต้องคิดเยอะ และสามารถเปลี่ยนเครือข่ายไปมาสะดวก แถมจำกัดการใช้งาน หรือเลือกการใช้งานเครือข่ายได้ตามความเหมาะสมของตัวเองด้วยถือว่าตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่อยากคิดมากเรื่องสัญญาผูกขาด หรือคนที่มีแพลนจะขายต่อก็จะขายง่ายกว่าเครื่องที่ติดสัญญา
การซื้อจากร้านทั่วไปในสมัยนี้ก็มีตัวช่วยให้ผู้ซื้อสะดวกสบายมากขึ้น เพราะสามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนในการซื้อ หากแต่ยังมีโปรโมชั่นต่าง ๆ เช่น ผ่อน 0% ถึง 10 เดือน เป็นต้น ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องแบกรับภาระเกินไป แถมยังหมุนเงินได้ง่ายขึ้นด้วยครับ
สำหรับสายเล่นเกม ลองดูที่ขนาดของ RAM เป็นสำคัญ
สำหรับสายเล่นเกม ลองดูที่ขนาดของ RAM เป็นสำคัญ
ถ้าคุณต้องการเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนของคุณได้ลื่น RAM หรือตัวช่วยการประมวลผลของมือถือควรจะมีมากกว่า 3 GB ขึ้นไปครับ ยิ่งแรมมีขนาดมากเท่าไร ก็จะทำให้มือถือประมวลผลได้ดีมากขึ้นเท่านั้น ทำให้เราเปิดแอพพลิเคชั่นได้หลายอย่างพร้อมกัน รวมถึงไปถึงถ้า RAM มีขนาดตั้งแต่ 3 GB ขึ้นไปนั้น การเล่นเกมของคุณก็จะไม่กระตุกด้วย
ในปัจจุบัน มือถือราคาถูกจำนวนมากในท้องตลาดมักจะมี RAM ไม่เกิน 3 GB แต่ถ้าคุณต้องการการเล่นเกมที่ดี การเลือกมือถือที่สเปคสูงก็จะตอบโจทย์ เพราะมือถือที่สเปคสูง ๆ มักจะมี RAM ตั้งแต่ 4 GB ยอมแพงสักหน่อยแต่ใช้มือถือได้ตอบโจทย์ที่เราตั้งใจ อย่างไรก็คุ้มครับ นอกจากนี้หากอยากเติมเต็มการเล่นเกมของคุณให้ดีสุด ๆ ผมแนะนำให้เลือกมือถือที่มีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 5 นิ้วขึ้นไป ที่มาพร้อมจอที่มีความละเอียดสูง รวมไปถึงระบบเสียงที่ดี ก็จะช่วยทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมของคุณยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้นแน่นอนครับ
เช็คความละเอียดของกล้อง และความจุของ ROM ให้ดี ถ้าคุณชอบถ่ายรูป
เช็คความละเอียดของกล้อง และความจุของ ROM ให้ดี ถ้าคุณชอบถ่ายรูป
ถ้าคุณชอบถ่ายรูปมาก ๆ หรือชอบเก็บภาพบรรยากาศจากช่วงเวลา หรือสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณเจอมาในชีวิต อย่าลืมตรวจสอบความสามารถของกล้อง และความจุในการเก็บรูปภาพให้ดีนะครับ โดยความละเอียดของกล้องที่ผมแนะนำคือควรมีความละเอียดที่ 10 ล้านพิกเซล เป็นต้นไป เพราะจะทำให้ได้ภาพที่ดูดี สวยงาม และคมชัด รวมไปถึงกล้องก็ควรมีความเร็วสูงทั้งตัวชัตเตอร์ในการเก็บภาพ และความเร็วในการเรียกใช้งานด้วยครับ

