GIT Information Center

ผู้เขียน : GIT Information Center

อัพเดท: 25 พ.ย. 2020 10.52 น. บทความนี้มีผู้ชม: 84 ครั้ง

จากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในกลุ่มสินค้าเครื่องประดับและการปรับกฎระเบียบใหม่ในภาคธุรกิจนี้ของอินเดีย นับเป็นโอกาสของธุรกิจ SMEs ไทยที่ต้องการขายสินค้าแก่ผู้บริโภคอินเดียผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซแบบ
ข้ามพรมแดน โดยเฉพาะผู้ประกอบการเครื่องประดับแท้และเครื่องประดับแฟชั่นของไทยที่มีความพร้อมจะเข้าไปเริ่มทำธุรกิจในอินเดีย ก็ควรศึกษาการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและเข้าใจถึงผลสืบเนื่องในทางปฏิบัติต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจของตน การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบมีผลอย่างไรต่อการทำธุรกิจค้าปลีกเครื่องประดับออนไลน์และออฟไลน์ในอินเดีย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความนี้


มองหาโอกาสจากกฎระเบียบใหม่ในธุรกิจ E-Commerce อินเดีย

            จากการที่อินเดียได้ปรับปรุงกฎระเบียบว่าด้วยการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ในภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งส่งผลต่อกลไกการขับเคลื่อนแวดวงอีคอมเมิร์ซของอินเดีย และมีผลกระทบต่อรูปแบบโครงสร้างธุรกิจของกิจการรายใหญ่อย่าง Amazon และ Flipkart ที่มีส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดอินเดีย แต่จะเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ขายและผู้จัดหาสินค้าในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนตลาดซื้อขายสินค้าเฉพาะทางออนไลน์แหล่งอื่นๆ ฉะนั้น กิจการหรือผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยที่ต้องการเจาะตลาดค้าปลีกของอินเดียไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์หรือออฟไลน์ จึงควรศึกษาการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบดังกล่าวและเข้าใจถึงผลสืบเนื่องในทางปฏิบัติต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจของตน

ตลาดเครื่องประดับออนไลน์อินเดีย

            ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอินเดียเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีอัตราขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ต่อปี คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 3-5 ของมูลค่าการค้าปลีกทั้งหมดในประเทศ โดยคาดว่าในปี 2022 มูลค่าการค้าออนไลน์จะเพิ่มขึ้นถึง 150,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 220,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2026 เนื่องจากผู้บริโภคชาวอินเดียเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น ซึ่งการค้าปลีกเครื่องประดับออนไลน์ก็มีส่วนสำคัญในธุรกิจนี้ 

            ปัจจุบันธุรกิจอีคอมเมิร์ซของอินเดียมีผู้เล่นในตลาดค่อนข้างมาก โดยตลาดซื้อขายออนไลน์ 3 รายใหญ่ที่สำคัญในการขับเคลื่อนตลาดค้าปลีกออนไลน์ในอินเดียก็คือ Amazon, Flipkart และ Paytm Mall ซึ่งต่างก็ขยายสินค้ามายังธุรกิจเครื่องประดับด้วย นอกจากนี้ยังมีตลาดเฉพาะทางในแต่ละกลุ่มสินค้า อาทิ สินค้าแฟชั่น อย่างเช่น Myntra และ Snapdeal รวมถึงแบรนด์เครื่องประดับในอินเดียหลายรายก็ขยายธุรกิจเข้าสู่ช่องทางการค้าออนไลน์ควบคู่กับการเปิดร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมไม่ว่าจะเป็น BlueStone, CaratLane, PC Jewellers และ Gitanjali Jewellers เป็นต้น ส่งผลให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าในปี 2020 ตลาดเครื่องประดับออนไลน์ในอินเดียจะมีมูลค่าเติบโตกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีสัดส่วนราวร้อยละ 1-2 ของตลาดค้าปลีกเครื่องประดับอินเดีย ตามข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการ Technopak