และอย่าลืมเช็คความจุของ ROM ที่บรรจุอยู่ในตัวเครื่องด้วยนะครับว่ามีความจุพอที่เราต้องการหรือไม่ ถ้าความจุประมาณ 32 GB เราอาจจะเก็บได้เฉพาะภาพทั่วไปจำนวนมาก แต่หากเรามีพวกวิดีโอ หรือภาพที่ความละเอียดสูง เช่น วิดีโอ 4K ก็ขอแนะนำมือถือที่มี ROM มาก ๆ หน่อย อาจจะ 64 GB, 128 GB, หรือมากกว่าก็ได้ครับ
อย่างไรก็ดี มีมือถือหลายรุ่นเลยครับ ที่สามารถเพิ่มความจุมือถือได้โดยการใช้ Micro SD Card มาเพิ่มเติมต่างหาก แต่ก็ต้องเช็คให้ดีนะครับ เพราะบางรุ่นก็ใส่ไม่ได้เหมือนกัน - <a href="https://my-best.in.th/29375">https://my-best.in.th/29375</a>


10 อันดับ มือถือ Android รุ่นไหนดี ฉบับล่าสุดปี 2020

โดยปกติแล้ว สมาร์ทโฟนที่เราใช้กันทุกวันนี้จะมีอยู่ 2 ระบบปฏิบัติการด้วยกัน ระบบแรกคือ ระบบ iOS ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับมือถือสมาร์ทโฟนของตัวเองคือ iPhone และระบบที่สองคือ ระบบ Android ซึ่ง Google เป็นผู้เผยแพร่ และนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในสมาร์ทโฟนหลายยี่ห้อทั่วโลก ซึ่งถ้าอ่านถึงตรงนี้จะพบว่า Android ถือว่าสามารถซัพพอร์ตจำนวนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนได้จำนวนมากทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งสมาร์ทโฟน Android หรือมือถือ Android แต่ละตัวก็มีความโดดเด่นกันไป ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่มีความต้องการหลากหลายต่างกันไป เช่น บางคนอยากให้ใช้ได้นาน ๆ แบตเตอรี่เยอะ ๆ, บางคนเน้นการเล่นเกม, บางคนเน้นการถ่ายรูป ฯลฯ

ดังนั้นบทความนี้ ผมจะพาทุกคนไปตะลุยในโลกของสมาร์ทโฟน Android เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้ว่า เราจะเลือกมือถือ Android ให้เหมาะกับเราได้อย่างไร รวมไปถึง 10 อันดับมือถือ Android ที่ผมอยากแนะนำ เพื่อทุกคนจะได้มีตัวเลือกในใจได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญ หาซื้อได้ตามร้านค้าออนไลน์ง่าย ๆ เลยครับ

ผู้เชี่ยวชาญสำหรับบทความนี้

วิธีการเลือกมือถือ Android

ก่อนอื่นนะครับ ผมขอแนะนำวิธีการเลือกมือถือ Android เพราะแม้จะเป็นระบบปฏิบัติการ Android เหมือนกัน แต่ก็มีจุดเด่น จุดด้อยที่แตกต่างกัน บางรุ่นเหมาะมากกับเรื่องนี้ แต่อีกเรื่องกลับไม่เหมาะ ดังนั้นลองอ่านวิธีการเลือกให้ดีเพื่อเลือกมือถือที่ใช่ที่โดนใจสำหรับคุณนะครับ

เลือกจากเงื่อนไขในตอนซื้อ

เงื่อนไขในตอนซื้อมีความสำคัญค่อนข้างมากในการซื้อมือถือก็ว่าได้ เพราะว่ามีผลผูกขาดในการใช้มือถือในระยะยาว ดังนั้นจึงต้องเลือกให้เหมาะสมครับ

ซื้อแบบผูกสัญญาเครือข่ายมือถือ

ซื้อแบบผูกสัญญาเครือข่ายมือถือ
การซื้อแบบแรกจะเป็นการที่เราซื้อมือถือแบบติดสัญญากับเครือข่ายมือถือนั้นไปด้วย กล่าวคือ เราต้องจ่ายเงินค่าบริการเครือข่าย (ซิมการ์ด) ของเขาไปตลอดระยะเวลาตามเงื่อนไขที่สัญญาได้ระบุไว้ ซึ่งส่วนมากเครือข่ายมือถือจะกำหนดไว้ประมาณ 12 เดือน (1 ปี) โดยเงื่อนไขของสัญญาที่ผูกกับมือถือจะมี 3 ระดับคร่าว ๆ ได้แก่
1. แบบไม่ผูกมัด คือ ใช้ซิมอะไรก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าบริการให้ครบ ซึ่งจะสะดวกในกรณีเราจะใช้การบริการทางเครื่องข่ายของค่ายอื่นควบคู่ไปด้วย
2. แบบกึ่งผูกมัด คือ ต้องใช้ซิมนั้น หรือเบอร์นั้นเท่านั้นตลอดอายุสัญญา ง่าย ๆ คือใช้เครือข่ายอื่นไม่ได้เลยตลอด 1 ปี เพราะเครื่องจะล็อคถ้าใช้เครือข่ายอื่น และจะปลดล็อคอัตโนมัติเมื่อครบสัญญา
3. แบบผูกมัด คือ ห้ามใช้ซิมเครือข่ายอื่นตลอดการใช้งาน แบบนี้ถือว่าปิดโอกาสย้ายเครือข่ายแบบถาวรเลยครับ
ซึ่งข้อดีของการซื้อแบบนี้คือเรื่องของ “ราคา” เพราะว่าราคาเฉพาะตัวเครื่องจะถูกกว่าท้องตลาดมาก แต่ก็ติดสัญญาค่าบริการรายเดือนของเครือข่ายนั้น ๆ ซึ่งมักเป็นอัตราบังคับที่ทางเครือข่ายกำหนด และบางทีบวกลบไปมากลายเป็นว่าราคาแพงเกินความจำเป็นก็มี ดังนั้นหากจะซื้อด้วยเงื่อนไขแบบนี้ ดูโปรโมชั่นเครือข่ายให้สอดคล้องกับการใช้งานของเราด้วยนะครับ

ซื้อเครื่องเปล่าทั่วไป

ซื้อเครื่องเปล่าทั่วไป
การซื้อแบบนี้ง่าย ๆ เลยคือการไปซื้อเครื่องมือถือจากแหล่งไหนก็ได้ที่มีการขาย ไม่ว่าจะบริษัทมือถือ, ร้านขายมือถือ ฯลฯ ซึ่งราคาอาจจะสูงกว่าแบบแรกพอสมควร แต่ก็ไม่มีภาระผูกพันอะไรให้ต้องคิดเยอะ และสามารถเปลี่ยนเครือข่ายไปมาสะดวก แถมจำกัดการใช้งาน หรือเลือกการใช้งานเครือข่ายได้ตามความเหมาะสมของตัวเองด้วยถือว่าตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่อยากคิดมากเรื่องสัญญาผูกขาด หรือคนที่มีแพลนจะขายต่อก็จะขายง่ายกว่าเครื่องที่ติดสัญญา
การซื้อจากร้านทั่วไปในสมัยนี้ก็มีตัวช่วยให้ผู้ซื้อสะดวกสบายมากขึ้น เพราะสามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนในการซื้อ หากแต่ยังมีโปรโมชั่นต่าง ๆ เช่น ผ่อน 0% ถึง 10 เดือน เป็นต้น ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องแบกรับภาระเกินไป แถมยังหมุนเงินได้ง่ายขึ้นด้วยครับ

สำหรับสายเล่นเกม ลองดูที่ขนาดของ RAM เป็นสำคัญ

สำหรับสายเล่นเกม ลองดูที่ขนาดของ RAM เป็นสำคัญ
ถ้าคุณต้องการเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนของคุณได้ลื่น RAM หรือตัวช่วยการประมวลผลของมือถือควรจะมีมากกว่า 3 GB ขึ้นไปครับ ยิ่งแรมมีขนาดมากเท่าไร ก็จะทำให้มือถือประมวลผลได้ดีมากขึ้นเท่านั้น ทำให้เราเปิดแอพพลิเคชั่นได้หลายอย่างพร้อมกัน รวมถึงไปถึงถ้า RAM มีขนาดตั้งแต่ 3 GB ขึ้นไปนั้น การเล่นเกมของคุณก็จะไม่กระตุกด้วย
ในปัจจุบัน มือถือราคาถูกจำนวนมากในท้องตลาดมักจะมี RAM ไม่เกิน 3 GB แต่ถ้าคุณต้องการการเล่นเกมที่ดี การเลือกมือถือที่สเปคสูงก็จะตอบโจทย์ เพราะมือถือที่สเปคสูง ๆ มักจะมี RAM ตั้งแต่ 4 GB ยอมแพงสักหน่อยแต่ใช้มือถือได้ตอบโจทย์ที่เราตั้งใจ อย่างไรก็คุ้มครับ นอกจากนี้หากอยากเติมเต็มการเล่นเกมของคุณให้ดีสุด ๆ ผมแนะนำให้เลือกมือถือที่มีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 5 นิ้วขึ้นไป ที่มาพร้อมจอที่มีความละเอียดสูง รวมไปถึงระบบเสียงที่ดี ก็จะช่วยทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมของคุณยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้นแน่นอนครับ

เช็คความละเอียดของกล้อง และความจุของ ROM ให้ดี ถ้าคุณชอบถ่ายรูป

เช็คความละเอียดของกล้อง และความจุของ ROM ให้ดี ถ้าคุณชอบถ่ายรูป

ถ้าคุณชอบถ่ายรูปมาก ๆ หรือชอบเก็บภาพบรรยากาศจากช่วงเวลา หรือสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณเจอมาในชีวิต อย่าลืมตรวจสอบความสามารถของกล้อง และความจุในการเก็บรูปภาพให้ดีนะครับ โดยความละเอียดของกล้องที่ผมแนะนำคือควรมีความละเอียดที่ 10 ล้านพิกเซล เป็นต้นไป เพราะจะทำให้ได้ภาพที่ดูดี สวยงาม และคมชัด รวมไปถึงกล้องก็ควรมีความเร็วสูงทั้งตัวชัตเตอร์ในการเก็บภาพ และความเร็วในการเรียกใช้งานด้วยครับ

และอย่าลืมเช็คความจุของ ROM ที่บรรจุอยู่ในตัวเครื่องด้วยนะครับว่ามีความจุพอที่เราต้องการหรือไม่ ถ้าความจุประมาณ 32 GB เราอาจจะเก็บได้เฉพาะภาพทั่วไปจำนวนมาก แต่หากเรามีพวกวิดีโอ หรือภาพที่ความละเอียดสูง เช่น วิดีโอ 4K ก็ขอแนะนำมือถือที่มี ROM มาก ๆ หน่อย อาจจะ 64 GB, 128 GB, หรือมากกว่าก็ได้ครับ
อย่างไรก็ดี มีมือถือหลายรุ่นเลยครับ ที่สามารถเพิ่มความจุมือถือได้โดยการใช้ Micro SD Card มาเพิ่มเติมต่างหาก แต่ก็ต้องเช็คให้ดีนะครับ เพราะบางรุ่นก็ใส่ไม่ได้เหมือนกัน

ความจุแบตเตอรี่ และวิธีการชาร์จก็สำคัญ

ความจุแบตเตอรี่ และวิธีการชาร์จก็สำคัญ
ถ้าคุณชอบใช้มือถือเวลาอยู่ข้างนอกล่ะก็ แบตเตอรี่ของมือถือคุณควรมีความจุมากกว่า 3,000 mAh เป็นต้นไป เพราะถ้าน้อยกว่านั้น และชอบเอาไปใช้ข้างนอก แบตเตอรี่ของคุณอาจจะไม่เพียงพอเอาได้
นอกจากนี้ยังควรเช็คว่ามือถือที่เราสนใจมีระบบชาร์จเร็วด้วยหรือไม่ เพราะถ้ามีระบบชาร์จเร็วก็จะช่วยให้เราประหยัดเวลาในการชาร์จ ทำให้ไปไหนมาได้สะดวกขึ้นเพราะใช้เวลาไม่นานในการชาร์จนั่นเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกวันนี้มีระบบชาร์จแบบไร้สายให้เลือกใช้อีกด้วย หากเลือกใช้ระบบชาร์จเช่นนี้จะทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องรำคาญสายชาร์จที่ระโยงระยางเวลาเราใช้งานมือถือ และไม่ต้องมานั่งแก้ปมสายชาร์จที่มักจะพันกันอยู่บ่อย ๆ ครับ

 


บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที